ตอนที่5 l แคสติ้ง(2/2)

938 Words
ทว่า! มีบางอย่างฉุดให้พระพายหลุดจากภวังค์ความคิดเมื่อหันไปเห็นคนที่เข้ามาในห้องเป็นคนสุดท้าย ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาดูมาดเท่ หล่อเหลาและมีเสน่ห์ดึงความสนใจให้เหล่าหญิงสาวหันไปมองกันเป็นตาเดียว รวมถึงพระพายด้วยแต่นัยน์ตาคู่สวยไม่ได้จ้องเพราะความพิศวาสเหมือนคนอื่น กลับรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างกับเคยเจอเขามาก่อน แต่สายตาคมกริบนั่นกลับหยุดมองอยู่ที่ปราย ทำเอาเจ้าตัวถึงกับหน้าแดงหลุบหน้าก้มมองพื้นด้วยความเคอะเขิน ใครเห็นก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาสนใจเธอ “จะแนะนำให้รู้จักนะครับ คนนี้คือประธานบริษัทของเรา คุณเมฆา ชนรพ วิรุฬห์กูล” ชายใส่ชุดสูทสีดำผายมือแนะนำคนที่เป็นเป้าสายตา เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที ใครจะไปคิดว่าคนหนุ่มแน่นจะเป็นถึงเจ้าของบริษัท แถมหน้าตาดีด้วย แน่นอนว่าครบเครื่องขนาดนี้เหล่าหญิงสาวยิ่งตื่นตัวเข้าไปใหญ่ บ้างก็อ่อย บ้างก็โบกไม้โบกมือ พยายามทำตัวเป็นจุดเด่น แต่ไม่วายสายตาเขากลับเอาแต่จ้องปรายไม่เลิก จากที่พวกหล่อนอิจฉาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วกลับยิ่งหนักขึ้น “พวกเราต้องแคสกับสินค้าไหนเหรอคะ” หนึ่งในกลุ่มโพล่ง “เรื่องนั้นเป็นความลับของบริษัทครับ” พนักงานคนหนึ่งตอบ ทุกคนดูตกใจมากเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ มีที่ไหนมาถ่ายโฆษณาแต่ไม่เห็นสินค้า “ผมมีคนที่เลือกไว้อยู่แล้ว” จังหวะนั้นหนุ่มหล่อเอ่ยแทรกดึงความสนใจให้ทุกคนเงียบหันไปมองเขา “แต่พวกเรายังไม่ได้โชว์ความสามารถนะคะ” หญิงสาวคนหนึ่งโต้ “หึ! แค่เห็นหน้าผมก็รู้แล้วว่าเธอเหมาะกับผลิตภัณฑ์ของผมที่สุด” เขาตอบในขณะที่สายตาเอาแต่จับจ้องไปที่ปราย ทุกคนเชื่อว่างานนี้คงได้เธอต่างพากันยืนกำมือแน่น สีหน้าแสดงชัดว่าไม่พอใจ แต่ในเมื่อเจ้าของบริษัทพูดเองใครจะไปทำอะไรได้อีก “คนที่ผมเลือกคือ...” ชายหนุ่มชี้นิ้วไปที่ปราย คนถูกชี้ยิ้มแก้มปรินัยน์ตาเป็นประกาย ทว่า! ปลายนิ้วกลับเลื่อนไปหาผู้หญิงอีกคน นั่นคือพระพาย “เลือกเธอ” “ฉันเหรอ!?” “ใช่” เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที ทุกคนล้วนแต่ไม่เชื่อสายตาสีหน้าฉายชัดถึงความงงงวย ผิดกับปรายที่ทำหน้าบึ้งตึงพอรู้ว่าตัวเองไม่ได้รับเลือก หันไปมองพระพายด้วยสายตาโกรธแค้น แต่พอเพื่อนหันกลับไปมองตน ใบหน้าโกรธขึ้งก็รีบเปลี่ยนเป็นยิ้มให้พร้อมกับเอ่ย “ฉันว่าแล้วแกต้องได้ ดีใจด้วยนะพระพาย” “ฉันคิดว่าเป็นแก” “เขาเลือกเพราะแกน่าจะเหมาะกับผลิตภัณฑ์มากกว่าฉัน” พระพายหันกลับมาหาคนที่เลือกตน ทว่า! ได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ “นี่นาย!!” ใช่แล้ว! เขาคือคนเดียวกับไอ้คนขับบิ๊กไบค์เมื่อวาน ชายหนุ่มเห็นท่าทางตกใจก็พอจะเดาได้ว่าหล่อนจำตนได้แล้ว จึงหันไปเอ่ยกับพนักงานคนข้าง ๆ แทน “ตกลงตามนี้เอาสัญญาให้เธอเซ็นด้วย” เอ่ยจบเขาเดินวางมาดล้วงกระเป๋ากางเกงออกไป บรรยากาศในห้องมีแต่ความผิดหวัง ในเมื่อไม่ได้งานไม่รู้จะเสนอหน้าอยู่ทำไมอีกหญิงสาวเริ่มทยอยกันเดินออกไป ปรายได้โอกาสรีบจูงมือพระพายกลับมาที่ห้องเดิม “อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะพระพาย” ปรายทำหน้าเลิ่กลั่กก่อนจะหันซ้ายหันขวาดูให้แน่ใจว่าไม่มีใคร แล้วเอ่ยเสียงเบาที่สุด “ฉันว่าบริษัทนี้โลคลาสมาก ๆ แกระวังตัวไว้ก็ดีนะ” “ฉันก็คิดเหมือนกัน” “สินค้าก็ไม่กล้าเอามาโชว์ ดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจแกต้องระวังเรื่องเซ็นสัญญาด้วย” “เข้าใจแล้ว ฉันจะอ่านให้ละเอียดทุกบรรทัด” “ดีจังที่ฉันไม่ได้งานนี้ บริษัทเล็ก ๆ แบบนี้ไม่เหมาะกับฉันจริง ๆ แกว่าไหม” “อืม” “ฉันกลับก่อนดีกว่า เดี๋ยวมีงานอีเวนต์ที่ห้างใหญ่อีก ไม่อยากเสียเวลา” “ได้ ๆ งั้นเจอกันที่กองพรุ่งนี้นะแก” ร่ำลากันเสร็จพระพายก็เดินออกมาคุยกับพนักงาน ซึ่งมีคนหนึ่งเดินถือแฟ้มเอกสารมาพอดีเป็นหนังสือสัญญาว่าจ้าง เธออ่านทุกบรรทัดอย่างถี่ถ้วนเพื่อป้องกันการเอาเปรียบ ระหว่างนั้นก็รู้สึกได้ถึงการถูกมองด้วยรังสีอำมหิต หญิงสาวหันขวับไปทางนั้น แต่ทว่า! กลับพบแต่ความว่างเปล่า “คิดไปเองเหรอวะ” “มีอะไรหรือคะคุณพระพาย” พนักงานนั่งตรงข้ามกันถาม “ไม่มีอะไรคะ” คนถูกถามหันกลับมาส่งยิ้มให้ “สะดวกเริ่มงานพรุ่งนี้เลยไหมคะ” “ตอนเช้าฉันมีคิวถ่ายจะว่างก็เป็นช่วงบ่ายสะดวกไหมคะ” “ได้เลยค่ะ เอาเป็นว่านัดตอนบ่าย ส่วนเรื่องรายละเอียดและสถานที่ทางเราจะส่งไปให้กับผู้จัดการของคุณพระพายอีกที” “ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวก้มลงอ่านสัญญาอีกรอบ มั่นใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดอะไรจึงเซ็นสัญญาเป็นอันเสร็จเรียบร้อย โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงกำลังแสยะยิ้มเมื่อเห็นทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดไว้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD