แผนการในเงามืดและความนัยที่เริ่มก่อตัว

1473 Words
ภายในห้องพักฟื้นที่เงียบสงัด แสงไฟสีนวลจากเพดานส่องลงมากระทบใบหน้าซีดเผือดของชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในย่านนี้ มิกะยังคงนั่งกุมมือผู้เป็นพ่อไว้แน่น หยดน้ำตาที่ร่วงหลินลงบนหลังมือของท่านดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเธอยังมีตัวตนอยู่ในโลกที่แสนโหดร้ายนี้ เคนชินยืนกอดอกพิงผนังห้อง สายตาของเขามองลอดผ่านผ้าม่านที่ปิดไม่สนิทออกไปสู่ความมืดมิดภายนอก ทักษะการเฝ้าระวังที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงสมัยอยู่ในกรมทหารทำให้สัญชาตญาณของเขาตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ลมหายใจของเขาเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่ในหัวกลับหมุนวนไปด้วยการประเมินสถานการณ์รอบด้าน "เคนชิน..." เสียงของมิกะพึมพำแผ่วเบาจนเกือบจะเลือนหายไปในอากาศ "คุณคิดว่าพวกมันจะกลับมาอีกไหม พวกมันจะยอมรามือจริงๆ หรือเปล่า" เคนชินหันกลับมามองหญิงสาวที่บัดนี้ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย แต่อีกมุมหนึ่งเขากลับเห็นความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ภายใน "พวกมันไม่รามือหรอกครับคุณหนู สำหรับคนอย่างโคดะ เมื่อมันเลือกที่จะลงมือทรยศแล้ว มันก็เหมือนคนที่ข้ามสะพานที่ถูกเผาทิ้งไปแล้ว มันถอยหลังกลับไม่ได้ สิ่งเดียวที่มันจะทำคือเดินหน้าขยี้ทุกอย่างที่ขวางทาง เพื่อให้ได้อำนาจมาไว้ในมือ ก่อนที่ท่านหัวหน้าจะฟื้นขึ้นมาสั่งการ" "อำนาจ... มันสำคัญขนาดที่ต้องฆ่าแกงกันเลยหรือไงนะ" มิกะพึมพำพลางซบหน้าลงกับมือของพ่อ "ฉันไม่เคยอยากได้ตำแหน่งนี้เลย ฉันแค่ชื่อมิกะ ลูกสาวที่อยากให้พ่ออยู่นานๆ เท่านั้นเอง" เคนชินเดินเข้ามาใกล้เตียงพักฟื้นมากขึ้น เขาเว้นระยะห่างอย่างสุภาพแต่ก็ใกล้พอจะให้เธอรู้สึกถึงที่พึ่งพิง "ในโลกที่ไร้ความยุติธรรม อำนาจคือโล่ป้องกันครับคุณหนู แต่เมื่ออำนาจไปอยู่ในมือคนพาล มันจะกลายเป็นอาวุธที่ทำลายทุกอย่าง ตอนนี้เราต้องเปลี่ยนจากเหยื่อให้กลายเป็นผู้ล่า เราจะอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้วครับ" เขาอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า โรงพยาบาลแห่งนี้กว้างขวางเกินไป มีจุดอับสายตาและทางเข้าออกที่ยากจะควบคุมทั้งหมด แม้จะมีจ่าเดชและทีมรักษาความปลอดภัยคอยช่วย แต่หากพวกของโคดะยกพวกมาเป็นสิบคนพร้อมอาวุธครบมือ ที่นี่จะกลายเป็นกับดักที่ขังพวกเขาไว้รอวันตาย "ผมมีสถานที่แห่งหนึ่งครับ เป็นเซฟเฮาส์ลับที่ผมเคยไปฝึกรบพิเศษกับอดีตครูฝึก มันตั้งอยู่บนเนินเขาสูงทางทิศตะวันตก ที่นั่นมีทางเข้าออกทางเดียวที่ซับซ้อนและชัยภูมิได้เปรียบมาก ที่สำคัญคือมันมีเครื่องปั่นไฟสำรองและอุปกรณ์การแพทย์เบื้องต้นที่พอจะพยุงอาการท่านหัวหน้าได้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย" มิกะเงยหน้ามองเคนชิน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว "แต่การเคลื่อนย้ายพ่อตอนนี้มันเสี่ยงมากนะเคนชิน ถ้าสายออกซิเจนหลุด หรือเครื่องตรวจวัดหัวใจมีปัญหา พ่อฉันอาจจะ..." "ผมสัญญาด้วยเกียรติของอดีตทหารและบอดี้การ์ดของคุณหนูครับ" เคนชินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นคง "ผมจะประคองท่านให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยที่สุด ผมจะจัดเตรียมรถตู้ทึบที่ดัดแปลงสำหรับการขนย้ายผู้ป่วยโดยเฉพาะ และเราจะสร้างสถานการณ์ลวงเพื่อให้พวกมันหลงทาง" มิกะมองเข้าไปในดวงตาคมเข้มของเคนชิน เธอพบแต่ความจริงใจและความเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเจอในลูกน้องคนไหนของพ่อ ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างเงียบเชียบ เป็นความเชื่อมั่นที่ก้าวข้ามขอบเขตของหน้าที่ "ได้ค่ะเคนชิน ฉันเชื่อใจคุณ พาเราไปจากที่นี่ที" เคนชินพยักหน้ารับแล้วเริ่มลงมือประสานงานทันที เขาต่อสายหาจ่าเดชเพื่อสั่งการเรื่องการเตรียมรถลวง แผนการคือให้จ่าเดชจัดรถพยาบาลฉุกเฉินเปิดไฟไซเรนวิ่งออกไปทางหน้าโรงพยาบาลเพื่อดึงความสนใจของพวกสอดแนม ขณะที่เขาจะนำรถตู้เปล่าไปรับมิกะและท่านหัวหน้าที่ประตูส่งของด้านหลังอาคาร ระหว่างที่รอการประสานงาน เคนชินตรวจเช็กอาวุธข้างกายอย่างละเอียด เขาพกปืนพกสั้นคู่ใจไว้ที่เอว และมีดเดินป่าขนาดกระทัดรัดซ่อนอยู่ที่น่องขา ท่วงท่าที่แคล่วคล่องและชำนาญการทำให้เขามีเสน่ห์ในแบบของนักรบ มิกะมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง เธอไม่เคยรู้เลยว่าบอดี้การ์ดที่คอยเปิดประตูผับให้เธอทุกวันจะมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนและเก่งกาจถึงเพียงนี้ "คุณไปเรียนรู้วิธีการต่อสู้พวกนี้มาจากไหนเหรอเคนชิน" เธอถามเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด "ผมเกิดในครอบครัวยากจนครับคุณหนู ทางเลือกเดียวที่จะทำให้มีรายได้เลี้ยงดูแม่คือการเป็นทหารเกณฑ์ ผมสมัครไปอยู่หน่วยรบแนวหน้าตั้งแต่วันแรกที่เข้ากรม ฝึกหนักกว่าคนอื่น เสี่ยงตายมากกว่าคนอื่น จนได้เข้าไปอยู่ในทีมหน่วยเฉพาะกิจ สิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุดคือการปกป้องและรักษาเป้าหมายให้มีชีวิตรอด" เคนชินตอบพลางจัดเตรียมถังออกซิเจนสำรอง "แล้วทำไมคุณถึงลาออกมาล่ะ" เคนชินนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาดูเศร้าลงเล็กน้อย "เพื่อนร่วมทีมของผมตายในหน้าที่เกือบหมดครับ ผมเป็นคนเดียวที่รอดมาได้ ผมเลยตัดสินใจวางมือจากการเป็นเครื่องมือสังหาร แล้วมาเป็นบอดี้การ์ดแทน อย่างน้อยที่นี่ผมก็ได้ปกป้องคนจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่งเบื้องบน" คำตอบของเขาทำให้มิกะรู้สึกสะเทือนใจ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงมีความเป็นผู้ใหญ่และดูสงบนิ่งอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาผ่านความตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อถึงเวลาเคลื่อนย้าย เคนชินแบกร่างของคุณท่านขึ้นบ่าด้วยท่าทางที่ระมัดระวังที่สุด มิกะเดินตามประคองสายน้ำเกลือไปติดๆ ทั้งสามเคลื่อนที่ผ่านระเบียงที่มืดสลัวและไร้ผู้คน จนถึงประตูส่งของด้านหลังที่มีรถตู้สีดำสนิทจอดรออยู่ เคนชินวางร่างของท่านหัวหน้าลงบนเบาะที่ถูกดัดแปลงเป็นเตียงคนไข้อย่างนุ่มนวล "คุณหนูขึ้นไปนั่งข้างในนะครับ ล็อกประตูให้แน่น ถ้าผมไม่เคาะกระจกเป็นรหัสสามครั้งสั้นๆ ห้ามเปิดให้ใครเด็ดขาด" เคนชินกำชับด้วยเสียงที่แผ่วเบาแต่จริงจัง "แล้วคุณจะไปไหน" มิกะถามพลางคว้าข้อมือเขาไว้ด้วยความลืมตัว "ผมจะขับมอเตอร์ไซค์นำหน้าครับ ผมต้องคอยกวาดทางและกำจัดพวกที่อาจจะมาดักซุ่มระหว่างทาง ถ้าผมอยู่ในรถเราจะหนีลำบากถ้าโดนล้อม" เคนชินแตะหลังมือเธอเบาๆ เพื่อปลอบประโลม "ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมอยู่ห่างจากคุณไม่เกินร้อยเมตรแน่นอน" มิกะพยักหน้าแล้วยอมปล่อยมือ เธอเข้าไปนั่งในรถตู้ที่มืดสนิท ความรู้สึกกลัวเริ่มจู่โจมอีกครั้งเมื่อต้องอยู่ตามลำพังกับพ่อที่ยังไม่ฟื้น แต่เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ที่ดังขึ้นข้างนอกรถกลับทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด เสียงคำรามทุ้มต่ำของมันเหมือนเป็นสัญญาณบอกว่าเคนชินยังอยู่ตรงนี้ รถตู้เริ่มเคลื่อนตัวออกไปสู่ท้องถนนในยามวิกาล เคนชินสวมหมวกกันน็อกสีดำสนิท เขาบิดคันเร่งขึ้นแซงไปนำหน้า ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าข้างทาง เคนชินคอยสอดส่องสายตาหาความผิดปกติ เขาเห็นรถเก๋งสีดำคันหนึ่งขับตามมาห่างๆ ในจังหวะที่รถตู้เลี้ยวเข้าสู่ถนนสายรองที่มุ่งหน้าไปทางชานเมือง "เริ่มแล้วสินะ..." เคนชินพึมพำกับตัวเองในหมวกกันน็อก เขาแตะเบรกเล็กน้อยเพื่อให้รถตู้ขับนำไปก่อน ส่วนตัวเขาเองเริ่มลดระดับความเร็วเพื่อเตรียมเผชิญหน้ากับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เขี้ยวเล็บของทหารเก่ากำลังจะถูกกางออกอีกครั้ง ภายใต้ความมืดของราตรีที่เป็นมิตรกับผู้ที่ถูกฝึกมาอย่างเขา สงครามการปกป้องนางสิงห์น้อยแห่งวงการมาเฟียเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนผ่านทางไปได้เด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยเลือดหรือชีวิตของตัวเองก็ตาม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD