ตอนที่3 l คนแปลกหน้า

1876 Words
ร่างบางในชุดเดรสสีดำหยุดยืนเบื้องหน้าเป้าหมาย แล้วยื่นแก้ววอดก้าไปให้ “รับไปสิ ฉันเอามาให้หล่อน” พระพายพยายามกดน้ำเสียงให้ปกติที่สุด ทั้งที่ในใจไม่อยากจะเสวนาด้วย “เพื่ออะไรคะ” “น้ำใจ...รู้ไหมว่าคนอย่างฉันไม่ได้มอบให้ใครง่าย ๆ” “เก็บน้ำใจไปเถอะค่ะ มะลินกำลังกินไวน์ของพี่เก้าอยู่” “อ๋อกลัวสินะ” พระพายทำหน้าเหนือชั้นกว่าเอ่ยจบเหลือบมองคนอื่นที่กำลังจับจ้องตัวเอง ทุกสายตากำลังลุ้นว่านางร้ายจะแผลงฤทธิ์อะไรอีก ส่วนมะลินเห็นว่ามีคนอยู่เยอะเลี่ยงไม่ได้จำใจที่จะต้องรับแก้วมา “ไม่ได้กลัวค่ะ” “งั้นก็กินสิ” คนถือแก้วจิบให้พระพายดู แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่พอใจ เปลี่ยนท่าเป็นกอดอกเชิดปลายคางบอกเป็นนัยให้กินให้หมด หญิงสาวจึงต้องซดรวดเดียวหมดแก้วก่อนจะวางลงบนโต๊ะ แล้วหันไปทำหน้าเศร้าเรียกความสงสารจากชายหนุ่ม “พี่เก้าดูสิคะ มะลินกินหมดแล้วแต่พี่เขายังไม่พอใจ ไม่รู้จะสั่งให้มะลินทำอะไรอีก” บรรยากาศแย่ลงเมื่อทุกคนได้ยินคำพูดใส่ไฟตอกย้ำคำร่ำลือที่ว่าพระพายเป็นผู้หญิงร้ายกาจ แล้วมีเหรอ? ที่เจ้าหล่อนจะไม่รู้ถึงสายตาตำหนิของคนเหล่านั้น ในเมื่อนังนั่นใช้มารยาเสแสร้ง งั้นนางร้ายคนนี้ต้องแสดงให้เห็นหน่อยแล้วว่าใครอยู่ยอดพีระมิด “หล่อนตามฉันมานี่” “ทำไมต้องไปด้วยคะ...ป้า” คำหลังหล่อนออกเสียงเน้นแล้วหัวเราะเย้ย นางร้ายก้าวไปคว้าแขนเล็กบังคับให้หล่อนลุกขึ้นทันที จากที่หัวเราะอยู่กลับกลายเป็นหน้าถอดสีเมื่อเจอกับคนจริง “จะ...จะทำอะไรคะ” “หึ! เคยได้ยินไหมว่าฉันชอบทะเลาะวิวาทกับคนอื่น อย่างหล่อนน่ะแค่โดนตบทีเดียวก็ล้มคว่ำแล้ว” คนถูกขู่ยืนปากสั่น หน้าซีด กลัวหน้าเสียโฉมรีบยกมือขึ้นมาบังแก้มอัตโนมัติ พระพายเห็นท่าทางกลัวจนตัวสั่นก็ยิ่งได้ใจ มือที่บีบท่อนแขนอยู่ก็ออกแรงกว่าเดิมพลางถลนตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อหล่อน บรรยากาศตึงเครียดเจ้าของวันเกิดจึงรีบลุกขึ้นมาห้ามก่อนที่จะเกิดการลงไม้ลงมือจริง ๆ “พอได้แล้วครับ วันนี้เป็นวันเกิดผมอย่ามีเรื่องกันเลยดีกว่า” พระพายมองหน้าเขา ก่อนจะยอมปล่อยแขนหล่อนเป็นอิสระ ไม่ใช่ว่ากลัวแค่รู้สึกเกรงใจแฟนเพื่อนเท่านั้น “คุณก็เหมือนกัน เป็นแฟนก็น่าจะทำตัวดี ๆ หน่อย ไม่ใช่ไปเอาใจผู้หญิงคนอื่น ปล่อยแฟนตัวเองนั่งเหงา” “พี่แค่เทคแคร์แขกเท่านั้นครับ ไม่ได้มีอะไรเกินเลย” “เอาคำนั้นไปบอกเพื่อนฉันค่ะ ฉันไม่ได้อยากฟังคำแก้ตัว” “ครับ ๆ พี่ไปหาน้องปรายเดี๋ยวนี้แหละ” เจ้าของเสียงเอ่ยจบก็เดินเบี่ยงไปหาแฟนสาว ส่วนตัวต้นเหตุยังมีหน้าจะเดินตามไปอีก พระพายรีบก้าวมาดักหน้าหล่อนไว้ “จะไปไหน” “เกี่ยวอะไรด้วย” “หึ! อายุแค่สิบเก้าแต่มาเรียกฉันว่าป้า รีบกลับไปซะก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวตบหล่อนจริง ๆ” “ใครกลัว! ตบมาตบกลับ ฉันก็มีมือ” “ลองไหมล่ะ อยากรู้เหมือนกันว่าเด็กอย่างหล่อนจะมีแรงสักแค่ไหน” ดวงตาคู่สวยหรี่ลงจ้องด้วยนัยน์ตาจริงจัง ทำเอาคนถูกมองขนลุกทั้งตัว “กลับก็ได้วะ” หล่อนหันไปคว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินเบี่ยงตัวไปทางออกคลับ โดยที่พระพายมองตามหลังตลอดเพื่อให้แน่ใจว่าหล่อนกลับแล้วจริง ๆ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนสาวกำลังนั่งยิ้มแก้มปริเมื่อแฟนหนุ่มไปง้อ “เฮ้อ...หมดเรื่องสักที” วันต่อมา ขณะที่ร่างบางนอนหลับอยู่บนเตียง เสียงข้อความแจ้งเตือนในโทรศัพท์ดังรัว ๆ ชนิดที่ว่าปลุกให้ต้องรีบตื่นมาอ่านเพราะน่าจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่พอเปิดดูกลับไม่ใช่อย่างที่คิด แม้แชตจะมาจากผู้จัดการส่วนตัวแต่เนื้อความด้านในกลับเป็นเรื่องข่าวน่ากลัวเกี่ยวกับการกระโดดตึกของใครบางคน พระพายกดเข้าไปอ่านรายละเอียด และเมื่อเห็นภาพ...ดวงตาคู่สวยถึงกับเบิกกว้าง หัวใจสั่นไหวเหมือนลมจับจะเป็นลมเสียให้ได้ เพราะคนในข่าวเป็นหญิงสาวนักแสดงฝึกหัดในค่ายน้องใหม่หล่อนชื่อมะลิน คนเดียวกับที่ตนไปหาเรื่องเมื่อคืน หล่อนตายแล้ว... “เป็นไปได้ไงวะ” มือไม้สั่นไปหมด กดผิดกดถูกไม่รู้จะทำยังไงดี ทิ้งโทรศัพท์ลงเตียงก่อนจะยกมือเกาศีรษะอย่างหงุดหงิด จะบ้า! ไม่ใช่ตายเพราะฉันหรอกใช่ไหม? ฉุกคิดคำถามขึ้นในใจ พระพายเลือกที่จะหยิบโทรศัพท์มาอ่านรายละเอียดอีกครั้ง...ซึ่งในเนื้อข่าวไม่กล่าวถึงตนสักนิด แต่กระนั้นยังรู้สึกผิดอยู่ดี @กองถ่าย พระพายมีคิวถ่ายในช่วงบ่าย แต่เธอเลือกจะมาเร็วก่อนเวลาเพราะรู้ว่าปรายมีคิวเข้าฉากตั้งแต่เช้าอยากมาคุยด้วย คนร้อนใจเดินดุ่มเข้าไปในห้องแต่งตัวเมื่อเห็นว่ากองยังไม่เริ่มถ่ายทำ ทว่า! ไม่ทันเข้าไปในเขตพื้นห้องก็ได้ยินเสียงของใครบางคนซะก่อน “พวกพี่อย่าพูดแบบนั้นนะคะ เมื่อคืนพระพายมีเรื่องกับเด็กนั่นจริง มันไม่รุนแรงถึงขนาดต้องคิดสั้นหรอก ปรายเป็นพยานให้ได้” เสียงแหลมเป็นของนางเอกกำลังปกป้องเพื่อนรักเต็มที่ คนได้ยินถึงกับอมยิ้ม ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้อง พบว่าเจ้าของเสียงนั่งหันหลังให้โดยมีช่างประจำตัวช่วยแต่งหน้าทำผม ปรายเห็นเพื่อนเดินเข้ามาผ่านทางกระจกลุกยืนพรวดด้วยความตกใจ “ทำไมแกมาเร็วพระพาย” ช่างสองคนหน้าซีด เพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่นินทาเข้าหูนางร้ายมากน้อยเพียงใด “ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก” พระพายชำเลืองมองช่างสองคนเป็นนัย พวกหล่อนจึงเดินออกไปด้วยท่าทางร้อนรน ปล่อยให้นางเอกกับนางร้ายอยู่กันตามลำพัง “สีหน้าแกไม่ดีเลยนะพระพาย เพราะข่าวหรือเปล่า” คนถูกถามจ้ำอ้าวมานั่งเก้าอี้ใกล้เพื่อน ปรายหย่อนสะโพกนั่งที่เดิม “ใช่แก ฉันรู้สึกไม่ดีเลยว่ะ เด็กนั่นตายเพราะฉันเปล่าวะ” “จะบ้าเหรอ! แกไม่ได้ด่าหรือทำร้ายมันสักหน่อย จะเกี่ยวกับแกได้ไงมันอาจมีเรื่องอื่นก็ได้ หรือไม่ก็ผิดหวังที่พี่เก้าเลือกฉัน แกอย่าคิดมากสิ” “แต่ฉันก็มีเรื่องกับเด็กนั่นจริง ๆ นะ” “โธ่เพื่อนรัก แกไม่สมเป็นนางร้ายเลยนะ เชื่อฉันเหอะว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแก” “แต่...” “เถอะหน่า ไม่มีใครโทษแกหรอก ลืมเรื่องนี้ไปซะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แกก็ไม่ได้รู้จักยัยเด็กนั่นสักหน่อย” “หรือฉันไปงานศพมันดี” “อย่าไป! แกไปก็หมายความว่ายอมรับอะสิ แกไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” “แค่ไปแสดงความไว้อาลัยไม่ผิดหรอกมั้ง” “ไม่ได้! เมื่อคืนคนอื่นเห็นกันทั่วว่าแกมีเรื่องกับเด็กนั่น ถ้าถูกเข้าใจผิดกว่าเดิมแกยิ่งคิดมากไม่ใช่เหรอ” “ก็จริง” “เอางี้ พรุ่งนี้แกไม่มีงานใช่ไหม วันนี้เข้าฉากเสร็จแกไปนอนกับแม่แกสักคืนก็แล้วกัน ไปชาร์ตแบตไปอ้อนให้เต็มที่ กลับมาจะได้สบายใจ” “นั่นสิ แกรู้ใจฉันจริง ๆ” “แน่นอน ก็ฉันคบกับแกมาสิบ ๆ ปี ถ้าไม่รู้ใจก็อย่าเรียกฉันเพื่อนรักก็แล้วกัน” “ขอบใจแกมาก” “ขอบใจอะไรเรื่องเล็กน้อยเอง” แม้จะได้ปรับทุกข์กับเพื่อนไปมากมาย แต่ในใจก็ยังสลัดเรื่องนั้นไม่หลุด ระหว่างทำงานก็เอาแต่ใจลอยคิดซ้ำวนไปวนมากับเหตุการณ์เมื่อคืน ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ตนจะไม่มีทางพูดไร้มารยาทกับเด็กนั่นเด็ดขาด... ตกเย็น การถ่ายทำวันนี้เสร็จเรียบร้อย เหล่านักแสดงแยกย้ายกันกลับในขณะที่ทีมงานยังคงเร่งมือเก็บฉากเก็บอุปกรณ์ ปรายมีผู้จัดการมารับ ส่วนพระพายต้องขับรถกลับเอง แต่ร่างบางต้องหงุดหงิดเมื่อเห็นบิ๊กไบค์จอดขวางหน้ารถตัวเอง ‘ไอ้บ้าที่ไหนมาจอดขวางวะ! เดี๋ยวแม่ด่าให้เข็ดเลยคอยดู คนยิ่งเหนื่อย ๆ อยู่’ หญิงสาวบ่นอุบพลางหันซ้ายหันขวาหาเจ้าของบิ๊กไบค์ พบแต่ว่างเปล่า...เดาว่าน่าจะเป็นของทีมงานคนใดคนหนึ่ง กำลังจะหมุนตัวเดินกลับไปทางเดิม ทว่า! “นั่นรถฉันเอง” เสียงคนแปลกหน้าเอ่ยจากด้านข้าง เธอหันไปมองเจ้าของเสียงทันที ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยีน กางเกงขายาวสีดำเข่าขาด รองเท้าหนังสีน้ำตาล ทรงผมปรกลงมาปิดหน้าผากกำลังเดินมาหา มองยังไงก็ไม่เคยเห็นเขามาก่อน “ช่วยเอารถออกไปด้วย คิดได้ไงเอามาจอดขวางรถคนอื่น” เมื่อเขาเข้ามาใกล้ทำให้พระพายเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน ถือว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง ไม่สิ! ถ้าบอกว่าเป็นพระเอกเธอก็เชื่อ ไม่ว่าจะเป็นดวงตาคมกริบเหมือนเหยี่ยว คิ้วหนาเรียงตัวกันเป็นระเบียบ จมูกโด่งคมสันปลายแหลมได้รูป ริมฝีปากหยักหนามีรอยบุ๋มเล็ก ๆ ใต้ปาก ผิวหน้าเรียบเนียนแทบไม่เห็นรูขุมขน สันกรามเด่นชัดในแบบฉบับของผู้ชาย ทุกอย่างดูดีไปหมดไม่ใช่เรื่องยากที่จะดึงความสนใจให้เหล่าหญิงสาวมองตาค้าง หนึ่งในนั้นก็คือพระพาย ชายหนุ่มไม่คิดตอบคำถามของเธอ เมื่อเข้ามาใกล้ก็ฉวยโอกาสโอบเอวบางกระชากร่างแน่งน้อยกระแทกหาตัวเอง “ทำอะไรของนาย!!” หญิงสาวร้องเสียงหลงเพราะไม่ทันตั้งตัว ใครจะไปคิดว่าชายแปลกหน้าจะกล้าล่วงเกิน “เป็นแค่ผู้หญิงน่ารังเกียจอย่าทำเป็นสะดีดสะดิ้งนักเลย” “ไอ้บ้า!! ปล่อยฉันนะ” มือบางกำแน่นยันอกแกร่งอย่างแรง แต่ไร้ผล! ซ้ำร้ายเขายิ่งออกแรงกอดเธอแน่นชนิดที่ว่าทำกระดูกหักได้เลย “ฉันเจ็บนะเว้ย” ใบหน้าสะสวยเหยเกทรมาน ทุบอกแกร่งไปสองสามที่ ก่อนใบหน้าคมคร้านจะแสยะยิ้มยอมออกปล่อยหญิงสาวเป็นอิสระ เธอก้าวถอยห่างออกมาอัตโนมัติ ขณะที่ชายหนุ่มหมุนตัวก้าวยาว ๆ ไปที่บิ๊กไบก์ก้าวขึ้นคร่อมอย่างรวดเร็ว “นี่นายจะหนีหรือไง” เขาไม่ได้สนใจเสียงแว้ด ๆ อีก สตาร์ทรถแล้วเบิ้ลคันเร่ง ก่อนจะขับออกไป “ไอ้บ้า!! แน่จริงก็กลับมาสิ เฮ้ย!! ไอ้บ้าเถื่อนกลับมาสิ” พระพายหงุดหงิดเป็นเท่าทวี รู้งี้เมื่อครู่น่าจะเตะผ่าหมากมันสักทีระบายความโกรธ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD