รหัสมรณะกลางพายุฝน

1295 Words
ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงที่เคยขรึมดำบัดนี้เริ่มมีแสงแลบแปลบปลาบจากสายฟ้าที่พาดผ่าน กลิ่นดินและไอกลิ่นฝนโชยมาตามลมอย่างรุนแรง บ่งบอกถึงพายุใหญ่ที่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า เคนชินบิดมอเตอร์ไซค์นำหน้ารถตู้ทึบผ่านเส้นทางลัดเลาะชายเมืองที่เปลี่ยวเหงา แสงไฟจากหน้ารถของเขาตัดผ่านความมืดมิด เป็นเพียงจุดแสงเดียวที่นำทางมิกะและร่างที่ไร้สติของผู้เป็นพ่อมุ่งหน้าสู่ยอดเขาสูงชันที่ซ่อนเร้นจากสายตาผู้คน สายฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักราวกับฟากฟ้าจะถล่มลงมา เคนชินต้องใช้สมาธิอย่างมหาศาลในการควบคุมรถบนถนนที่ทั้งลื่นและลาดชัน สายตาของเขามองกระจกหลังเป็นระยะด้วยความระแวดระวัง และนั่นเองที่เขาเห็นเงาตะคุ่มของรถยนต์กระบะสองคันพุ่งทะยานตามมาด้วยความเร็วสูง พวกมันไม่ได้เปิดไฟหน้าเพื่อพรางตัวในความมืด แต่ท่วงท่าการขับขี่ที่ดุดันและกระหายเลือดทำให้เคนชินรู้ได้ทันทีว่า "พวกมันมาแล้ว" และพวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา "ไอ้พวกกัดไม่ปล่อย!" เคนชินพึมพำลอดผ่านไรฟัน เขาเอื้อมมือไปกดสัญญาณไฟเลี้ยวสั้นๆ เป็นรหัสให้คนขับรถตู้รู้ตัวว่าต้องเร่งเครื่องหนีไปก่อน ส่วนตัวเขาเองค่อยๆ ชะลอรถลงเพื่อดักหน้าพวกมัน เป้าหมายของเขาคือการเป็นกำแพงเหล็กที่ไม่มีใครข้ามไปได้ รถกระบะคันแรกพยายามจะขับแซงเคนชินเพื่อพุ่งไปหาเป้าหมายหลักคือรถตู้ แต่เคนชินไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น เขาโยกรถมอเตอร์ไซค์ขวางหน้าอย่างหวาดเสียวกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ ก่อนจะควักอาวุธคู่ใจออกมาจากข้างลำตัว เขาไม่ได้เล็งไปที่ตัวคนขับโดยตรงเพราะวิสัยทัศน์ที่ย่ำแย่ แต่เป้าหมายของเขาคือยางรถยนต์เพื่อหยุดยั้งการเคลื่อนที่ในคราวเดียว ปัง! ปัง! เสียงปืนถูกกลบด้วยเสียงฟ้าร้องสั่นสะเทือนปฐพี แต่ผลลัพธ์ของมันชัดเจนและรุนแรง รถกระบะคันแรกเสียหลักส่ายไปมาเนื่องจากยางหน้าฝั่งขวาระเบิด ก่อนจะหมุนเคว้งอัดเข้ากับราวเหล็กกั้นถนนจนควันพุ่งโขมงตัดกับสายฝนที่สาดซัด แต่ทว่า... รถกระบะคันที่สองกลับไม่หยุดหย่อน มันพุ่งชนซากรถคันแรกอย่างบ้าคลั่งแล้วทะยานข้ามมา พร้อมกับที่กระจกหน้าต่างถูกเลื่อนลงอย่างรวดเร็วและมีกระบอกปืนกลเบายื่นออกมาเพื่อสาดกระสุนสังหาร เคนชินหมอบตัวลงแนบกับถังน้ำมันมอเตอร์ไซค์ กระสุนนับสิบนัดสาดส่ายข้ามหัวเขาไปพุ่งใส่ต้นไม้ข้างทางจนเปลือกไม้กระจุยกระจาย เขาบิดคันเร่งสุดกำลังเพื่อหลบฉากไปทางเนินเขาดินโคลนข้างทาง ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่เสี่ยงชีวิตที่สุด เขาเบรกอย่างกะทันหันจนรถสะบัดแล้วกระโดดลงจากรถมอเตอร์ไซค์ในจังหวะที่มันยังวิ่งอยู่ด้วยความเร็วสูง รถที่ไร้คนขับพุ่งเข้าใส่หน้ารถกระบะจนพวกมันต้องหักหลบอย่างกะทันหันจนเสียจังหวะ ในวินาทีที่พวกมันเสียหลัก เคนชินอาศัยความมืดมิดและความชำนาญพื้นที่จากการเป็นทหารพรานเก่า กระโจนเข้าหาประตูด้านคนขับของรถกระบะคันที่สองราวกับเสือร้ายเขาใช้พานท้ายปืนทุบกระจกจนแตกละเอียดแล้วกระชากตัวคนขับออกมาเหวี่ยงลงพื้นโคลนที่แฉะชื้น ก่อนจะพุ่งขึ้นไปคุมพวงมาลัยแทนอย่างรวดเร็วเพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส "เฮ้ย! มันขึ้นมาบนรถแล้ว!" เสียงลูกน้องของโคดะที่นั่งอยู่เบาะหลังร้องลั่นด้วยความตกใจ เคนชินไม่รอให้พวกมันได้ตั้งตัว เขาเข้าเกียร์ถอยหลังแล้วเหยียบคันเร่งจนมิด รถพุ่งถอยหลังอัดเข้ากับต้นไม้ใหญ่ด้านหลังอย่างแรงจนคนที่เบาะหลังหัวกระแทกสลบเหมือดไปในทันที เคนชินรีบกระโดดลงจากรถกระบะที่สภาพพังยับเยินแล้ววิ่งกลับไปหามอเตอร์ไซค์ของเขาที่ล้มตะแคงอยู่ เขาพยุงรถขึ้นมาและตรวจสอบอย่างรวดเร็ว โชคดีที่เครื่องยนต์ที่ถูกดูแลมาอย่างดีมยังทำงานได้ เขาบิดรถตามรถตู้ไปทันทีด้วยใจที่ห่วงใยคนที่อยู่ข้างใน จนกระทั่งรถตู้เข้าถึงพื้นที่ของเซฟเฮาส์ที่เป็นบ้านไม้หลังใหญ่กึ่งปูนซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตกและขุนเขาที่สลับซับซ้อน เคนชินเข้าประชิดแล้วเคาะกระจกรถตู้สามครั้งสั้นๆ ตามรหัสที่ตกลงไว้กับมิกะ มิกะรีบเปิดประตูออกมาด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวและดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา เธอโผเข้ากอดเคนชินทันทีโดยไม่สนว่าตัวของเขาจะเปียกโชกไปด้วยโคลน เลือด และความหนาวเหน็บ "คุณบาดเจ็บไหมเคนชิน! ฉันได้ยินเสียงปืนดังสนั่น ฉันนึกว่าคุณจะเป็นอะไรไปแล้ว... ฉันนึกว่าจะต้องเสียคุณไปอีกคน" "ผมไม่เป็นไรครับคุณหนู... แค่รอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น" เคนชินหายใจหอบเหนื่อยพลางโอบกอดประคองร่างของเธอไว้เพื่อให้ความมั่นใจ "รีบพาท่านหัวหน้าเข้าไปข้างในเถอะครับ ที่นี่มีรั้วไฟฟ้าและกับดักสนามที่ผมวางไว้รอบๆ พวกมันตามเข้ามาไม่ได้ง่ายๆ แน่นอนในคืนที่พายุเข้าแบบนี้" ภายในเซฟเฮาส์ที่มืดมิดและเงียบสงัด เคนชินเปิดไฟสำรองที่ให้แสงสว่างเพียงรำไรพอให้มองเห็นทางเขาช่วยมิกะจัดวางร่างคุณพ่อลงบนเตียงไม้หนานุ่มอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบเครื่องช่วยหายใจและสัญญาณชีพอีกครั้งจนแน่ใจว่าท่านยังปลอดภัย มิกะมองดูเคนชินที่กำลังล้างแผลที่แขนข้างซ้ายอย่างลวกๆ ด้วยน้ำสะอาด แสงไฟรำไรสะท้อนให้เห็นรอยแผลเป็นมากมายบนแผ่นหลังและท่อนแขนแกร่ง ซึ่งแต่ละรอยล้วนเป็นดั่งเหรียญตราที่บอกเล่าเรื่องราวการเอาชีวิตรอดจากสมรภูมิต่างๆ ที่เขาผ่านมา "เคนชิน... ทำไมคุณถึงต้องปกป้องเราขนาดนี้" มิกะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา มือเรียวบางที่ยังสั่นน้อยๆ เอื้อมไปแตะแผลที่แขนเขาเบาๆ ด้วยความอ่อนโยน "ทั้งที่ฉันเป็นแค่ลูกสาวมาเฟียที่คนภายนอกตราหน้าว่าสกปรก และตอนนี้ฉันแทบไม่เหลืออำนาจอะไรเลยที่จะตอบแทนความภักดีของคุณได้" เคนชินเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้ดูดุดันหรือเย็นชาเหมือนตอนอยู่ในสนามรบ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและลึกซึ้งอย่างที่มิกะไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมไม่ได้ทำเพื่อเงินรางวัล หรือเพื่อหน้าที่ที่ถูกจ้างมาหรอกครับคุณมิกะ... ผมทำเพราะผมเห็นความดีงามที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของคุณ ความเป็นธรรมที่คุณมีให้ลูกน้องอย่างผมเสมอมันมีค่ามากกว่าทองคำ และที่สำคัญที่สุด... หัวใจของผมสั่งว่าผมทิ้งให้คุณสู้เพียงลำพังไม่ได้จริงๆ" คำพูดที่เรียบง่ายแต่หนักแน่นของเคนชินทำให้หัวใจของมิกะสั่นไหวอย่างรุนแรง ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงตกหนักภายนอกและความหนาวเหน็บที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เธอกลับรู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากผู้ชายตรงหน้าที่พร้อมจะเป็นโล่ให้เธอเสมอ มิกะโน้มตัวลงก้มหน้าชิดกับหน้าผากของเขา ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกันในความเงียบ "ขอบคุณนะคะ... ที่อยู่เคียงข้างมาเฟียจำเป็นอย่างฉัน ในวันที่โลกทั้งใบหันหลังให้"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD