ฝ่ายซัปพอร์ตเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่มาให้พระพายห่อตัวกันหนาว จังหวะที่จะเดินกลับห้องแต่งตัวเธอก็เหลือบไปเห็นเสายึดไฟCOBที่พวกทีมงานเก็บอยู่เอียงไปทางผู้กำกับที่กำลังยืนคุยกับทีมงานน้องผู้หญิง
“ระวังค่ะ!!” พระพายร้องเสียงหลงเป็นคนแรก ในขณะที่มีเสียงผู้ชายตะโกนโหวกเหวกเรื่องเสาจะล้ม ผู้กำกับหันหลังเห็นเสาเอนมาทางตัวเองรีบถอยหนีอัตโนมัติ แต่กับอีกคนกลับยืนนิ่งก้าวขาไม่ออกหลับตาปี๋ ส่วนทุกคนก็มัวแต่ยืนดู มีเพียงพระพายเท่านั้นวิ่งเข้าไปโดยไม่ห่วงสวย ดึงแขนทีมงานออกมาอย่างไวก่อนที่เสาจะล้มใส่
“เป็นอะไรไหมคะ” นางร้ายถามทีมงานด้วยความเป็นห่วง ตัวเองยังงงเรื่องร่างกายขับเคลื่อนไปเร็วกว่าความคิดอยู่เลย ไม่รู้กินดีหมีมาจากไหนทำไมถึงได้กล้าทำอะไรเสี่ยงเสียโฉม
“ขอบคุณนะคะคุณพระพาย” เธอคนนั้นน้ำตาไหลยกมือไหว้หลังจากสำรวจตัวเองแล้วว่าไม่เป็นไร ทุกคนพากันกรูเข้ามาชื่นชมความมีความน้ำใจของนางร้าย เจ้าตัวได้แต่ยืนอมยิ้มปลื้มปริ่มไปคำเยินยอ ปกติมีใครยกย่องซะที่ไหนมีแต่จะปาเปลือกทุเรียนใส่ทั้งนั้น
“อ้าว ๆ หลีกทางหน่อยสิ ไม่รู้จักไปทำงานทำการจะเอาเงินค่าจ้างไหมเนี่ย” ผู้กำกับเอ่ยเสียงหงุดหงิดพลางแหวกทางทีมงานเข้ามายืนประจันหน้ากับพระพาย ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ต่างกุลีกุจอแยกย้ายไปทำงานต่อ
“คุณพระพายครับ” ผู้กำกับใช้เสียงหวานพลางถูมืออยู่ไม่สุข สองวันที่ทำงานร่วมกับเขาเคยพูดด้วยเสียงดีที่ไหน ไม่ตะคอกก็ด่ากระแทก
“มีอะไรคะผู้กำกับ”
“คืนนี้ผมว่าจะจัดงานเลี้ยงปิดกล้อง ถ้าไงคุณพระพายไปดื่มกับพวกเรานะครับ”
“ขอปฏิเสธค่ะ” ร่างเล็กตอบทันควัน
“แต่ทีมงานทุกคนอยากให้คุณไปร่วมสนุกด้วยนะครับ”
“ฉันมีธุระค่ะ ไม่สามารถไปได้ ไว้งานหน้าก็แล้วกันค่ะ”
“ถือเป็นการขอบคุณที่คุณพระพายช่วยทีมงานผมไว้ ให้เลี้ยงข้าวสักมื้อเป็นการตอบแทนนะครับ”
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ ฉันช่วยเท่าที่ทำได้แค่นั้นเอง”
“ไปเถอะครับ งานนี้ไม่มีพรีเซนเตอร์ไปด้วยจะสนุกอะไร”
“เรื่องนั้น...”
“ไปเถอะครับ”
“ใครไปบ้างคะ”
“มีแต่ทีมงานครับ”
“ก็ได้ค่ะ ฉันไปด้วยก็ได้” ที่ตกลงเพราะคิดว่าระดับผู้บริหารคงไม่ลงตัวมาสุงสิงกับพนักงานหรอก จะหมายถึงใครล่ะ? ก็คนที่เธอไม่อยากเห็นหน้านั่นแหละ
“เย้!!” เสียงทีมงานที่ยืนแอบฟังอยู่ต่างร้องดีใจออกนอกหน้าเพราะคนสวยยอมไปร่วมสนุกด้วย
‘ใครบอกเธอหยิ่ง ออกจะน่ารักจะตาย’ แต่ละคนเปลี่ยนทัศนคติต่อพระพายจากหลังมือเป็นหน้ามือเพราะได้เห็นความมีน้ำใจของเธอ
@ร้านคาราโอเกะในแหล่งท่องเที่ยว
นางร้ายมีชื่อเสียงแต่งตัวมิดชิดใส่หมวกแก๊ปใส่แมสก์ปิดบังตัวตนเดินเข้าไปในร้าน เธอเพิ่งเคยมาร้านแบบนี้เป็นครั้งแรก ใจจริงไม่อยากมาหรอกแต่ต้องมาเพราะถูกเล้าหลือ
ห้องvipขนาดใหญ่ด้านในสุด ถูกผู้กำกับจองไว้ให้ทีมงานเกือบสามสิบชีวิตได้สังสรรค์ ทั้งร้องเพลงทั้งดื่มกินอย่างสนุกสนาน พอพรีเซนเตอร์เดินเข้ามาทุกคนก็ต้อนรับเป็นอย่างดี
พระพายกวาดสายตามองรอบห้อง พิจารณาสถานที่ที่ไม่เคยมา ถือเป็นห้องหรูเลยทีเดียว มีโซฟาสีเทาล้อมรอบ ตรงกลางเป็นโต๊ะยาววางอาหาร เบื้องหน้าเป็นจอทีวีขนาดใหญ่ มีเวทีขนาดหย่อมสำหรับร้องเพลง เธอไม่ได้สนใจสิ่งใดเท่ากับของที่วางอยู่บนโต๊ะ กะมูลค่าทั้งอาหารจานหลัก เหล้าและเบียร์มากมายคร่าว ๆ ราคาคงไม่ใช่น้อย
เมื่อคนมาใหม่หย่อนสะโพกนั่งในตำแหน่งด้านในสุด พนักงานที่เธอช่วยไว้ก็เข้ามาถาม “คุณพระพายจะดื่มเหล้าไหมคะหรือจะเป็นอะไรที่มันแพง ๆ ดี” หล่อนมองพระพายเป็นเหมือนพระแม่มารีจิตใจมีเมตตา
“ขอเป็นน้ำส้มดีกว่าค่ะ เดี๋ยวฉันต้องขับรถกลับ”
“ได้ค่ะ”
หล่อนออกไปสั่งนอกห้อง ไม่ถึงห้านาทีก็เดินกลับเข้ามาพร้อมน้ำส้มยื่นให้ดาราสาว เธอรับพร้อมกับถามสิ่งที่ข้องใจ
“ผู้กำกับเลี้ยงทีมงานแบบนี้บ่อยเหรอ”
“ไม่เคยเลยค่ะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก” คนพูดมองซ้ายมองขวาเห็นคนอื่นไม่ได้สนใจก็โน้มใบหน้าเข้ามากระซิบกับผู้มีพระคุณ ในขณะที่คุณเธอยกน้ำส้มจึงจิบหลายอึกทำเหมือนไม่อยากฟัง แต่ความจริงอยากรู้
“คุณเมฆาเป็นคนจ่ายให้ค่ะ”
ขวับ!
หญิงสาวมองคนกระซิบคอแทบเคล็ด ถ้ารู้ว่าเป็นของเขา เธอจะไม่มาเด็ดขาด ไม่อยากให้คนแบบนั้นมาทวงบุญคุณทีหลัง
ร่างบางวางแก้วน้ำส้มกระแทกบนโต๊ะ ก่อนจะลุกยืนพรวดดึงความสนใจให้ทุกคนหันมามองกันเป็นตาเดียว
“พรุ่งนี้ฉันมีงานแต่เช้า ขอตัวกลับก่อนนะคะ”
เธอไม่รอคำตอบจากคนอื่น เดินกระแทกเท้าออกมาจากห้อง ระหว่างทางสวมหมวกแก๊ปปิดแมสก์เหมือนตอนที่เข้ามา แต่ทว่า! พอเดินมาถึงประตูทางออกจู่ ๆ ก็รู้สึกมึนหัว ทัศนียภาพเบื้องหน้าพร่ามัว หญิงสาวส่ายศีรษะเรียกสติแต่มันไม่ดีขึ้นเลย เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งแปลก ๆ หายใจเริ่มติดขัดแทบไม่มีแรงยืนถึงขนาดพิงกำแพงเย็นเฉียบทรงตัวไว้ ไม่ถึงอึดใจดวงตาคู่สวยก็ปิดลง ทุกอย่างก็มืดสนิททิ้งตัวด้วยความอ่อนแรง