ตอนที่ 9 : จบเรื่องเป็ด

1464 Words
เซี่ยอันหนิงยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางรู้ทันของบิดา นางมิสามารถปิดบังเขาได้จริง ๆ บิดาของนางนั้นฉลาดและรู้ทันนางเสียทุกเรื่อง เซี่ยอันหนิงออกจากห้องไปยังหน้าบ้านในทันที โดยบอกกับคนบนเตียงว่าอย่ากังวล “พวกเจ้ามาวุ่นวายอะไรกับบ้านข้าอีก พวกเราแยกบ้านออกมาแล้วยังจะมาตามรังแกพวกเราอีกหรือ” เซี่ยอันหนิงกล่าวราวกับไม่รู้เหตุผลที่พวกบ้านใหญ่มาที่นี่ กลุ่มคนบ้านใหญ่ที่ยืนตะโกนโวยวายกันอยู่ก็หยุดลงเมื่อเห็นเซี่ยอันหนิงออกมา พวกเขาถลึงตาใส่นางอย่างไม่พอใจ “พวกเจ้ามันหน้าไม่อาย มาขโมยเป็ดบ้านข้าไปเอาคืนมาเดี๋ยวนี้” เซี่ยกงสวีและซูเหลียนจะยอมได้อย่างไร พวกเขาก็คิดว่าเซี่ยอันหนิงนั่นแหละที่เป็นคนเอาเป็ดของบ้านพวกเขาไปแน่นอน “ฮึ! เป็ดบ้านเจ้าหรือ ก็อยู่ที่บ้านเจ้าสิ จะมาหาที่บ้านข้าทำไมกัน ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าดูแลไม่ดีทำมันหายเองแล้วมากล่าวหาคนบ้านข้าหรอกหรือ” เซี่ยอันหนิงยังคงต่อปากต่อคำแสร้งไม่รู้ความ ใครจะไปยอมรับกันเล่า ในเมื่อนางแค่ตั้งใจไปเอาเป็ดของท่านพ่อกลับมาเพียงเท่านั้น “นังเด็กนี่ อย่างไรพวกข้าก็เชื่อว่าเจ้านั่นแหละที่เอาเป็ดบ้านข้าไป!” ซูเหลียนป้าสะใภ้ใหญ่ตะคอกอย่างโมโห หนอยนังเด็กนี่คิดว่าพวกเขาโง่หรืออย่างไร “พวกท่านมีหลักฐานหรือ ถึงมากล่าวหาว่าข้าเป็นคนเอาเป็ดของพวกท่านไป” “อย่างนั้นก็ให้พวกเราค้นบ้านเจ้าดูสิ” เมื่อเห็นว่าเซี่ยอันหนิงไม่ยอมรับแล้วยังถามหาหลักฐาน เซี่ยกงสวี่ใบหน้าถมึงทึงด้วยความโมโห เขาเค้นเสียงกล่าวด้วยความเกรี้ยวกราด “ก็เอาสิหากพวกท่านกล้าเข้ามาค้นบ้านข้าแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านแล้วไปคุกเข่าที่หน้าศาลาว่าการ ว่าพวกข้าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งยังโดนใส่ร้ายกล่าวหารังแกจากพวกท่านบ้านใหญ่ ขนาดแยกบ้านแล้วยังดั้นด้นมาหาเรื่องอีก” เซี่ยอันหนิงพูดอย่างใจเย็น เอาสิจะมาค้นบ้านนางหรือยังเร็วไปสิบปีนะ หากนางมิยอมใครก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาค้นบ้านของนางได้ทั้งนั้น ขึ้นศาลาว่าการหรือ...เซี่ยกงสวีและซูเหลียนจากบ้านใหญ่ต่างตกใจกลัว หัวใจหล่นวูบลงตาตุ่ม หากค้นแล้วไม่เจอเล่าไม่ใช่ว่าพวกเขาจะต้องถูกลงโทษโดยการโบยหรอกหรือ ที่ไปกล่าวหาคนอื่นเขาทั้งที่ไร้หลักฐาน แต่อย่างไรเซี่ยกงสวีและนางซูเหลียนก็เชื่อว่าเซี่ยอันหนิงนั่นแหละ เป็นคนเอาเป็ดบ้านพวกเขาไป พวกเขาจะยอมได้อย่างไร แจ้งหัวหน้าหมู่บ้านก็แจ้งสิ “ได้ เช่นนั้น...พวกเจ้าไปแจ้งท่านหัวหน้าหมู่บ้านให้มาที่นี่ตอนนี้” “ขอรับ” เซี่ยกงสวีสั่งให้เซี่ยเปียวเด็กผู้ชายในบ้านของตนไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านให้มาที่นี่ในทันที เพื่อตัดสินความเป็นธรรมให้พวกเขา เซี่ยอันหนิงแสยะยิ้มเย็น หึ! คิดว่าค้นแล้วจะเจออะไรอย่างนั้นหรือ นางแอบหัวเราะกระหยิ่มในใจ ไม่นานนักเพียงหนึ่งเค่อหัวหน้าหมู่บ้านอาวุโสก็มาถึง พวกเซี่ยกงสวีจึงรีบพูดกล่าวหาในสิ่งที่พวกเขายัดเยียดให้นางในทันที “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านขอรับ พวกข้าสงสัยว่าบ้านเซี่ยต้าไห่ ขโมยแม่เป็ดของพวกเราไปขอรับ” หัวหน้าหมู่บ้านอาวุโสหันไปหาเซี่ยอันหนิงที่ยืนอยู่คนเดียวในรั้วบ้านอีกฝั่งเป็นเชิงถามและเอ่ยปากออกไป “เจ้าได้เอาเป็ดบ้านพวกเขาไปหรือไม่” “เรียนท่านอาวุโสหัวหน้าหมู่บ้าน ข้านั้นดูแลบิดาทั้งคืน เช้ามาก็มีคนพวกนี้มารุมกล่าวหาข้าอยู่หน้าบ้าน ข้าไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริง ๆ เจ้าค่ะ” หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้าเล็กน้อย แต่ฝั่งเซี่ยกงสวีก็ยังไม่ยอม ยืนยันจะค้นบ้านของเซี่ยอันหนิงให้ได้ “เช่นนั้นหากเจ้าบริสุทธิ์ใจให้พวกเขาค้นดูให้แล้ว ๆ ไปเสียพวกเขาจะได้สบายใจ พวกเจ้าเองก็จะพ้นข้อกล่าวหาเจ้าเห็นว่าอย่างไร” หัวหน้าหมู่บ้านเฒ่ากล่าวอย่างจนใจ เรื่องเช้านี้ทำเอาคนแก่อย่างเขาปวดหัวนัก ตื่นมาแม้จะกินอาหารเช้าสบาย ๆ ยังมิได้ กลับต้องออกมาจัดการเรื่องราวไร้สาระของบ้านตระกูลเซี่ยนี่สิ “หากท่านผู้เฒ่ามีความเห็นเช่นนั้นข้าเองก็ไม่ขัดข้อง” เซี่ยอันหนิงกล่าวอย่างนอบน้อมให้กับหัวหน้าหมู่บ้านอาวุโส แล้วนางก็ผายมือให้พวกเขาเข้าไปแต่โดยดี “เชิญ! แต่อย่าทำข้าวของบ้านข้าเสียหายล่ะ” พวกเซี่ยกงสวีพากันเดินเข้าไปค้นบ้านของเซี่ยต้าไห่อยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่เห็นแม้เพียงขนเป็ด พบเพียงพืชผักและเห็ดสีดำน่าเกลียดที่เซี่ยอันหนิงหามาได้เมื่อวันก่อน เพราะพวกเขาไม่รู้จักมันจึงคิดว่ามันกินไม่ได้ ก็พากันหัวเราะเยาะนางกันใหญ่ หัวหน้าหมู่บ้านเห็นแล้วก็ให้รู้สึกสงสารนัก “เจ้าเก็บเห็ดน่าเกลียดเช่นนี้มาทำไมกินก็ไม่ได้ หากเจ้าไม่รู้จักผักป่าหรืออาหารป่า เช่นนั้นเจ้าก็ขึ้นเขาไปเก็บผักป่ากับกลุ่มลูกสาวหลานสาวข้าเป็นอย่างไร” “อย่าเลยเจ้าคะ ขอบคุณในความหวังดีนะเจ้าคะ ข้าคงไม่กล้าไปรบกวนท่านหัวหน้าหมู่บ้านมากหรอกเจ้าคะ เพียงท่านผู้เฒ่าเมตตาเท่านี้ ข้ากับท่านพ่อก็รู้สึกขอบคุณมากแล้ว” เซี่ยอันหนิงกล่าวเชิงปฏิเสธทางอ้อม นางไม่อยากเข้าไปวุ่นวายกับคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน ตอนนี้นางเพียงแค่อยากตุนเสบียงอาหารให้พร้อมก่อนฤดูหนาวจะมาเยือนเท่านั้น เมื่อเห็นว่านางปฏิเสธหัวหน้าหมู่บ้านจึงไม่กล่าวอันใดอีก “อ่อ...เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า” “แต่ก็ขอขอบคุณท่านมากเจ้าคะ ที่มาช่วยไกล่เกลี่ยกับบ้านใหญ่วันนี้” เซี่ยอันหนิงกล่าวเพียงนั้นแล้วส่งหัวหน้าหมู่บ้านที่หน้าบ้านของตน นับว่าหัวหน้าหมู่บ้านยังมีน้ำใจกับนางอยู่บ้าง พวกเซี่ยต้าไห่เมื่อเห็นว่าหัวหน้าหมู่บ้านก็กลับไปแล้วจึงยอมกลับไปแต่โดยดี แม้จะไม่ค่อยอยากเชื่อแต่เมื่อค้นดูภายในบ้านแล้วไม่พบเจออะไร พวกเขาก็จนใจ ครั้นจะให้ไปเค้นหาเอาความก็กลัวพวกตนจะโดนจับไปศาลาว่าการเสียเอง เมื่อได้ยินเสียงเซี่ยอันหนิงเดินกลับเข้ามาในบ้าน เซี่ยต้าไห่ก็ถอนหายใจเบา ๆ พลางส่ายหน้าให้กับความดื้อรั้นของบุตรสาว เมื่อก่อนตอนที่อยู่รวมกับบ้านใหญ่ นางดูเหมือนจะเพียงแค่โวยวายไร้สาระ แต่สุดท้ายก็เชื่อฟังและตั้งใจทำงานช่วยคนบ้านั้น ส่วนนางในตอนนี้เขารู้สึกว่านางเปลี่ยนไปตรงที่แม้จะโวยวายไปบ้าง แต่กลับมีเหตุผลและมีแผนการอยู่ตลอด แต่เขาก็ชอบที่นางเป็นเช่นทุกวันนี้ ต่อไปนางจะได้ไม่ถูกใครรังแกง่าย ๆ “เพียงไม่นานลูกสาวพ่อก็เป็นเด็กซนไม่รู้จักโตเสียแล้ว แถมยังรู้จักเรียนรู้เอาตัวรอดอีกด้วย เจ้านี่ฉลาดเจ้าเล่ห์จริงเชียว” เซี่ยอันหนิงหัวเราะแห้งยกมือลูบปอยผมไปมา ในเมื่อคนบ้านใหญ่พวกนั้นทำกับนางและบิดาก่อน นางเอาคืนบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ จะเป็นไรไป “ถ้าพวกบ้านใหญ่ยังกล้ามาหาเรื่องพวกเราอีก ข้าจะจัดการให้ดู ดูซิว่าต่อไปใครจะกล้ามารังแกพวกเราอีกเจ้าค่ะ” เซี่ยอันหนิงยิ้มกว้างวางท่าอย่างมั่นอกมั่นใจราวกับเด็กน้อย เซี่ยต้าไห่ได้ยินดังนั้นก็อดยกยิ้มแล้วหัวเราะหึ ๆ ในลำคอเสียไม่ได้ อย่างไรนางก็คือบุตรสาวตัวน้อยของเขาอยู่ดี เมื่อนางไม่เป็นอันตรายและยังปกป้องตัวเองได้ เขายังต้องกลัวอันใดอีกล่ะ กว่าจะจบเรื่องของแม่เป็ดก็เริ่มจะสายแล้ว เซี่ยอันหนิงได้แต่ต้มโจ๊กง่าย ๆ กินกับผักดอง จะได้ไม่เสียเวลาทำอย่างอื่น เพราะวันนี้มีหลายสิ่งที่นางต้องทำ เตรียมมื้อเช้าเรียบร้อยแล้วนางจึงเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับถ้วยโจ๊กและผักดองในมือ นางเดินตรงเข้าไปยังห้องของบิดาทันที “ท่านพ่อ มื้อเช้าเป็นโจ๊กกับผักดองนะเจ้าคะ มีเรื่องวุ่นวายแต่เช้า มื้อนี้กินง่ายๆ ก่อนเจ้าค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD