“ตอนนั้นข้ายังเด็ก ไม่รู้เรื่องเลยว่าท่านหายไปไหน รู้เพียงว่าท่านกลับบ้านและไม่ได้กลับไปค่ายทหารอีกเลย” ท่านอ๋องสามฟังแล้วรู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก มีด้วยหรือญาติที่ใจร้ายเช่นนี้ แล้วเซี่ยอันหนิงเล่า นางเติบโตมาได้อย่างไรท่ามกลางผู้คนเช่นนั้นในวัยห้าขวบ “พวกเราทนลำบากอยู่ที่บ้านนั้นจนอันหนิงเติบโต ในที่สุดก็เก็บเงินซื้อบ้านหลังนี้ได้ จึงได้ย้ายออกมาอยู่ที่นี่อย่างที่ท่านเห็นนี่แหละ” เซี่ยต้าไห่สูดลมหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะเล่าต่อด้วยความหดหู่ใจ เขามิได้บอกว่ากว่าบุตรสาวจะโตและแยกบ้านออกมาได้นางต้องลำบากมากแค่ไหน ทุกครั้งที่เขาออกไปล่าสัตว์ พวกบ้านใหญ่ต่างพากันใช้งานนางอย่างหนัก ข้าวปลาก็แทบไม่ให้นางกิน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้เรื่องพวกนี้ แต่เขาก็ไม่รู้จะทำเช่นไร เขาเลยทำได้แค่ตั้งใจล่าสัตว์ให้ได้มาก ๆ เผื่อว่าคนบ้านใหญ่จะเห็นความดีแล้วให้อันหนิงกินให้อิ่มท้องบ้าง ตอนนี้กลับมาคิด ๆ ดู เขานี่ช่างโง่

