“จริง ถือว่าเป็นนางเอกเบอร์ต้นถึงได้ยึดพี่เก้าไปคนเดียว ฉันล่ะอยากจะตบหน้ามันสักที สวยตายแหละ”
แน่นอนคนที่พวกเธอเอ่ยถึงไม่แคล้วคือคนที่นั่งฟังอยู่ในห้องส้วม คนถูกนินทากำมือแน่น ใจเต้นระส่ำระส่ายอยากออกไปดูหน้าคนนินทาให้ชัด ๆ แต่เลือกที่จะนิ่งไว้เพราะอยากรู้ว่าพวกหล่อนจะพูดอะไรอีก
“อีกนางนั่นอายุเท่าไหร่นะยี่สิบสามใช่ไหม”
“ใช่ ๆ ทำไมเหรอแก”
“เป็นป้าแล้วนะแก ลองเทียบกับฉันสิเพิ่งจะอายุสิบเก้าสวยกว่าเด็กกว่า เชื่อไหมถ้าไปอ่อยพี่เก้า รับรองเขาต้องเลือกฉัน”
“โหยัยมะลินมั่นใจตัวเองจริงว่ะ”
“แน่นอน เมื่อกี้พี่เก้าแอบมองฉันด้วย พวกแกไม่เห็นเหรอ”
“จริงดิ งั้นแกไปยั่วดิ ถ้าคืนนี้พี่เก้ากลับกับแก พรุ่งนี้ฉันจะวิ่งรอบสนามที่มหา’ลัยสิบรอบ”
“แกพนันเองนะ ฉันรับคำท้า”
“เออ ๆ”
“หึ! มะลินคนนี้จะคว้าผู้ชายกลับบ้านจ้า”
กลุ่มคนหน้ากระจกสนทนาพลางเติมลิปสติกบนริมฝีปาก เสร็จแล้วก็พากันเดินออกไป สองสาวในห้องส้วมรู้ว่าไม่มีใครแล้วจึงออกมา พระพายหันไปมองหน้าเพื่อนซึ่งสีหน้ากำลังแสดงชัดเจนว่ากำลังโกรธ
“แกได้ยินแล้วใช่ไหมพระพาย”
“เออเต็มสองหู แต่ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ” เธอรู้ว่าหลังจากนี้เพื่อนจะทำอะไรเลยรีบตัดบทก่อน คนได้ยินปรับเป็นสีหน้าปกติก่อนจะหันมามอง
“แกต้องช่วยฉันสิ ไปสั่งสอนอีนางนั่น มันชื่ออะไรนะ”
“มะลิน”
“แกช่วยไปจัดการให้ฉันที จะไล่มันไปหรือไม่ก็ตบอีนางนั่นสั่งสอนตามใจแกเลย” ปรายทำหน้าอ้อนวอนเขย่าแขนเพื่อน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พระพายโดนขอร้องเรื่องทำนองนี้ ข่าวฉาวเรื่องตบตีคนอื่นล้วนแต่มีเหตุมาจากเพื่อนรักทั้งนั้น หล่อนไม่ลงมือเองเพราะเป็นนางเอกดัง
“ไม่ ฉันไม่อยากยุ่งเรื่องนี้”
“นะ...แม่ตบเก่ง แกถนัดอยู่แล้วนิ แค่ออกแรงนิดหน่อยอีนางนั่นไม่กล้าเข้าใกล้พี่เก้าแล้วล่ะ”
“ไม่เอาหรอก ขืนฉันมีเรื่องอีกต้นสังกัดคงไม่ไว้หน้า”
“ฉันมีแกเป็นเพื่อนคนเดียวนะพระพาย ถ้าแกไม่ช่วยคงไม่มีใครช่วยฉันแล้วล่ะ”
“คราวนี้ไม่ได้จริง ๆ แกก็รู้ว่าพี่จันทร์ห้ามฉันไม่ให้มีเรื่องอีก” พี่จันทร์คือผู้จัดการส่วนตัวของทั้งสองคน รู้ทุกเรื่องเป็นอย่างดีแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัว
“แต่ว่า...”
“เรื่องนี้ง่าย ๆ เองแกก็แค่เข้าไปแสดงตัวว่าเป็นแฟนพี่เก้า อีนางนั่นไม่กล้าเข้าใกล้หรอก” พระพายเป็นฝ่ายควงแขนเพื่อนแล้วพากันออกมาจากห้องน้ำ
กลับมาถึงโต๊ะเดิมก็เห็นชัดเต็มตาว่ามีหญิงสาวร่างบางนั่งติดกับพี่เก้าแทนที่ตัวเอง มิหนำซ้ำหล่อนยังทำหน้าออดอ้อนอย่างกับว่าเป็นแฟนเขา
“แกเห็นแล้วใช่ไหมพระพาย นางนั่นกำลังแย่งแฟนฉัน”
“เห็นดิ และยังเห็นด้วยว่าแฟนแกไม่ปฏิเสธมัน ผู้ชายดีเขาไม่ปล่อยให้ผู้หญิงอื่นถูกเนื้อต้องตัวหรอก นอกจากคนสันดานเจ้าชู้” เอ่ยจบก็ชำเลืองมองเพื่อน ใบหน้าเรียบร้อยกำลังเศร้าสร้อย พระพายจึงเอ่ยต่อ
“สวย ๆ อย่างเพื่อนรักเดี๋ยวก็หาผู้ชายใหม่ได้เชื่อฉัน”
“ไม่เอา!! อะไรที่เป็นของฉัน ไม่ยอมยกให้ใครง่าย ๆ หรอก” คนหัวแข็งเอ่ยจบก็หมุนตัวเดินไปประตูทางออก พระพายคิดว่าปรายคงกลับแล้วจึงเดินไปบอกเพื่อนคนหนึ่งก่อนจะเร่งฝีเท้าตามปรายไป แต่พอมาถึงลานจอดรถกลับได้ยินเสียงเจ้าตัวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่
“ใช่ อยู่ที่คลับโอลิเวีย”
ปรายหันมาเห็นพระพายเข้าก็รีบตัดบทจบการสนทนาก่อนวางสาย
“จะกลับเลยใช่ไหม” พระพายถาม
“ไม่ล่ะ ฉันจะกลับไปหาพี่เก้า”
“แกหายโกรธแล้วเหรอ”
“ไม่โกรธแล้ว เมื่อกี้ฉันโทรไประบายให้พี่จันทร์ฟัง หล่อนบอกให้ฉันใจเย็น อย่าไปถือว่านังเด็กนั่น”
“ก็ดีแล้วที่แกคิดได้”
“ไปดื่มกันอีกสักครึ่งชั่วโมงนะแล้วค่อยกลับ” ปรายไม่รอคำตอบ เป็นฝ่ายจูงมือพระพายเดินกลับเข้ามาในคลับ แทนที่หล่อนจะเดินไปโต๊ะเดิมกลับมานั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์
“แกไม่ไปนั่งกับพี่เก้าเหรอ”
“ไปได้ไงมีอีนางนั่นนั่งอยู่” ตอบเพื่อนจบก็หันไปสั่งวอดก้ากับบาร์เทนเดอร์ พระพายคิดว่าเพื่อนจะนั่งดื่มตรงนี้เลยเลื่อนเก้าอี้ทรงสูงใกล้ ๆ มานั่งติดกัน แล้วเล่นโทรศัพท์เช็กคิวงานฆ่าเวลา ไม่ถึงสิบนาทีแก้ววอดก้าก็ถูกปรายเลื่อนมาตรงหน้า
“ฉันไม่ดื่มแกก็รู้”
“ไม่ได้ให้แกดื่ม ไหน ๆ แกก็ไม่อยากไปตบมัน งั้นก็เอาแก้วนี้ไปให้มันหน่อยสิ ล่อมันออกมาจากพี่เก้า ฉันจะได้กลับไปที่ตัวเอง”
“เออ ๆ แบบนั้นก็ได้”
“ขอบใจมากเพื่อน แกเข้าใจฉันที่สุด”
“ขอบใจอะไร เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ฉันทำให้แกได้” เอ่ยจบก็เอื้อมไปหยิบแก้ว แล้วเดินไปหาหล่อน บริเวณนั้นมีคนนั่งอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ทุกสายตาหันมาจับจ้องหญิงสาวท่าทางหยิ่งยโส สีหน้าแต่ละคนฉายแววสงสัยมาทำไมในเมื่อตรงนี้ไม่มีเพื่อนของเธอ
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ฝากติดตาม กดใจ+คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ