เช้าของวันใหม่
“อื้อ…”
อะตอมครางเบาๆก่อนจะค่อยๆรู้สึกตัว แล้วบิดขี้เกียจช้าๆบนเตียงนุ่ม ดวงตากลมโตค่อยๆเปิดขึ้นกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสกับภาพตรงหน้า
และแล้วเธอก็ต้องชะงัก เมื่อภาพแรงที่เธอเห็นคือร่างสูงของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี ยืนอยู่หน้ากระจกในสภาพนุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเดียว หยดน้ำใสๆหยดจากเรือนผมและแผ่นอกเปลือยเปล่าลงมาตามสันกล้ามเนื้อแน่นชัด บ่งบอกว่าเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ
“เฮื้ย…บ้าจริง ทำไมแต่งตัวแบบนั้นล่ะ”
อะตอมพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่ดูเหมือนเสียงนั้นจะดังพอให้เขาได้ยิน
คีรินหันมามองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับสภาพของตัวเองไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำสิ ต้องไปเรียนไม่ใช่เหรอ”
คำพูดนั้นดังเข้าหู แต่อะตอมกลับแทบไม่ได้ยิน เพราะในวินาทีนั้น สายตาของเธอหยุดค้างอยู่ที่แผ่นหน้าท้องของเขา กล้ามเนื้อเป็นลำสวยชัดเรียงตัวแน่นราวกับถูกสลักมาอย่างประณีต หัวใจดวงน้อยเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันดูเท่เสียจนเธอแทบละสายตาไม่ได้
หญิงสาวรีบสะดุ้งตัวเองในใจ ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว แก้มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“มะ…มองอะไรเล่า”
เธอพึมพำเบาๆเหมือนกับดุตัวเอง พลางลุกจากเตียงอย่างลุกลี้ลุกลน
ส่วนคีรินเพียงเหลือบมองท่าทางนั้นผ่านกระจก มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย ราวกับรับรู้ได้ถึงความสับสนของเธอ โดยไม่คิดจะเอ่ยอะไรออกมา
“เร็วๆล่ะ ฉันต้องรีบไปประชุม”
คีรินเอ่ยขึ้นขณะที่อะตอมกำลังก้าวขาไปทางห้องน้ำ
“ค่ะ”
เธอตอบสั้นๆ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปทันที
อะตอมใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานเกือบครึ่งชั่วโมง กว่าจะอาบเสร็จและรวบรวมสติได้ เธอก็ก้าวออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่พันรอบอกไว้ เพราะเสื้อผ้าทั้งหมดถูกจัดไว้ในห้อง ทำให้ไม่สามารถแต่งตัวให้เรียบร้อยตั้งแต่ในห้องน้ำได้
ฟู่~~
ดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นร่างสูงที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยืนพิงระเบียงสูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์อยู่ด้านนอก ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ
อะตอมรีบพาตัวเองหลบเข้าไปในซอกตู้เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ไม่อยากให้เขาเห็นแผ่นไหล่ขาวนวลที่โผล่พ้นผ้าเช็ดตัวออกมา
“ทำไมฉันต้องมาใช้ชีวิตลำบากขนาดนี้ด้วยเนี่ย”
เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับรีบคว้าเสื้อผ้ามาใส่อย่างลุกลี้ลุกลน
วันนี้คีรินต้องเป็นคนไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัย เพราะในบ้านหลังนี้ตอนนี้มีรถอยู่เพียงคันเดียว เป็นรถที่ทีเรียพี่สาวของเขาให้ไว้เป็นของขวัญวันแต่งงาน ไม่ใช่ว่าทั้งคู่ไม่มีรถเป็นของตัวเอง หากแต่รถของพวกเขายังจอดอยู่ที่บ้านพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย จึงจำเป็นต้องไปพร้อมกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
อะตอมถอนหายใจออกมาเบาๆ แค่เช้าวันแรกของชีวิตคู่ ก็ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความอึดอัด และสถานการณ์ที่เธอไม่เคยชินเอาเสียเลย
“จะเสร็จได้หรือยัง ฉันมีประชุมตอนแปดโมงครึ่งนะ”
คีรินเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเข้ามาในห้อง โดยที่อะตอมยังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ และในจังหวะนั้นเอง เธอกำลังสวมเสื้อนักศึกษาอยู่พอดี เมื่อเห็นร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ คนตัวเล็กก็รีบหันหลังให้ทันที มือบางดึงชายเสื้อขึ้นมาปิดหน้าอกแน่น หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจ
“ว้าย! นี่คุณคะ หนูยังแต่งตัวไม่เสร็จเลย จะเล็งก็ไปเล็งไกลๆสิคะ ทำไมต้องมาใกล้ขนาดนี้ด้วยหนูตกใจนะคะ!”
เธอรีบเอ่ยขึ้นเสียงสั่น พลางหันหน้าไปมองเขาเพียงครึ่งเดียวผ่านไหล่เล็กๆของตัวเอง
คีรินหยุดยืนอยู่ด้านหลัง มองภาพนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“จะใกล้หรือไกล ก็ช่วยรีบๆหน่อยเถอะ อย่าลีลามากได้ไหม”
อะตอมเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ถ้าคุณรีบมาก ก็ไปก่อนเลยก็ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูให้เพื่อนมารับเอง”
สายตาคมกริบเหลือบมองเธอผ่านกระจก ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มตัดบท
“หยุดพูด แล้วทำตัวให้เร็วกว่านี้ได้ไหม”
คำสั่งสั้นๆนั้นทำให้อะตอมได้แต่ขบกรามแน่น แม้จะไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าเถียงต่อ เธอรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยหัวใจที่ยังเต้นแรงไม่หาย
“เข้าใจแล้วค่ะ แต่คุณก็ออกไปรอตรงโน้นก่อนสิคะ หนูยังแต่งตัวไม่เสร็จเลย”
อะตอมเอ่ยเสียงอ่อนลงเล็กน้อย ทั้งที่มือยังคงจับชายเสื้อปิดอกแน่น ไม่กล้าหันไปเผชิญหน้ากับคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง หัวใจเต้นแรงด้วยความประหม่า
คีรินหรี่ตามองแผ่นหลังบาง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบที่เต็มไปด้วยความกดดัน
“ถ้าช้ากว่านี้ ฉันจะเป็นคนแต่งให้เธอเอง”
คำพูดนั้นทำให้อะตอมสะดุ้งวาบ แก้มร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
“มะ…ไม่ต้องค่ะ!”
เธอรีบร้องห้าม
“หนูเสร็จเดี๋ยวนี้แหละ คุณออกไปรอก่อนเถอะค่ะ”
คีรินมองปฏิกิริยานั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆอย่างไม่ใส่ใจ แล้วจึงหมุนตัวเดินออกไปนั่งรอบนเตียง ทิ้งให้คนตัวเล็กรีบจัดการเสื้อผ้าด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
“คนบ้า…บอกให้ออกไปยังจะมาขำอีก”
อะตอมพึมพำเบาๆกับตัวเอง ขณะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย สายตาก็เหลือบมองไปทางร่างสูงเป็นระยะด้วยความระแวง กลัวว่าเขาจะเดินย้อนกลับเข้ามาใกล้อีกครั้ง
ไม่นานนักเธอก็แต่งตัวเสร็จ พร้อมออกจากบ้านในเช้าวันแรกของการมาใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
อะตอมเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเขา น้ำเสียงพยายามให้ฟังดูนิ่งที่สุด
คีรินเงยหน้าขึ้นมองทันที สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดนักศึกษาที่เธอสวมค่อนข้างเข้ารูป แนบไปกับสัดส่วนบาง กระโปรงทรงเอยาวเหนือเข่าขึ้นมาไม่น้อย เผยเรียวขาเนียนขาวให้เห็นชัดเจน
ภาพตรงหน้าทำให้เขาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนสายตาหนีอย่างรวดเร็ว สีหน้ายังคงเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“แต่งตัวแบบนั้น จะไปเรียนหรือไปอวดใครกันแน่”
เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงแววตำหนิเล็กๆ
อะตอมขมวดคิ้วทันที
“หนูแต่งปกติของหนูแบบนี้แหละค่ะ มันก็ชุดนักศึกษาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง”
คีรินเหลือบมองเธออีกครั้ง ก่อนจะพูดสั้นๆ
“ก็แล้วแต่ละกัน รีบไปเถอะฉันไม่มีเวลามายืนเถียงด้วย”
อะตอมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เดินผ่านเขาไปด้วยท่าทีไม่ยอมแพ้ ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกแปลกๆที่ก่อตัวขึ้นในอกของทั้งคู่
คีรินเหลือบมองร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนความคิดดูแคลนจะผุดขึ้นมาในหัว
'เด็กอะไรห้าวเกินเหตุ ท่าทางมั่นใจ กล้าแสดงออก จนเขาอดคิดไม่ได้ว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์นั้น คงไม่ใช่ผู้หญิงใสซื่ออย่างที่พ่อแม่เธอพยายามเสนอขายให้เขาเห็น'
ในใจของเขา มันไม่ต่างอะไรกับการถูกยัดเยียด ราวกับอีกฝ่ายอยากจะจับเขาให้มารับภาระดูแลลูกสาวตัวเอง
ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาที่ผูกมัดกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งที่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ผู้หญิงแบบนี้เขาคงไม่มีวันเลือกมาเป็นภรรยาด้วยตัวเองเด็ดขาด
คีรินเบือนสายตาหนีอย่างไม่ใส่ใจ ในหัวมีเพียงความรู้สึกต่อต้านและขุ่นเคือง ต่อการแต่งงานที่เขาไม่เคยต้องการตั้งแต่แรก