@คฤหาสน์หลังใหญ่ของนักธุรกิจค้าเหล็กอันดับต้นของประเทศ
รถยนต์ยี่ห้อกลาง ๆ ตามท้องตลาดคันสีแดงขับเข้ามาในบ้าน พระพายลงจากรถในขณะที่มีผู้หญิงร่างท้วมวัยสี่สิบปลาย ๆ ชุดแม่บ้านกึ่งเดินกึ่งวิ่งมารับด้วยใบหน้าดีใจ
“มาแล้วเหรอพระพาย”
“ค่ะแม่” สองคนสวมกอดกันแน่นด้วยความคิดถึง ใช่! นั่นคือบุพการีผู้ให้กำเนิดนางร้าย หล่อนชื่อ เภา ตอนช่วงวัยละอ่อนเป็นเพียงเด็กสาวต่างจังหวัดไม่มีความรู้ไม่มีการศึกษาเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ และได้เป็นสาวใช้ที่นี่ในวัยเพียงสิบแปดปี หลังจากนั้นก็สั่งสมประสบการณ์มาเรื่อย ๆ จนได้เป็นหัวหน้าแม่บ้าน แต่อันที่จริง...
“หึ! คิดว่าใครที่แท้อีนังเด็กเหลือขอลูกเมียน้อยนี่เอง” เสียงแดกดันแทรกจากด้านหลังมารดา สองแม่ลูกผละกอดออกจากกันก่อนจะหันไปมอง หล่อนเป็นหญิงวัยหกสิบในชุดเดรสกระโปรงยาวเกินเข่าแบรนด์หรู ชื่อ เหมย เป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้ ส่วนแม่ของพระพายที่จริงแล้วไม่ใช่แค่หัวหน้าแม่บ้านธรรมดายังมีฐานะเป็นเมียน้อย เจ้าสัวนฤเบศ อีกด้วย
“อ้าวคิดว่าใคร ที่แท้ก็อีแก่เมียหลวงนี่เอง” พระพายไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนข้อให้ใครอยู่แล้ว ร้ายมาร้ายกลับไม่สนว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นใคร ที่ไม่มีความเคารพเพราะถูกรังแกถูกรังควานมาตั้งแต่เกิดด้วยฝีมือเมียหลวง ส่วนมารดาแท้ ๆ กลับยอมไปเสียทุกอย่างจนบางทีพระพายยังเบื่อ ตนจึงเป็นฝ่ายปกป้องแม่เอง
“หนอย! อีเด็กไม่มีมารยาท” คนหาเรื่องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ มารดาจึงหันไปห้ามเมื่อเห็นลูกสาวกำลังจะต่อปากต่อคำ
“พอได้แล้วพระพาย”
“ชิ! เห็นแก่แม่หรอกนะ พวกเราไปห้องครัวทานข้าวกันดีกว่า หนูอยากกินหมูทอดฝีมือแม่ที่สุด” เอ่ยจบคว่ำปากใส่หล่อน แล้วหันมาประคองแขนมารดาเดินออกมา ปล่อยให้เมียหลวงดิ้นเร่า ๆ เหมือนหนอนอยู่ตรงนั้น
@ห้องครัว
ข้าวสวยร้อน ๆ กับหมูทอดหอม ๆ วางอยู่ตรงหน้าคนอยากกิน พระพายย้ายออกไปตั้งแต่มอปลายหลังจากที่ได้เข้าวงการบันเทิงเต็มตัว นาน ๆ ครั้งจะกลับมาเยี่ยมมารดา แต่ก็โทรคุยกันเกือบทุกวัน
“รีบกินเข้า หายร้อนแล้วจะไม่อร่อย”
“ได้ค่ะคุณเภา”
ขณะที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากมีคนเดินเข้ามาในห้องครัวพอดี “ต๊าย..เป็นดาราอดอยากถึงขนาดต้องซมซานมากินข้าวบ้านฉันเลยหรือไง” แม้ไม่ต้องหันไปมองพระพายก็รู้ว่านั่นเป็นเมียหลวง คนฟังทำหูทวนลมตักข้าวกินอย่างเอร็ดอร่อยพลางส่งยิ้มให้มารดา
“เต้นกินรำกิน ต่อไปคงกลายเป็นเมียน้อยเหมือนแม่แกนั่นแหละ”
ขวับ!
ดวงตาคู่สวยหันไปจิกตาใส่ ความโกรธคับแน่นเต็มอกอย่างกับไฟลุกโหม ตอนแรกว่าจะไม่มีเรื่องแล้วเชียวแต่หล่อนดันมาว่าร้ายมารดางานนี้ใครจะไปยอม แต่กระนั้นพระพายก็ไม่วู่วามรู้ว่าต้องรับมือคนเก่งแต่ปากอย่างหล่อนอย่างไรถึงจะสนุก
“หึ!” เสียงจากลำคอระหงพ่นออกมาให้ฝั่งนั้นได้ยินก่อนจะหันกลับมาทานข้าวต่อ สร้างความไม่พอใจให้คนหาเรื่องเป็นฝ่ายเดือดดาลเสียเอง
“บ้านนี้ทำบุญบ้างไหมแม่ ทำไมหนูได้ยินเสียงสัมภเวสีขอส่วนบุญล่ะแม่”
“อีพระพาย!!” เสียงแหลมตะเบ็งพลางเดินเข้ามาหาเจ้าของชื่อ ถึงตัวก็คว้าข้อมือบางบังคับให้ยืน ส่วนอีกมือก็ง้างจะตบ มารดาที่อยู่ใกล้ ๆ เข้ามาขวางอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือขาวจึงฟาดเข้าที่แก้มหล่อนแทน เพียะ!
“แม่!!”
“จิ๊! ถือซะว่าฉันสั่งสอนนังเมียน้อยที่ไม่รู้จักอบรมลูกก็แล้วกัน” ทั้งสีหน้าน้ำเสียงของคุณนายเหมยไม่มีคำว่าสำนึกแม้แต่น้อย ขณะที่คนเป็นแม่ไม่ตอบโต้เอาแต่ยืนนิ่งมองคนตบด้วยนัยน์ตาคลอเบ้า เป็นพระพายเสียเองที่รู้สึกโกรธ ว่าแล้วก็...เพียะ!