วันต่อมา
ร่างอรชรออกจากบ้านหลังเล็กท้ายคฤหาสน์ ภรรยาอีกคนที่น่าจะได้กินอยู่สบายในบ้านหลังใหญ่ กลับต้องมาลำบากอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องนอนเดียว
“หนูไปก่อนนะคะแม่”
“ได้จ้า ถึงคอนโดฯ แล้วโทรหาแม่ด้วยนะ”
“ได้ค่ะ” บุตรสาวหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ ก่อนจะเดินมาขึ้นรถแล้วขับออกไป วันนี้ไม่มีคิวถ่ายพระพายจึงไม่รีบเร่ง
ระหว่างทาง
มีสายจากผู้จัดการส่วนตัวโทรเข้ามาพอดี
“ค่ะพี่จันทร์”
[อยู่ไหนพระพาย]
“กำลังขับรถกลับคอนโดค่ะ พี่จันทร์มีอะไรหรือเปล่า”
[ว่างใช่ไหม]
“ค่ะ อย่าบอกนะจะเอาพายไปเสียบคิวใครอีก”
[ไม่ใช่ ๆ รีบขับรถมาที่สตูดิโอเชย์ริ้งหน่อยสิ]
“มีอะไรเหรอคะ หรือว่ามีงานด่วน”
[ใช่อะสิ มีงานแคสติ้งถ่ายโฆษณานะ พี่ว่าจะพาปรายไปแคสด้วย]
“ปรายได้ชัวร์ งานนี้พระพายขอถอนตัวนะคะ”
[เดี๋ยวสิจะไม่ลองหน่อยเหรอ งานนี้ให้เงินตั้งสองเท่าเลยนะ]
“สองเท่า!!” พอพูดเรื่องเงินพระพายก็ตาลุกวาว เรตค่าตัวของเธอสามแสนถ้าคูณสองก็...
“ไปค่ะพี่จันทร์ พายอยากลองดูเผื่อฟลุกได้งานนี้”
[มาเลย ๆ เดี๋ยวพี่ส่งโลเคชันไปให้]
“ขอบคุณค่ะ”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
พระพายมาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เธอเดินเข้าไปในสตูดิโอตามคำบอกเล่าของผู้จัดการ ทว่า! กลับต้องประหลาดใจเมื่อเห็นสาวสวยเกือบยี่สิบชีวิตกำลังยืนจับกลุ่มสนทนากันอยู่ ใครจะไปรู้ว่างานนี้จะเป็นที่สนใจทั้งพวกดารานางแบบ จริงสิ! พวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากตนหรอกมาเพราะเห็นว่าค่าจ้างดี
“พระพายมาแล้วเหรอ” เสียงเรียกเป็นของปรายเดินออกมาจากอีกห้อง เธอได้สิทธิ์พิเศษให้รอในห้องส่วนตัว ออกมาปุ๊บทุกคนก็คว่ำปากใส่ด้วยความอิจฉา แต่กระนั้นก็ไม่สนใจรอบข้างเดินมุ่งมาหาเพื่อน
“ฉันดีใจนะที่แกมาแคสด้วย”
“แหมใครบ้างจะไม่สนใจ รู้นะว่าต้องแพ้นางเอกเบอร์ต้นอย่างแก แต่ฉันก็ยังมาเพราะเงินล้วน ๆ”
“ไม่จริงหรอก ถ้าเขาเลือกฉันแล้วจะเปิดให้แคสติ้งทำไม ติดต่องานกับพี่จันทร์ตั้งแต่แรกไม่ดีกว่าเหรอ”
“เออนั่นสิ งั้นฉันก็มีสิทธิ์ ถ้าเขาเลือกฉันขึ้นมาอย่ามาเสียใจนะปราย”
“แหวะ! ให้ได้ซะก่อนค่อยมาขิงเถอะจ้ะ”
“ชิ๊!”
“ไปพักในห้องดีกว่า ตรงนี้มันร้อน”
“อืมไปกัน” ได้พึ่งวาสนาของปราย พระพายจึงได้มานั่งตากแอร์เย็น ๆ รอเวลา แต่ก็ไม่นานหรอกมีทีมงานเดินเข้ามาเรียก พวกเธอจึงถูกพาไปอีกห้องซึ่งมีขนาดใหญ่สามารถจุคนเกือบสามสิบชีวิตได้อย่างสบาย แถมกลางห้องยังมีโต๊ะยาวพร้อมด้วยเก้าอี้อีกประมานห้าตัว มีฉากพื้นเขียววางอยู่เบื้องหน้าเหมือนสตูดิโอไม่มีผิด
“งานนี้ฉันต้องได้”
“แต่มียัยนางเอกอยู่ด้วยนะแก”
“มีแล้วทำไม ยังไม่สรุปนิว่าใครได้ ทุกคนที่มามีสิทธิ์ทั้งนั้นแหละ”
“จริงด้วย”
เสียงกระซิบได้ยินชัดเจน พวกหล่อนจงใจพูดเสียงดัง แถมยังนินทากันต่อ พระพายกำลังจะเดินไปเอาเรื่อง แต่กลับถูกปรายรั้งมือห้ามไว้
ยัยนี่ก็แสนดีเกินไม่ต่างจากแม่เลยแฮะ
ทันใดนั้น! ก็มีกลุ่มคนคละกันไปทั้งผู้หญิงผู้ชายในชุดสูทชุดทำงาน เดาได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็นหัวหน้าแผนกหรือไม่ก็หุ้นส่วนของบริษัท แต่จะว่าไปยังไม่รู้เลยแฮะว่าบริษัทนี้ขายอะไร ปกติต้องเอาผลิตภัณฑ์มาตั้งโชว์ไว้ไม่ใช่เหรอ? แต่นี่กลับไม่เห็นสักชิ้น
ทว่า!