พระพายขับรถด่วนจี๋มาหาปรายที่คอนโดฯ หรูใจกลางเมือง พระพายเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เพื่อนรักฟัง แถมโชว์หลักฐานบนคอให้เห็นด้วย
“จริง...จริงเหรอ” คนฟังถึงกับเสียงสั่นเครือ กลืนน้ำลายเหนียวลงคอพลางจิกมือเข้าหากันพยายามควบคุมอาการสั่น
“เออดิ ถ้ารู้ว่าไอ้บ้านั่นมันตั้งใจจะทำร้ายฉันตั้งแต่แรก ฉันจะไม่เข้าไปยุ่งกับมันเลยแก ซวยฉิบ!”
“เขาพูดอะไรกับแกอีกไหม”
“หมายถึงอะไร”
“เรื่องแจ้งความหรือดำเนินคดีอะไรแบบนี้”
“เปล่านะ”
“หรือฉันพาแกไปแจ้งตำรวจไว้ดี มันทำร้ายแกขนาดนี้”
“ฉันไม่อยากเป็นข่าว แค่นี้ก็มีแต่เรื่องแย่ ๆ คนเกลียดฉันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วแก”
“แล้วแกคิดไว้ยังว่าจะเอาไงต่อ”
“คงต้องทำงานต่อ ฉันไม่อยากจ่ายเงินค่าปรับ”
“แกก็ระวังตัวไว้อย่าไปเข้าใกล้เขา และอย่าไปพูดเรื่องนี้กับใครอีก”
“รู้แล้วหน่า ใจจริงฉันอยากจะยกเลิกสัญญาจะตาย”
“เอางี้ เดี๋ยวโทรตามพี่จันทร์ให้มาช่วยกันหาทางออก”
“โทรเลย ๆ เผื่อพี่จันทร์มีความคิดดี ๆ”
รอประมาณหนึ่งชั่วโมง ผู้จัดการส่วนตัวก็มาพร้อมกับหนังสือสัญญาของพระพาย พวกเธอช่วยกันอ่านอย่างละเอียดอีกครั้งและแน่นอนว่าในสัญญาเขียนถึงค่าปรับไว้จริง ๆ ดักไว้ทุกทางอย่างกับรู้ว่าพระพายจะยกเลิกสัญญา
“ยี่สิบล้านเลยนะแก ฉันจะทำไงดี” พอเป็นเรื่องเงินพระพายจะร้อนรนเป็นพิเศษยิ่งกว่าโดนเข้าใจผิดว่าฆ่าผู้หญิงคนนั้นเสียอีก
“ถ้าอย่างนั้นแกก็รับงานทำให้มันจบ ๆ จะได้ไม่ต้องเจอกับไอ้บ้านั่นอีก”
“ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละ ฉันไม่มีทางเอาเงินตัวเองให้มันหรอก กว่าจะหาได้แต่ละบาทไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ”
“เออ ๆ แกก็อย่าคิดมาก อย่าโทษตัวเองอีก ตอนนั้นมันก็แค่วอดก้าธรรมดา ยัยนั่นกระโดดตึกตายเองต่างหากแกอย่าลืมซะล่ะ”
“รู้แล้ว ๆ ฉันไม่คิดเรื่องอื่นนอกจากเงินหรอก”
“ฉันรู้แกเป็นคนเข้มแข็งพระพาย”
“ไหน ๆ คืนนี้ฉันมาห้องแกแล้ว ขอนอนด้วยคนสิ ขี้เกียจขับรถกลับห้อง”
“ได้สิ ว่าแต่มื้อเย็นเราจะกินอะไรกันดี”
“ถ้าแกเลี้ยง อะไรฉันก็กินได้หมด”
“จ้า...แม่ตัวงก”
วันต่อมา
พระพายต้องไปถ่ายโฆษณาอีกโดยเลี่ยงไม่ได้ แม้จะทำใจตั้งแต่ออกจากห้องปรายแล้ว แต่พอมาถึงสถานที่จริงกลับไม่กล้าลงจากรถ จนต้องมีทีมงานมาเคาะกระจกเรียกเจ้าของรถจึงต้องลงไป
“เอ่อ...”
“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณพระพาย”
“วันนี้เจ้าของบริษัทมาด้วยหรือเปล่าคะ”
“คุณเมฆาเหรอคะ ยังไม่เห็นนะคะ”
“ค่อยดีหน่อย”
@ห้องแต่งตัว
พระพายแต่งหน้าทำผมเรียบร้อยเหลือเพียงแค่เปลี่ยนชุดเท่านั้น เธอเข้าไปหลังม่านกั้นจังหวะที่ถอดเสื้อผ้าออกไปเหลือเพียงชุดชั้นในก็ได้ยินเสียงคนเปิดม่านเข้ามา เจ้าตัวไม่ได้หันไปมองเพราะคิดว่าเป็นทีมงาน
“อย่าลืมเอารองเท้ามาให้ด้วยนะคะ”
“....” ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ กำลังจะหันไปมองด้วยความสงสัยกลับถูกสวมกอดจากทางด้านหลังแทน
หมับ!
ดวงตากลมโตหลุบมองแขนบนเอวเห็นเป็นของผู้ชายก็รีบหันกลับไปหาเจ้าของมือทันที
“ปล่อยฉันนะไอ้ทุเรศ”
จะเป็นใครได้อีก ถ้าไม่ใช่ไอ้ผู้ชายกวนตีน มันมาได้ไงเนี่ย!!
“อย่าทำเป็นสะดีดสะดิ้งหน่อยเลยทำอย่างกับไม่เคย”
“ถ้าเป็นคนอื่นฉันก็คงไม่ปฏิเสธ แต่นี่เป็นนายไงฉันถึงได้รังเกียจ”
“เหรอ งั้นก็คิดว่าฉันเป็นคนอื่นก็แล้วกัน” ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุชายหนุ่มเอ่ยจบโน้มใบหน้าใช้ริมฝีปากหนาประทับบนหัวไหล่มนด้านหลัง
“อี๋!! ออกไปนะ”
“จะเสียงดังทำไม อยากให้คนอื่นมาร่วมสนุกทั้งกองถ่ายหรือไง”
“เออ! จะสิบหรือยี่สิบคนฉันก็รับได้ ดีกว่าเป็นนาย”
ได้ยินประโยคนั้นเต็มสองหู มือหนาจึงยอมเอาออกจากเอวคอดแต่โดยดี ร่างบางคว้าชุดเดิมมาปิดหน้าอกก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มเต็มตัว
“ถึงนายจะเป็นคนจ่ายเงิน แต่ก็ไม่มีสิทธิ์มาลวนลามฉัน”
“ลวนลาม?” ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า นัยน์ตาแสดงออกถึงการเหยียด ก่อนจะเอ่ยต่อ “มีข่าวฉาวนอนกับผู้ชายไปทั่ว แตะนิดแตะหน่อยหาว่าลวนลามหรือจะเรียกค่าตัวเพิ่ม เท่าไหร่ว่ามาเลยฉันจ่ายได้”
เพียะ!
ฝ่ามือบางตบหน้าชายหนุ่มอย่างเหลืออด แรงอันน้อยนิดไม่ทำให้เขาเจ็บได้นอกจากเพิ่มไฟโกรธแค้น เขาขบกรามแน่นก่อนรวบสองข้อมือบางไว้เหนือศีรษะในทันที ชุดที่บดบังหน้าอกอยู่ร่วงสู่พื้นเผยให้เห็นอกกลมกลึงที่ถูกดันทรงด้วยบราเซียสีดำตัดกับผิวขาวขับให้ดูเซ็กซี่ ร่างแกร่งแนบชิดกับร่างบางอย่างกับถูกแม่เหล็กดูด ใบหน้าคมคร้านห่างจากใบหน้าเรียวสวยเพียงแค่ปลายลมหายใจ เขามีสีหน้าเหนือกว่าเมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มซีดเผือดในบัดดล
‘คิดว่าจะแน่ หล่อนก็แค่ทำเป็นเก่ง’
“นาย...ออกไปนะ ไม่งั้นฉันจะตะโกนให้คนเข้ามา”
“ก็เอาสิ เพราะฉันกำลังจะทำอะไรสนุกกับเธอ อยากให้คนเห็นพอดี”
“อย่า...อย่าทำบ้า ๆ นะ ฉันร้องเรียกจริงด้วย”
“เอาสิ” เสียงท้าทายไม่เอ่ยเปล่า เปลี่ยนเป็นรวบสองข้อมือบางด้วยมือหนาข้างเดียว ขาแกร่งแทรกผ่ากลางระหว่างขาเรียว มือข้างที่ว่างก็เลื่อนลงมาลูบไล้บนหน้าขาเรียบเนียนอย่างอ่อนโยน หญิงสาวพยายามสะบัดหนีจากการจองจำแต่ไม่เป็นผล
“ไอ้บ้าปล่อยฉัน” เสียงตะเบ็งค่อย ๆ หายเข้าไปในลำคอ หัวใจที่เต้นระส่ำระส่ายก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นเต้นระรัวเร็ว ร่างกายเริ่มอ่อนระทวยไปกับสัมผัสจากการลูบไล้เพียงสองสามครั้ง เสียงวี้ดว้ายที่เคยใช้ในการแสดงต่อหน้ากล้องบัดนี้กลับเปล่งไม่ออก
ริมฝีปากกลีบอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเมื่อมือหนาเลื้อยขึ้นมาถึงขอบกางเกงใน ทำร่างบางหายใจไม่เต็มท้อง แววตาแสดงออกถึงอารมณ์อ่อนไหว ซึ่งชายหนุ่มเห็นแล้วอดไม่ได้ที่แค่นยิ้ม ก่อนจะใช้ปลายนิ้วหยาบสอดใต้ขอบกางเกงตัวเล็กจิ๋วแตะโดนเนื้ออ่อน หญิงสาวสะดุ้งเฮือกแต่กระนั้นก็ไม่ขัดขืนปล่อยให้มือหนาล่วงล้ำจุดสงวนอย่างกับเป็นคนใจง่าย
และแน่นอนว่าปลายนิ้วของเขาสนองกลับในทันทีแตะโดนรอยแยกแล้วแหย่เข้าไป
“อ่ะ!” หญิงสาวอุทานพร้อมกับกระตุก แม้ไม่ได้ส่องกระจกก็รู้ตัวว่าใบหน้าคงแดงแปร๊ด ร่างกายร้อนวูบวาบกลไกเลือดในกายกำลังสูบฉีด ไม่นึกเลยว่าตนจะตื่นเต้นไปกับผู้ชายคนนี้
ขาแกร่งดันขาเรียวแยกจากกันให้กลีบสาวบานออก ก่อนจะแหย่นิ้วนั้นเข้าไปเต็มความยาว ทำร่างเล็กเกร็งไปทุกส่วน ข้างในของเธอกำลังบีบรัดนิ้วเขาตุบ ๆ มันแน่นจนเขาเองยังตกใจ
“เอา...ออกไป” เสียงกระเส่าเปล่งพร้อมกับทำหน้าเซ็กซี่นัยน์ตาหวานหยาดเยิ้ม ร่างกายของเธอสวนทางกับปากด้านล่างสิ้นเชิง เพราะเขาสัมผัสได้ถึงน้ำฉ่ำด้านใน นั่นหมายความว่าเธอชอบที่โดนรุกล้ำแม้ปากจะห้ามก็เถอะนะ
แต่เรื่องอะไรจะปล่อยให้เป็นไปอย่างที่เธอต้องการ จู่ ๆ นิ้วหนาก็เอาออกไปจากร่องแน่น ทำหญิงสาวเปลี่ยนเป็นสีหน้าฉงนในทันที ข้อมือเล็กถูกปล่อยเป็นอิสระก่อนที่มือหนาจะยกปลายนิ้วที่เลอะน้ำสีใสขึ้นมาชิมพลางใช้สายตาเร่าร้อนมองเธอไปด้วย
ใบหน้าสะสวยเห่อร้อนเมื่อเห็นนิ้วที่เขากำลังเลียอยู่ ไอ้สิ่งนั้นสินะที่เข้าไปในตัวเธอ ยิ่งคิดก็ยิ่งอายเกิดมาก็เพิ่งเคยโดนผู้ชายทำแบบนี้ ไม่รู้หรอกว่าดีหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ร่างกายของเธอร้อนจนแทบละลายแม้นจะอยู่ในห้องแอร์ก็ตามที
“ใส่เสื้อผ้าแล้วไปทำหน้าที่ของเธอซะ” เสียงแกมดุเอ่ยจบก็เดินออกไปจากม่านกั้น กำปั้นเล็กยกต่อยอากาศตามหลังก่อนจะหันมาหยิบชุดสวมใส่ด้วยความหงุดหงิด ไม่รู้อารมณ์บูดเพราะถูกยียวนหรือเพราะอารมณ์ค้างกันแน่
พรีเซนเตอร์เปลี่ยนชุดเรียบร้อยก็เดินออกมาข้างนอก พวกทีมงานจ้องร่างบางด้วยสายตาเอือมระอากลัวเหลือเกินว่าคนสร้างปัญหาจะก่อเรื่องเบี้ยวงานเหมือนเมื่อวานอีก
“เอาล่ะ เริ่มกันสักทีหวังว่าวันนี้จะได้งานบ้าง” ผู้กำกับตะโกนดังลั่นอันที่จริงกำลังแดกดันใส่พระพายอยู่ มีเหรอที่เธอจะไม่รู้ แต่ทำเป็นไม่แคร์อะไรเดินมั่นใจไปยังตำแหน่งหน้าบาร์ พอได้สัญญาณจากผู้กำกับนักแสดงสาวก็เริ่มอวดฝีมือ ซึ่งวันนี้เธอมีสมาธิมากกว่าเมื่อวานเสียอีก อาจเพราะมีบางอย่างทำให้ลืมเรื่องนั้นไปอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ทว่าในความคิดของเธอกลับเต็มไปด้วยเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ นึกถึงปุ๊บหัวใจก็เต้นระรัว ยิ่งพอเหลือบไปสบตากับชายหนุ่มตัวต้นเหตุที่ยืนจ้องอยู่ด้านหลังผู้กำกับด้วยแล้ว พานให้ร่างกายวูบวาบขึ้นมาอีก
‘อย่าฟุ้งซ่านสิพระพายแกกำลังทำงานอยู่ มีสมาธิหน่อย ผู้ชายคนนั้นกำลังเล่นสนุกกับแกอยู่ต่างหาก’ เสียงในใจสั่งคุมสติตัวเอง เผลอทีไรก็วกกลับไปคิดเรื่องเขาอีก