บทที่ 12

2301 Words
พิมลดาและแพทก้าวเดินออกจากประตูวัดเคียงคู่กัน ใบหน้าของทั้งสองดูอิ่มเอิบซึมซับเอาความสงบเย็นมาไว้ในแววตา พิพัฒน์ที่ยืนรออยู่หน้าประตูสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นทันที เขาเผยยิ้มกว้างเมื่อเห็นน้องสาวทั้งสองดูผ่อนคลายลงอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน “เป็นยังไงบ้างเรา ยิ้มแป้นเชียวนะ” พิพัฒน์เอ่ยหยอกน้องสาวคนเล็กด้วยน้ำเสียงเอ็นดู “ดีกว่าที่คิดมากเลยค่ะพี่พัฒน์” แพทตอบกลับเสียงใส “ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าการตื่นมาทำวัตรเช้า เดินจงกรม นั่งสมาธิวนไปแบบนี้จะทำให้ใจเราเบาได้ขนาดนี้ ถ้ารู้ว่ามาปฏิบัติธรรมแล้วจะโล่งสบายเหมือนยกภูเขาออกจากอกแบบนี้ แพทมาตั้งนานแล้วค่ะ” พิพัฒน์หัวเราะน้อยๆ ก่อนจะเบนสายตาที่เต็มไปด้วยความอาทรไปทางหญิงสาวอีกคน “แล้วพิมล่ะ... เป็นยังไงบ้าง?” พิมลดาคลี่ยิ้มจางๆ แต่มั่นคง “สบายใจขึ้นมากค่ะพี่พัฒน์ เรื่องที่เคยคิดไม่ตก ตอนนี้พิมเริ่มมองเห็นทางออกบ้างแล้ว ต่อไปนี้พิมจะตั้งสติ และทำชีวิตของพิมกับน้องแม็กซ์ให้ดีขึ้น...ขอบใจแพทมากนะที่มาเป็นเพื่อนพี่” “ไม่ต้องขอบคุณเลยค่ะพี่พิม แพทซะอีกที่ต้องขอบคุณพี่” แพทกุมมือพี่สาวไว้แน่น “การมาครั้งนี้ทำให้แพทใจเย็นลงเยอะเลย แพทชอบคำสอนที่พระท่านบอกเรื่อง ‘การละนันทิ’ หรือการละความเพลินในอารมณ์ที่มันคอยเหนี่ยวรั้งเราไว้ ถ้าเราปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นได้จริงๆ จิตใจคงจะพ้นจากความทุกข์ได้สักที ถึงตอนนี้จะยังทำไม่ได้ทั้งหมด แต่แพทจะพยายามค่ะ” “เอาล่ะ งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ จะได้ไปพักผ่อนแล้วเตรียมตัวรับเจ้าแม็กซ์ด้วย ป่านนี้หลานคงอยู่ที่โรงเรียนแล้วล่ะ” พิพัฒน์ตัดบทอย่างใจดี “เมื่อกี้พิมโทรเช็กกับครูอุ้ยแล้วค่ะ เห็นว่าน้องแม็กซ์ถึงโรงเรียนสักพักแล้วแต่ดูเพลีย ๆ พิมเลยขออนุญาตคุณครูว่าจะไปรับลูกก่อนเวลา คุณครูเองก็เห็นดีด้วยค่ะเพราะอยากให้น้องกลับมาพักผ่อน เห็นว่าแกหาวตลอดเวลาเลย...พิมกะว่ากลับไปอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นแล้วจะรีบไปรับแกเลยค่ะ” “งั้นเดี๋ยวแพทไปเป็นเพื่อนนะคะพี่พิม” ทั้งสามออกเดินทางกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่ต่างจากขามาโดยสิ้นเชิง เมื่อถึงบ้าน พิพัฒน์ขอตัวแยกไปจัดการงานที่ค้างอยู่ เพราะบ่ายนี้เขามีประชุมทางไกล ส่วนสองสาวต่างเร่งรีบเตรียมตัวเพื่อไปรับ 'หัวใจ' ของบ้านกลับมาสู่อ้อมกอดอีกครั้ง ... พิมลดาระบายยิ้มกว้างออกมาทันทีที่เห็นครูอุ้ยจูงมือน้อยๆ ของน้องแม็กซ์เดินออกมาจากห้องเรียน หญิงสาวโผเข้าหาลูกชายพลางสวมกอดร่างเล็กไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป น้องแม็กซ์เองก็ซบหน้าลงกับไหล่แม่ สะอื้นไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น “หม่าม้า...แม็กซ์คิดถึงหม่าม้าครับ” เสียงเล็กสั่นเครือทำเอาคนฟังใจสั่น “หม่าม้าก็คิดถึงหนูที่สุดเลยลูก...กลับบ้านเรากันนะคะ เดี๋ยวหม้าม้ากับน้าแพทจะพาไปหาของอร่อยที่หนูชอบทานกันนะ” พิมลดาพรมจูบลงบนหน้าผากลูกชาย ก่อนจะหันไปไหว้ขอบคุณและเอ่ยลาครูอุ้ย มือบางกุมมือน้อยของลูกชายไว้มั่นขณะพากันเดินออกจากโรงเรียนด้วยท่าทีทะนุถนอมที่สุด ครูอุ้ยมองตามแผ่นหลังของสองแม่ลูกไปพลางลอบถอนหายใจออกมาด้วยความสะเทือนใจ ความจริงที่เธอเพิ่งได้รับรู้ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อครอบครัวนี้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เธอนึกย้อนไปถึงภาพเมื่อหลายวันก่อน...ภาพของตฤณชาที่เดินเคียงคู่มากับหญิงสาวอ่อนวัยอายุน่าจะประมาณยี่สิบกว่าปี ท่าทางสนิทสนมเกินเลยนั้นชัดเจนจนใครก็ดูออกว่าพวกเขาเป็นมากกว่าคนรู้จัก ครูอุ้ยเคยชื่นชมตฤณชาในฐานะอาจารย์ผู้บริหารที่ดูภูมิฐาน มีเกียรติ และเคยแอบสบประมาทพิมลดาในใจว่าดูธรรมดาเกินไป ไม่คู่ควรกับชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมคนนั้น แต่วันนี้เธอรู้แล้วว่าตัวเองคิดผิดมหันต์... พิมลดาที่เธอเห็นจนชินตา คือผู้หญิงที่ไม่เคยแต่งองค์ทรงเครื่องสวยงาม เธอมีเพียงใบหน้าที่อิดโรยจากการรีบมาส่งลูกแต่เช้าเพื่อไปทำงาน และรีบกลับมาดูแลลูกในช่วงเย็นเพื่อดูแลเขาเพียงลำพังเสมอ ครูอุ้ยซึ่งเป็นแม่คนเหมือนกันรู้ซึ้งแก่ใจดีว่าการเลี้ยงเด็กเล็กนั้นเหนื่อยยากเพียงใด ทุกวินาทีคือความทุ่มเทที่ไม่มีวันหยุดพัก ในขณะที่ตฤณชายังคงรักษาภาพลักษณ์อันเนี๊ยบกริบ วางตัวสง่างามในสังคม แต่ความจริงกลับย้อนแย้งสิ้นดี เมื่อเทียบกับหยาดเหงื่อและความรักที่พิมลดาพิสูจน์ให้เห็นผ่านการกระทำ ครูอุ้ยได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้โลกนี้ใจดีกับพิมลดาและน้องแม็กซ์ ให้พวกเขาทั้งคู่ได้พบกับความสุขที่แท้จริงเสียที ... พิมลดาค่อย ๆ วางร่างเล็กของน้องแม็กซ์ลงบนเตียงนุ่มอย่างแผ่วเบา เด็กน้อยหลับสนิทไปตั้งแต่ระหว่างทาง อาจด้วยความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศในรถ หรือความอ่อนเพลียที่สะสมมาจากการเดินทางไกลเมื่อวันวาน หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งข้างลูกน้อย เฝ้ามองลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะด้วยหัวใจที่เริ่มกลับมานิ่งสงบ อย่างน้อยที่สุด...ดวงใจของเธอก็กลับมาสู่อ้อมกอดอย่างปลอดภัย แต่ความสงบนั้นไม่ใช่ความจำยอม แววตาของพิมลดาแข็งกร้าวขึ้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตฤณชาทำ ต่อจากนี้ไปเธอจะไม่ยอมให้เขาพาลูกไปไหนโดยพลการอีก แม้อดีตสามีจะจงใจไม่รับสายเธอราวกับจะประกาศสงครามประสาท แต่เธอก็จัดการส่งข้อความทิ้งไว้ และฝากกำชับผ่านเพื่อนสนิทของเขาไว้อย่างชัดเจน หากเขายังกล้าล้ำเส้น...เธอก็พร้อมจะแลก พิมลดารู้ดีว่าจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของตฤณชาคือ "เกียรติยศและภาพลักษณ์" ที่เขาสร้างไว้บังหน้า หากเขาบีบให้เธอหมดทางเลือก เธอก็ไม่ลังเลที่จะหอบเรื่องนี้ไปถึงหูคณบดีหรืออธิการบดีให้มันพังทลายลงมา ที่ผ่านมาเธอยอมนิ่งเพราะเห็นแก่หน้าลูก แต่จากนี้ไปเขาจะได้รู้ซึ้งว่า...แม่เสือที่ต้องปกป้องลูกน้อยนั้นดุร้ายได้เพียงใด หญิงสาวเอนตัวลงนอนข้างลูกชาย กุมมือนุ่มนิ่มนั้นไว้แน่นราวกับเป็นพลังใจเดียวที่เหลืออยู่ ก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าที่กัดกินมาหลายวัน ทว่า...ในขณะที่บ้านหลังใหญ่กำลังเข้าสู่ความเงียบสงบ แพทกลับเริ่มเคลื่อนไหวอยู่ในห้องนอนส่วนตัว แสงสีฟ้าจากหน้าจอโน้ตบุ๊คสะท้อนนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความแค้นของหญิงสาว ถึงเวลาที่เธอต้องเริ่มลงมือทวงคืนความยุติธรรมให้พี่สาวและหลานน้อยของเธอ และมอบบทเรียนแสบสันให้ชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้นได้ลิ้มรสเสียที! ... เช้าวันจันทร์ พิมลดามาส่งน้องแม็กซ์ที่โรงเรียนเหมือนเช่นเคย เด็กน้อยหน้าเสีย แววตาหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อต้องเอ่ยคำลา พิมลดาโน้มตัวลงกระซิบบอกรักลูกซ้ำ ๆ พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าวันศุกร์นี้เธอจะรีบมารับแกกลับบ้านให้เร็วที่สุด เมื่อคืนนี้ 'พี่ตู้' โทรมาหาเพื่อไถ่ถามความเป็นไปของเธอและลูก เขาแจ้งว่าได้คุยกับตฤณชาให้แล้ว และฝ่ายนั้นรับปากว่าจะไม่ทำเรื่องแบบเดิมอีก แต่สิ่งที่พี่ตู้จงใจปิดบังไว้เพราะไม่อยากให้พิมลดาต้องช้ำใจไปกว่านี้ คือคำพูดพลั้งปากของตฤณชาที่ว่า คงไม่พาน้องแม็กซ์ไปไหนอีกแล้ว เพราะแฟนสาวของเขากำลังจะบินไปเรียนต่อต่างประเทศ พิมลดาพยายามสงบใจ เธอตั้งปณิธานกับตัวเองอย่างแรงกล้าว่าจะมุ่งมั่นทำงานเพื่อการเลื่อนตำแหน่งและโบนัสมาให้ได้ เพื่อที่เธอจะได้มีรากฐานที่มั่นคงพอจะรับลูกมาดูแลเองโดยไม่ต้องพึ่งพาใครอีก นอกจากงานประจำแล้ว แผนธุรกิจที่เธอตกผลึกเมื่อคืนเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง พิมลดาตัดสินใจจะเริ่มลงมือทันที แม้รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาดก็ตาม ทว่าในขณะที่พิมลดาเริ่มวางหมากชีวิตใหม่ ทางฝั่งของตฤณชากลับกำลังเผชิญกับพายุที่มองไม่เห็น สายวันนั้น ตฤณชาเดินทางมาถึงคณะเพื่อเตรียมสอนในคาบบ่าย โดยไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านั้นเพียงไม่ถึงชั่วโมง อีเมลฉบับหนึ่งถูกส่งตรงถึงคณบดีและกระจายไปยังส่วนกลางของคณะ รวมถึงทุกภาควิชาในเวลาเดียวกัน เนื้อหาในอีเมลร้อนฉ่าจนกลายเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์ของบุคลากรทั่วทั้งคณะและถูกส่งต่อกันอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง 'วิภาพร' คณบดีสาวใหญ่กวาดสายตาอ่านอีเมลที่ส่งตรงถึงเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ข้อมูลในนั้นหนักแน่นและชัดเจนจนยากจะปฏิเสธ ทั้งภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่เป็นหลักฐานมัดตัวว่า ตฤณชาและชลิดาลักลอบคบหากันมานาน ตั้งแต่สมัยที่ตฤณชายังมีพันธะอยู่กับภรรยาและลูกเสียด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำให้วิภาพรรู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งกว่า คือความสงสัยที่เริ่มก่อตัวขึ้นว่า การที่ชลิดาสามารถแทรกตัวเข้ามาเป็นอาจารย์และได้รับทุนไปศึกษาต่อนั้น มีมือที่มองไม่เห็นของตฤณชาคอยประคองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ไม่รอช้า วิภาพรต่อสายสั่งการให้ทั้งตฤณชาและชลิดาเข้าพบเธอทันที ตฤณชาแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นชลิดาเดินตรงมาที่หน้าห้องคณบดีพอดี "ด้ามาพบท่านคณบดีเรื่องอะไรครับ" "ท่านเรียกพบค่ะ ด้าเพิ่งสอนเสร็จเลยรีบมา เผื่อมีเรื่องด่วน...แล้วพี่ชาล่ะคะ?" "พี่ก็เหมือนกัน" เสียงเรียบเฉยของเลขานุการหน้าห้องขัดจังหวะบทสนทนาของทั้งคู่ "อาจารย์ตฤณชา อาจารย์ชลิดา เชิญด้านในค่ะ ท่านให้เข้าพบพร้อมกันเลย" ทันทีที่บานประตูห้องคณบดีปิดสนิท เลขานุการสาวก็สวมวิญญาณนักสืบโซเชียล รัวนิ้วลงบนสมาร์ทโฟนส่งข่าวลงกลุ่มไลน์ลับของบุคลากรในคณะทันที "มากันแล้วจ้า! คู่รักบรรลือโลก เดินกระหนุงกระหนิงกันมาเชียว ฝ่ายหญิงนี่ก็นะ...ส่งสายตาหวานฉ่ำเรียก 'พี่ชาคะ พี่ชาขา' จนเลขาฯ หน้าห้องอย่างฉันขนลุก หน้าไม่อายจริง ๆ แย่งสามีชาวบ้านเขามาแท้ ๆ ยังจะกล้าเดินลอยหน้าลอยตาในคณะ เสื่อมเสียสถาบันหมด!" ข้อความแจ้งเบาะแสเปิดหัวมาขนาดนี้ สมาชิกคนอื่นในกลุ่มก็ไม่รอช้า รีบกระโดดเข้าร่วมวงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความอัดอั้น "เมื่อกี้ฉันเพิ่งไปช่วยตั้งเครื่องมือในคลาสมา เห็นนางสอนแล้วอยากจะกุมขมับ จริตจะก้านนี่เหลือร้าย ส่งสายตาหวานเยิ้มให้นักศึกษาชายไปทั่ว เห็นแล้วอยากจะถอย 'พวงมาลัยดอกทอง' ไปคล้องคอให้เป็นรางวัลจริงจริ๊ง!" "หน้าตาก็ดี การศึกษาก็สูง โปรไฟล์ผู้ดีมีฐานะขนาดนี้ ไม่คิดเลยว่าจะใฝ่ต่ำแย่งสามีคนอื่น...โถ่เอ๊ย! เห็นมาเป็นอาจารย์คณะเรา นึกว่าจะมาสร้างชื่อ ที่ไหนได้ มาสร้างเรื่องยี้ให้เพื่อนร่วมวิชาชีพชัด ๆ" "ส่วน 'อาจารย์ชา' นี่ก็ภาพลักษณ์แฟมิลี่แมนตัวพ่อเลยนะจ๊ะ อุ้มลูกมาอวดที่คณะบ่อยจนเราหลงเชื่อ ที่ไหนได้...เป็นแฟมิลี่แมนเฉพาะตอนอยู่กับลูกสาวบ้านอื่น! อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง อุบาทว์สิ้นดี" "พวกเธอเห็นคลิปที่นางแกล้งเด็กหรือยัง? ทั้งหลอกให้กินกาแฟ ทั้งป้ายวาซาบิใส่ปากเด็ก! จิตใจทำด้วยอะไร ใจยักษ์ใจมารขนาดนี้ ถ้าเป็นลูกฉันโดนนะ...ฉันจะตามไปจิกหัวมันถึงหน้าตึกเลย!" ข้อความในกลุ่มแชตยังคงหลั่งไหลไม่หยุดคราวนี้เริ่มเปลี่ยนทิศทางจากความโกรธแค้นเป็นการระบายความเวทนาที่มีต่อเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ "ฉันนั่งดูคลิปวนไปมาแล้วโคตรสงสารน้องแม็กซ์เลย! ตอนนางแกล้งเด็ก ทำเป็นเรื่องขำ ๆ นะ แต่คนดูอย่างฉันขำไม่ออกสักนิด ใจคอทำด้วยอะไร...ไม่รู้ป่านนี้แม่น้องแม็กซ์เห็นคลิปหรือยัง ถ้าเห็นคงร่วงไปกองกับพื้น ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดแน่ ๆ" คำพูดนั้นจุดชนวนความสะเทือนใจให้สมาชิกคนอื่น ๆ จนต้องรีบพิมพ์เสริมด้วยความอัดอั้น "นั่นดิ! ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ 'อาจารย์ตฤณชา' ก็นั่งหัวโด่อยู่ข้างลูกแท้ ๆ แต่กลับไม่คิดจะห้ามหรือช่วยลูกเลยสักนิด น้องแม็กซ์มองหาพ่อด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ได้เห็นคือพ่อนั่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไปกับนังนั่น...พวกเธอเห็นหน้าน้องแม็กซ์ตอนนั้นไหม? หน้าเศร้าเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้าเลย ฉันเห็นแล้วน้ำตาคลอตามเลยเนี่ย" เสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่เด้งรัวเป็นน้ำตก บรรยากาศในกลุ่มไลน์ร้อนระอุจนแทบไหม้ ข้อมูลในอีเมลลึกลับที่มีทั้งภาพนิ่งและคลิปวิดีโอหลักฐานมัดตัวหนาแน่น ทำให้ความโกรธแค้นและเห็นใจที่มีต่อภรรยาตัวจริงของตฤณชาพุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ ...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD