ฝ่ามือขาวฝาดใส่แก้มเหี่ยว ๆ ใช่! เธอตบหล่อนกลับ เจอมือนางร้ายเข้าไปหญิงแก่ถึงกับหน้าหัน “ลองทำแม่ฉันอีกสิ รับรองเลยแกไม่แก่ตายแน่นอน”
“กรี๊ด ๆ ๆ อีพระพาย”
“เออจำใส่สมองไว้ด้วยว่าอีพระพายไม่ใช่เด็กที่ปล่อยให้อีแก่อย่างมึงรังแกได้”
“กรี๊ด ๆ”
เสียงหวีดร้องดังลั่นไปทั้งบ้าน ดึงความสนใจให้ทุกคนรีบวิ่งมาดูรวมไปถึงผู้นำครอบครัวด้วยเช่นกัน
“นี่มันเรื่องอะไร” เสียงทุ้มถาม พระพายหันไปมองเจ้าของเสียง ไม่นึกเลยว่าต้องมาเห็นหน้าเขาอีก ทั้งที่กะมาแค่เยี่ยมแม่เฉย ๆ
“เจ้าสัวต้องจัดการให้เหมยนะคะ นังเมียน้อยมันกล้าตบเหมย” เมียหลวงเดินไปเกาะแขนสามี ได้ยินประโยคนั้นบิดาก็หันมาตาถลนใส่ภรรยาอีกคนทันที ระยะเวลาที่ผ่านมาเมียหลวงและลูกแสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจสองแม่ลูกต่ำต้อย แต่กระนั้นคนเป็นสามีกลับไม่ห้ามปราม ทำอย่างกับว่าพระพายไม่ใช่ลูกตัวเอง
“ฉันต่างหากที่ตบแก” พระพายโพล่ง เธอไม่กลัวเขาอยู่แล้ว ยืนจ้องหน้าเขม็งกลับ คำพูดที่เขาเอ่ยตอนเธอวัยเด็กก็ผุดขึ้นมา ‘แกเอาเงินร้อยล้านมาให้ฉันสิ ฉันถึงจะยอมให้แกเลิกใช้นามสกุลมีเกียรติของฉันพร้อมกับเอาแม่แกออกไปจากบ้านนี้’ ด้วยเหตุนี้พระพายจึงเร่งหาเงิน เก็บหอมรอมริบหวังไว้สักวันจะพามารดาออกจากขุมนรกและไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับตระกูลนี้อีกเด็ดขาด
“จะมากไปแล้วไอ้ลูกไม่รักดี เหมยถือเป็นแม่แกอีกคน”
“ฉันมีคนเดียวคือแม่เภา ส่วนพ่อไม่มีตั้งแต่แรก”
“พระพาย!!” เจ้าของเสียงตะเบ็งกึกก้องเข้ามายืนประจันหน้าบุตรสาวง้างมือขึ้นสุดแขนจะตบ มีเหรอที่พระพายจะกลัว เธอเชิดหน้าขึ้นท้าทายรอรับฝ่ามือ เป็นเขาเสียเองที่หยุดชะงักเอามือลงด้วยความไม่พอใจ
“แกออกไปจากบ้านฉันซะ แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก”
“ฉันก็ไม่ได้อยากมานักหรอก ถ้าแม่ไม่อยู่ที่นี่”
“อย่าให้ฉันเห็นหน้าแกอีกพระพาย” เอ่ยจบก็หมุนตัวเดินกลับไป เมียหลวงก็เดินตามหลังไปติด ๆ คนใช้ที่มาดูเหตุการณ์ก็ต่างพากันแยกย้าย เหลือเพียงสองแม่ลูกตามลำพัง
“แม่เป็นไงบ้าง เจ็บไหม” มือบางแตะแก้มมารดาเบา ๆ รอยนิ้วมือปรากฏบนเนื้อขาว แม่เจ็บเธอก็เจ็บด้วย
“แค่นี้เองแม่ไม่เจ็บเท่าหน้าคุณนายเหมยหรอก ลูกมือหนักจริง ๆ นะ”
“แม่อะยังล้อเล่นอีก”
“ไม่ได้ล้อเล่นเห็นหน้าเธอไหมแดงแปร๊ดเลยลูก สมแล้วที่เป็นนางร้ายของแม่ แต่ฉากเมื่อคืนลูกน่าจะตบพระเอกด้วยนะ แม่ล่ะไม่ชอบเลย”
“เดี๋ยว ๆ แม่ดูละครที่หนูเล่นด้วยเหรอ”
“ดูสิ แม่ดูทุกเรื่องเลย”
“แฟนตัวยงต้องยกให้แม่ใช่ไหม” พระพายเอ่ยพร้อมกับสวมกอดมารดา แล้วเอ่ยต่อ “แม่น่าจะออกจากบ้านพร้อมกับพระพาย”
“ไม่ได้หรอก”
ร่างบางผละกอดออก มองหน้าบุพการีด้วยสายตาจริงจัง “ทำไมล่ะแม่”
“เจ้าสัวแก่แล้วแม่ต้องคอยดูแลสามี ไหนจะโรคความดันอีกยิ่งต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกิน ถ้าไม่มีแม่สักคนเจ้าสัวคงแย่ ลูกเข้าใจแม่ใช่ไหม”
“แม่ใส่ใจเขาขนาดนี้ แล้วเขาเคยใส่ใจแม่บ้างไหม”
“ต่อให้จะยังไง เขาก็เป็นผู้ชายที่แม่รักนะลูก เป็นสามีเป็นพ่อของลูกจะให้แม่ทิ้งเขาได้ยังไง”
“โอ๊ย...ใครจะมีจิตใจดีเท่าแม่หนูไม่มีอีกแล้วค่ะ”
“อย่ามัวแต่พูดมากเลย ไปกินข้าวต่อเถอะเดี๋ยวจะไม่อร่อย”
“ค่ะ ๆ”
ถามว่าสนเรื่องที่บิดาไล่ออกจากบ้านไหม ก็เปล่า...เพราะไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย รอถึงพรุ่งนี้ก่อนเหอะพระพายคนนี้จะไปเอง แต่คืนนี้ขอนอนกอดมารดาให้ฉ่ำปอดก็แล้วกัน