"เดวิน พิชญ์พิสิฐฏ์เสฏ เดชะ...เดชะอะไรอะ เดชะ... โอ๊ยจำไม่ได้ นี่คุณลุงคุณป้ารักนายบ้างไหมเนี่ยถึงได้ตั้งชื่อยาวเป็นหางว่าวขนาดนี้ ถ้าเป็นฉันนะ คงขอพ่อแม่เปลี่ยนชื่อตั้งแต่อนุบาลแล้ว"
หลังจากเสนอจะเป็นตัวพารักไปให้เดวิน มินมินก็รีบศึกษาประวัติส่วนตัวของเขาอย่างจริงจัง ก่อนจะเริ่มวางแผนเข้าหาเขาแบบแนบเนียน แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรในหัวเลยสักอย่าง ขนาดท่องจำชื่อของเขายังท้อเลย
ครืด ครืด
-พี่เมฆ-
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นขณะที่รถยนต์เลี้ยวออกพ้นประตูรั้วของบ้านพอดี เรียกความสนใจจากมินมินให้ละสายตาจากถนนเบื้องหน้าแล้วรีบกดปุ่มรับสาย เพราะหน้าจอปรากฏชื่อพี่ชายที่เธอรอสายโทรศัพท์จากเขามาตั้งแต่เมื่อคืน
"ติดต่อกลับมาสักทีนะพี่เมฆ มินเป็นห่วงพี่แทบแย่"
(โทษทีๆ พอดีแบตพี่หมด)
รู้สึกหายใจโล่งขึ้นมาอีกนิดเมื่อได้ยินน้ำเสียงปกติของพี่ชาย เมฆ หรือ เมฆา ทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้นักการเมือง ต้องติดตามเจ้านายไปทุกหนทุกแห่งที่เจ้านายสั่ง ทำหน้าที่ปกป้องและเป็นโล่กำบังให้เจ้านายไม่ให้ได้รับอันตราย จนบางครั้งก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด บาดเจ็บปางตายก็เคยมีมาแล้ว
มินมินเคยขอร้องให้พี่ชายหยุดทำงานนี้หลายต่อหลายครั้งเพราะมันเสี่ยงเกินไป แต่ค่าตอบแทนที่สูงถึงหกหลักต่อเดือนก็ไม่สามารถทำให้เมฆลาออกจากงานนี้ได้ ด้วยว่ามีกันเพียงสองคนพี่น้อง พ่อแม่เสียชีวิตไปเมื่อห้าปีที่แล้วด้วยอุบัติเหตุ เมฆจึงกลายเป็นเสาหลัก ทำหน้าที่รับผิดชอบเลี้ยงดูส่งเสียน้องสาวอยู่เพียงลำพัง
ช่วงนี้เป็นฤดูกาลหาเสียง คราวนี้เมฆต้องติดตามเจ้านายไปถึงทางภาคเหนือ กว่าจะกลับก็คงอาทิตย์หน้า
"งานโอเคดีใช่ไหมพี่เมฆ มินเป็นห่วงนะ"
(แค่งานคุ้มกันธรรมดา ไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอกน่า)
"มีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง ไม่ห่วงได้ไงคะ"
(อีกหน่อยมินเรียนจบแล้วแต่งงานไปมีครอบครัวก็ดีเหมือนกันนะ จะได้เลิกกังวลเรื่องพี่ แล้วเอาเวลาไปดูแลสามีแทน)
"คงได้แต่งหรอกค่ะ จนป่านนี้หมอนั่นยังไม่ยอมมาเจอมินเลย"
(ป้าฟุ้งก็โทรมาขอโทษพี่อยู่เหมือนกัน)
พูดเรื่องนี้ทีไรก็เจ็บใจทุกที
'คงขี้เหร่จนหาผัวไม่ได้ล่ะสิท่า ถึงคิดจะมาจับผมทำผัว'
นั่นเป็นเสียงของเขาที่เธอได้ยินลอดผ่านสายมา ขณะที่ผู้ใหญ่ฝ่ายนั้นโทรตามให้เขามาเจอเธอตามนัด
หน็อยแน่ ระดับมินมิน จิรัฐิฯ สวยระดับนางนพมาศเลยนะจะบอกให้ ไม่อย่างนั้นในตอนปี1 รุ่นพี่คงไม่มาทาบทามให้ไปประกวดนางนพมาศหรอก แต่เสียดายวันซ้อมตกส้นสูงจนขาแพลง นี่ถ้าเธอไม่สละสิทธิ์ดาวคณะนิเทศฯ ไม่มีวันได้เกิดหรอก
"คงกลัวหลงเสน่ห์มินมั้ง หมอนั่นเลยไม่ยอมมาเจอมิน ฮ่าๆๆๆ"
(เป็นเอามากว่ะน้องกู ว่าแต่สายแล้วนะยังไม่ถึงมหาลัยอีกเหรอ เกเรไหมเนี่ยเรา)
"วันนี้น้องมีเรียนบ่ายสองต่างหาก" เธอย่นหน้าเล็กน้อยแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็นก็เถอะ
(แล้วนี่ขับรถอยู่)
"ค่ะ เพิ่งออกจากบ้านมาเมื่อกี้นี้เอง"
(ถ้าอย่างนั้นก็ตั้งใจขับรถเถอะ พี่ไปทำงานต่อแล้ว)
"ก็ได้ค่ะ เย็นนี้เลิกงานโทรหาน้องด้วยนะคะ เป็นห่วง"
(ครับ น้องก็ดูแลตัวเองดีๆ ถ้ามีโอกาสพี่จะรีบโทรหา)
สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดไปพร้อมๆ กับหัวใจที่หวิวโหวงของมินมิน เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่กับคำว่า ถ้ามีโอกาส มันชวนให้รู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่าง จนอดเป็นห่วงพี่ชายไม่ได้
บริ้น! บริ้น!
"โอ๊ะ! อะไรอะ"
เสียงบีบแตรสั้นจากรถที่ขับตามหลังมาทำให้มินมินหลุดจากภวังค์เรื่องพี่ชาย พอมองผ่านกระจกมองหลังก็พบว่ารถหรูคันนั้นนอกจากจะบีบแตรใส่แล้วยังเปิดไฟสูงส่งสัญญาณมาทางเธออีกด้วย ทำให้มินมินรีบชะลอรถความเร็วรถและขับชิดซ้ายทันที โดยมีรถคันนั้นขับเข้ามาใกล้และลดกระจกลง และทันทีที่ได้เห็นหน้าคนในรถชัดๆ โลกทั้งใบของมินมินก็หยุดหมุนไปชั่วขณะ
คำว่า 'บ้าน่า' วิ่งวนในหัวเต็มไปหมด
"รถคุณยางแบน" เขาจะชี้ไปทางยางรถล้อหน้าฝั่งขวาของรถเธอ
"ฮะ! ยางแบน!" ไม่มีเวลาสงสัยอะไรทั้งสิ้น นอกจากรีบจอดรถทันที
ร่างสวยในชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัยดังรีบลงจากรถอย่างรวดเร็ว พอก้มดูยางล้อรถก็ลมแทบจับ มัวแต่คิดเรื่องพี่ชายจนไม่รู้เลยว่ารถที่ขับอยู่นั้นเกิดความผิดปกติ
"เอาไงดี แถวนี้ไม่มีร้านเปลี่ยนยางด้วยสิ" มินมินยืนเท้าสะเอวมองยางล้อรถที่แบนสนิทอย่างคิดหนัก ดีนะที่ไม่ยางแตกจนแหกโค้ง
แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรปรึกษาพี่ที่รู้จัก เขาคนนั้นก็เดินเข้ามาหาเธอพอดี
"ไงเธอ มีอะไรให้เราช่วยไหม"
"นาย..."
มินมินหันไปมองร่างสูงโปร่งเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลแสนโดดเด่น ที่กำลังเดินตรงมาทางเธอแล้วชะงักไปเล็กน้อย ท่าทางรีบร้อนของเขามันตัดกับใบหน้าหล่อคมดูสุขุมของเขาเหลือเกิน แต่แว่นกันแดดสีดำที่เขาสวมอยู่นั้นก็ดูแบดบอยสอดรับกับสีผมของเขาพอดีเป๊ะ
เธอรู้จักเขาเป็นอย่างดี นี่ไง คนที่เธอท่องชื่อเขาจนแทบสมองไหลแต่ก็จำไม่ได้ ทว่าคราวนี้จำได้แม่นยำ เดวิน พิชญ์พิสิฐฏ์เสฏ เดชะวานิชไพบูรณ์ คนที่เธอรอเจอตัวจริงมาตั้งนานแต่ไม่เคยได้เจอกัน ในที่สุดเขาก็มายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
เอาล่ะ เธอต้องดึงสติก่อน
ตอนนี้ไม่รู้ว่าพรหมลิขิตหรือล้อรถที่นำพาเขาให้มาเจอกัน ทว่าเขาทำเหมือนไม่รู้จักกัน ทั้งๆ ที่คุณป้าหอมฟุ้งขอรูปเธอตอนปัจจุบันไปให้เขาดูแล้ว ท่าทางเขาจะไม่สนใจเธอจริงๆ ถึงจำกันไม่ได้
"นี่...อย่าเพิ่งตะลึงในความหล่อของเราดิ รถเธอจะเอาไง"
"ฮะ!" เสียงเอฟเฟกต์ตลกดังขึ้นในหัว เธอเกือบหลุดขำออกไปแล้ว ดีนะที่มีสติ "เอ่อ นายพอจะมีร้านแนะนำหรือมีเบอร์ไหม เราไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนน่ะ เอาไงดี"
ดึงสติกลับมาพร้อมโกหกคำโตแล้วส่งยิ้มสดใสไปให้คนตัวสูง คนมีงานอดิเรกคือแข่งรถอย่างมินมินเนี่ยนะ จะไม่รู้จักอู่ซ่อมรถ
แต่ก็นั่นแหละ ทุกอย่างมันคือแผนที่เธอคิดได้สดๆ ร้อนๆ
"เรามีอู่ประจำ เดี๋ยวเรียกช่างที่รู้จักมาเปลี่ยนยางให้แล้วกัน"
โป๊ะเชะ!
อย่าปรบมือฉาดใหญ่ ยกมือไหว้ท่วมหัว ขอบคุณฟ้าที่ประทานความใจดีมาให้เดวิน ถึงแม้จะมอบความหลงตัวเองมาด้วยก็เถอะ แต่ก็พอให้อภัยกันได้
"งั้นก็ขอบคุณมากๆ เลยนะ ถ้าไม่ได้นายเราแย่แน่เลย"
มินมินหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ในรถออกมาโทรหาเพื่อนสนิท เป็นแบบนี้อาจจะเข้าเรียนสาย อย่างน้อยๆ ขอแจ้งอาจารย์ไว้ก่อนก็ยังดี อาจารย์วิชานี้ค่อนข้างเคี่ยว อาจถูกตัดคะแนนได้หากเธอไม่แจ้ง
(ฮัลโหลยัยมิน แกถึงไหนแล้วยะ)
เชอรี่ เพื่อนเลดี้บอยเอ่ยสวนมาตั้งแต่เธอยังไม่ทักทายเสียด้วยซ้ำ ท่าทางฝั่งนั้นดูร้อนใจคงเป็นห่วงเพราะเธอไม่เคยไปเรียนเลทแบบนี้
"ใกล้ถึงมอแล้ว แต่รถฉันยางแบนอะรี่ แกช่วยบอกอาจารย์ให้หน่อยได้ไหมว่าฉันขอเข้าสาย"
(เข้าสายไม่ได้แก อาจารย์เลื่อนควิซย่อยมาเป็นวันนี้)
"ฮะ! ทำไมทำงี้วะ ควิซอาทิตย์หน้าไม่ใช่หรือไง ทำไมอาจารย์ไม่มีศีลธรรมเอาซะเลย"
(นี่ก็บ่นกันยกใหญ่ แต่แกมีเวลาอีกสิบห้านาทีรีบมาเลยนะ ไม่งั้นสิบคะแนนของแกเหาะขึ้นสวรรค์ไปแน่ๆ)
"โอ๊ย งั้นแค่นี้ ฉันเรียกรถก่อน"
อยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีเวลา มินมินรีบกดวางสายไปแบบไม่ล่ำลาจากนั้นก็กดเข้าแอปพลิเคชันเพื่อเรียกรถทันที ทว่าคราวซวยมันมักจะมาพร้อมกันเสมอ เวลาเที่ยงวันแบบนี้เรียกรถยากเย็นแสนเข็ญซะเหลือเกิน
มินมินยังไม่ทันทำรายการเรียกรถสำเร็จ คนตัวสูงก็เดินเข้ามาหา ใบหน้าหล่อเหลานั้นเริ่มมีเหงื่อล้อมกรอบหน้า แก้มก็เริ่มแดงขึ้นเพราะอากาศร้อนของเมืองไทย
"อีกประมาณครึ่งชั่วโมงช่างจะมาถึง" เขาเอ่ยบอกอย่างใจเย็น ต่างจากอีกฝ่ายที่กำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ
"เราขอจอดรถรอช่างตรงนี้ได้ไหม พอดีอาจารย์มีควิซกะทันหัน เราต้องรีบเข้ามอตอนนี้อะ"
"ได้ดิ เดี๋ยวบอกช่างให้"
"งั้นก็ขอบคุณมากนะ เราไปล่ะ" พูดจบก็รีบเดินผละออกไปทางฟุตบาท ส่วนเดวินนั้นเดินตามเธอมาติดๆ
"เธอจะทำอะไร"
"ก็เรียกรถแท็กซี่ไง ไม่งั้นเราไปสอบไม่ทันแน่" เธอหันมาตอบอย่างร้อนใจ จนลืมสังเกตไปเลยว่าบนอกเสื้อช็อปสีแดงที่เขาสวมอยู่นั้นปักโลโก้ของมหาวิทยาลัยเดียวกันกับที่เธอเรียนอยู่
"ไม่ต้องเรียกแล้ว ไปกับเรานี่มา"
"ไปไหน"
"ก็ไปเรียนไง"
"ฮะ!"
มินมินเบิกตาโตอีกทั้งหัวใจเต้นโครมคราม เมื่อจู่ๆ เขาก็คว้าข้อมือเล็กของเธอให้เดินตามเขาไปยังรถคันหรูที่จอดอยู่ จัดการเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้เธอเสร็จสรรพ เหลืออีกนิดเดียวก็คาดเข็มขัดนิรภัยให้ด้วยแล้ว
"งงอะไร เราเรียนที่เดียวกัน เดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง"
"งะ...งั้นเหรอ" เธอมองติ้งของตัวเองสลับกับตรามหาวิทยาลัยบนเสื้อช็อปของเขาตาแป๋ว "ดีเลยเนอะ ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเลย"
กรี๊ดดด!!! เธออยากแหกปากกรี๊ดออกมาดังๆ แต่กลัวว่าเขาจะตกใจ เอาเป็นว่าเธอไม่ปฏิเสธและปล่อยให้พรหมลิขิตทำงานของมันไปตามสะดวก
เดวินจ๋า อุตส่าห์หนีมินมินหัวซุกหัวซุนมา สุดท้ายเราก็ได้เจอกันสักทีนะสุดหล่อ
'ยินดีที่ได้เจอกันนะ เดวิน'