“ไม่เป็นไรหรอก ข้าแค่ไม่อยากเห็นคนตายไปต่อหน้าต่อตาน่ะ” เซี่ยอันหนิงกล่าวขึ้นอย่างเสียมิได้ ยิ่งเขามาทำดีกับนาง นางยิ่งรู้สึกหงุดหงิดยิ่งนัก ซาบซึ้งอันใดกัน ชาติก่อนในหนังสือนิยายนางก็ช่วยเขาแถมได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย เขายังไม่แม้จะหันมามองนางเลยสักนิดในยามที่นางอยู่ท่ามกลางกองเพลิง ท่านอ๋องสามได้ยินเสียงเซี่ยอันหนิงกับบัณฑิตหานคุยกันอย่างเป็นกันเอง ดังมาจากทางด้านหลังก็ถึงกับหันขวับกลับไปมอง เซี่ยอันหนิงเห็นแต่ทำเป็นว่าไม่เห็น นางจึงได้ชวนบัณฑิตหานขึ้นรถม้าไป เมื่อขึ้นไปบนรถมาก็พบว่าจ้าวอวี้เจินฟื้นแล้ว เซี่ยอันหนิงก็เปิดม่านบอกทหารให้ไปบอกท่านอ๋องสามเสียหน่อย เขาจะได้ไม่กังวลและเริ่มเดินทางเสียที หลังจากนั้นทั้งขบวนก็เดินทางต่อ พวกเขาเร่งฝีเท้าเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเพราะเกรงว่าจะไปถึงลานกว้างไม่ทันก่อนที่จะมืด พวกเขาเดินทางโดยมิได้หยุดพักกันเลยเป็นเวลาร่วมสามชั่วยาม และมาถึงลานกว้

