“เดี๋ยวสิอะตอม อะตอม ได้ยินที่ฉันพูดไหม” คีรินเรียกตามหลังทันทีที่รถจอดสนิท แต่คนตัวเล็กกลับเปิดประตูรถลงไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว ราวกับเสียงของเขาไม่มีความหมายอะไรเลย “เป็นอะไรของเธอเนี่ย อยู่ดีๆก็ไม่พูดด้วย” เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางก้าวตามหลังไปติดๆ อะตอมรีบเร่งฝีเท้าก้าวเร็วขึ้น ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรนักหนา เห็นแคร์เพื่อนมากก็น่าจะไปตามเพื่อนโน่น “อะตอม” คีรินเรียกซ้ำ ขณะเดินตามเข้าไปในบ้าน แต่สิ่งที่เขาได้กลับมาคือความเงียบ เงียบจนชวนอึดอัดและมันน่าหงุดหงิดเอามากๆ ก็อีตอนที่เธอเอาแต่ทำหน้ามุ่ยนี่แหละ “ไปไหนแล้ววะ” เขาหยุดยืนกลางโถงบ้าน ขมวดคิ้วแน่น เอาใจยากชะมัดเมื่อกี้ยังพูดอยู่ดีๆอยู่เลย จู่ๆก็เลือกจะไม่พูดอะไรเลยซะงั้น ปัง!! เสียงประตูดังขึ้นจากชั้นบน คีรินเงยหน้าขึ้นทันทีก่อนจะก้าวยาวๆตามเสียงนั้นไป ทันทีที่เขาเปิดประตูห้องนอนเข้าไป เสียงดังปึงก็ดังขึ้นจากห้องน

