วันต่อมาในช่วงบ่าย
พระพายถ่ายละครช่วงเช้าเสร็จก็ขับรถไปยังสตูดิโอตามที่บริษัทแจ้ง มาถึงก็มีทีมงานยืนรอรับอยู่หน้าประตู เธอถูกพาเข้าไปด้านใน แต่ระหว่างทางดวงตาคู่สวยเหลือบไปเห็นฉากที่กำลังเซต ร่างบางถึงกับหยุดชะงักกึกไม่ใช่เพราะตระการตาแต่กลับรู้สึกตกใจที่ฉากนั้นเหมือนในคลับไม่มีผิด
“รีบไปกันดีกว่าคุณพระพาย” ทีมงานเร่งเพราะพรีเซนเตอร์มาสายเกือบสิบนาที
“ด...ได้ค่ะ”
ร่างอรชรถูกพามาห้องแต่งตัว โดยมีช่างแต่งหน้าช่างทำผมสามคนยืนรออยู่ ทั้งหมดกรูกันเข้ามาเนรมิตให้คนที่สวยอยู่แล้วดูมีเสน่ห์กว่าเดิม แต่ไอ้ตอนที่ต้องเปลี่ยนชุดนี่สิเล่นเอาพระพายประหลาดใจ เพราะชุดเดรสสีดำที่ทีมงานถือเข้ามาละม้ายคล้ายของเธอไม่มีผิด กระนั้นก็ไม่พูดอะไรคิดว่าเป็นแบบโหล ๆ ตามร้านขายเสื้อผ้าชั้นนำ จึงไปเปลี่ยนตามปกติ
“แล้วรองเท้าล่ะคะ” เธอถามเพราะคิดว่าทีมงานลืม
ทว่า!
“รองเท้าต้องคู่นี้” มีเสียงแทรกมาจากประตูทางเข้า ดึงความสนใจให้ทุกคนหันไปมอง ดวงตาสีนิลเบิกกว้างก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง เพราะเจ้าของเสียงคือชายหนุ่มยียวนกวนประสาน ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าเป็นคนเดียวกันตนจะไม่มาแคสติ้งให้เสียเวลาเลย
คนมาใหม่พยักพเยิดกับทีมงาน ทุกคนจึงพากันเดินออกไปรวมถึงพวกช่างแต่งหน้าด้วย ปล่อยให้พระพายอยู่ตามลำพังกับชายหนุ่ม ร่างโปร่งหิ้วรองเท้าส้นสูงคู่สีเงินเข้ามาอย่างไม่รังเกียจ นั่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าคนบนเก้าอี้
“อ่ะ!” หญิงสาวเบิกตาโพลงที่จู่ ๆ เขาทำเช่นนั้น ยังไม่ทันห้ามปรามพอวางรองเท้าลงปุ๊บมือหนาก็จับขาเรียวยกลอยจากพื้นพลางเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาหลงใหล
“เดี๋ยวใส่ให้”
“ไม่เป็นไรฉันใส่เองได้” เธอลดเสียงลงไม่ได้กลัวที่ถูกจู่โจม แค่เกรงใจที่ถูกปรนนิบัติอย่างกับเจ้าหญิง ยอมปล่อยให้ชายหนุ่มทำตามใจในขณะที่ใบหน้าสะสวยหันไปมองทางอื่น หัวใจเต้นเร็วหลายจังหวะ
ทว่า!
เกิดสิ่งไม่คาดฝัน เมื่อขาข้างนั้นยกสูงกว่าเดิม ใบหน้าคมคายโน้มลงไปพร้อมกับประทับริมฝีปากลงบนหน้าขา ลมหายใจร้อนรดใส่เนื้อขาว เธอหันขวับกลับมาในทันที
“ทำอะไรของคุณ” เจ้าของเสียงหงุดหงิดจะหลุบขาลง แต่กลับถูกมือหนาใช้กำลังกดไว้ แถมใบหน้าของเขาก็ไม่เลื่อนออกไปยังคงใช้ริมฝีปากแตะลงเนื้อเนียนซ้ำ ทำร่างบางขนลุกไปทั้งตัวนั่งเม้มกลีบปากแน่น
เห็นเธอไม่ขัดขืนต่อ ชายหนุ่มเลื่อนริมฝีปากจูบพรมไต่ขึ้นไปเรื่อยจนเกือบถึงเข่ามน ทันใดนั้น! เท้าอีกข้างที่ไม่สวมรองเท้าก็ยกยันใส่อกแกร่งโดยไม่คาดคิด ปึก!!
ชายหนุ่มล้มคะมำหงายหลังไป หญิงสาวรีบคว้ารองเท้าก่อนจะยืนพรวด
“ฉันไม่ใช่ของเล่นของนาย อยากมากก็ไปหาผู้หญิงอื่นเหอะ” เอ่ยจบก็รีบหมุนตัวเดินหนีออกจากห้อง ทีมงานที่ยืนรออยู่ตกใจท่าทางร้อนรนของพรีเซนเตอร์ อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความเป็นห่วง
“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณพระพาย” ถามเจ้าของชื่อก็จริง แต่กลับมองผ่านไปด้านหลัง ใคร่อยากรู้ว่าในห้องนั้นมีอะไรหรือเปล่า คงไม่ใช่ว่าเจ้าของบริษัทล่วงเกินดาราหรอกนะ?
“ไม่มีอะไรคะ ฉากเสร็จแล้วใช่ไหม ฉันพร้อมถ่ายค่ะ” เธอบอกพร้อมกับยกขาสวมรองเท้าอย่างมืออาชีพ แล้วเดินตามทีมงานไป มีจังหวะหนึ่งหันไปมองด้านหลังก็พบว่าไอ้ลามกยืนกอดอกพิงกับขอบประตูอยู่ เธอหันขวับกลับมาอัตโนมัติไม่อยากจะเสวนากับเขาอีก
ถึงเวลาถ่ายทำ
หญิงสาวยิ้มแย้มเดินเข้าฉาก แต่กลับต้องยืนแข็งทื่อเพราะฉากเบื้องหน้าเหมือนกับในคลับคืนนั้นทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์เอย โต๊ะเอย ลูกค้าที่นั่งเป็นตัวประกอบเอย แม้กระทั่งเสียงดนตรี ล้วนจำลองได้ไม่มีผิดเพี้ยน...
สองมือเล็กกำแน่นมีอาการสั่นเล็ก ๆ เมื่อหันไปมองที่โซฟาตำแหน่งเดียวกับที่ผู้หญิงโชคร้ายเคยนั่ง ภาพซ้อนของหล่อนปรากฏในความคิด ทั้งที่ตรงนั้นไม่มีใครอยู่ ร่างบางถึงกับเซถอยหลังเบือนหน้าหลบหลับตาปี๋ด้วยความกลัว
“ทุกอย่างพร้อมแล้วเริ่มถ่ายได้เลย” เสียงผู้กำกับดึงสติพระพายกลับมา เธอลืมตาหันกลับไปมองบนโซฟาอีกครั้ง พบว่าว่างเปล่าจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเดินไปยังตำแหน่งหน้าบาร์ตามที่ผู้กำกับบรีฟงานไว้
“คุณพระพายถือแก้วเอาไปให้ผู้หญิงที่โซฟาเลยครับ”
“ค่ะ”
“เอาล่ะ เทคหนึ่งเริ่มได้ แอ็กชัน!”
อยู่หน้ากล้องเธอราวกับเป็นคนละคน สีหน้ามั่นใจสะบัดช่อผมจิกตาเซ็กซี่เล่นกล้องก่อนจะเอื้อมมือหยิบแก้ววอดก้า พอหมุนตัวไปทางโซฟากลับมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ แก้วหลุดมือด้วยความตกใจร่วงลงพื้นแตกกระจายในทันที เพี้ยง!! ทุกคนพากันตะลึงยกเว้นเมฆาที่ยืนจ้องหญิงสาวด้วยนัยน์ตาไร้อารมณ์
“คัท!! ดูพรีเซนเตอร์สิ แก้วบาดเท้าหรือเปล่า” ผู้กำกับสั่งมีทีมงานสองคนวิ่งเข้าไปหาพระพาย แต่เธอไร้สติไปเสียแล้วเอาแต่จ้องผู้หญิงคนนั้นไม่วางตา ไหนจะชุดเอย ทรงผมเอยเหมือนยัยนั่นอย่างกับแกะ
‘มันตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ’