ดุจัง

1963 Words
@ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ "นี่เรียนแค่ช่วงบ่ายยังเหนื่อยขนาดนี้เลย ใกล้จบหรือใกล้ตายเนี่ย" มินมินโอดครวญพลางบิดขี้เกียจซ้ายขวาหลังจากเรียนเสร็จ วันนี้โชคดีที่เธอเข้าทำควิซก่อนเรียนได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นคงนอยด์มากกว่านี้ "เทอมหน้าฝึกงานก็สบายแล้วมึง" ฟ้าใสที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายเอ่ยปลอบใจ ขณะที่ใช้นิ้วเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์เพื่อไถฟีดเฟซบุ๊กไปพลางๆ "เรอะ! ขอให้สบายจริงเถอะ ไม่ใช่ว่าเราต้องเจอพวกรุ่นพี่ตี๊ดๆ ชอบสั่งงานยากๆ หรอกนะ" เชอรี่ทำท่าสะบัดผมจีบปากจีบคอพูด ซึ่งเรื่องนี้เรียกความสนใจให้มินมินได้มากที่สุด เพราะเธอเองก็ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีเส้นสายที่ไหน บริษัทที่ทำเรื่องขอฝึกงานก็ถูกอาจารย์เลือกให้ "แค่คิดก็กลัวแล้ว ดีหน่อยบริษัทที่กูได้ไปฝึกงานอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก" "อืม ว่าแต่รถมึงเป็นยังไงบ้างเนี่ย เปลี่ยนยางเสร็จยัง ช่างว่าไงบ้าง" เชอรี่เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์แล้วหันมองโฟกัสที่เพื่อนตัวเล็ก "ตายล่ะ ลืมไปเลยว่าไม่มีเบอร์ช่าง" ฝ่ามือบางถูกยกขึ้นทาบอกด้วยความตกใจ ก่อนหน้านั้นเดวินช่วยเธอเอาไว้ อีกทั้งหาช่างและอาสามาส่งเธอถึงที่ตึกเรียน แต่ด้วยความรีบร้อนดันลืมขอเบอร์ช่างกับเขาไปเลย "อ้าว แล้วแบบนี้ถ้าเกิดเขาขโมยรถมึงไปก็ไม่รู้เรื่องเลยดิ" ฟ้าใสโพล่งขึ้น "คงไม่หรอกมั้ง อีกอย่างเดวินก็บอกอยู่ว่าเป็นช่างที่เขารู้จัก" "แล้วมึงได้ขอเบอร์นายนั่นไว้ไหมไม่ใช่ว่าไม่มีคอนแทกต์ติดต่อกันนะ" เชอรี่ถามต่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างจากฟ้าใส "มีดิ กูขอเบอร์และไลน์เค้าไว้แล้ว แต่รบกวนพากูไปเอารถหน่อยนะ พลีสสสส" มินมินหันไปทำตาปริบๆ อ้อนวอนฟ้าใส ซึ่งเพื่อนของเธอก็พยักหน้ารับคำอย่างไม่เรื่องมาก จากนั้นก็พามินมินเดินทางไปเอารถทันที แต่พอไปถึงสิ่งที่น่าตกใจก็คือรถไม่ได้จอดอยู่ตรงนั้น "มึงแน่ใจนะ ว่าจอดไว้ตรงนี้" "แน่ใจสิ นี่ไงกูยังถ่ายรูปส่งในไลน์กลุ่มพวกเราอยู่เลย" มินมินมองซ้ายมองขวาด้วยความรู้สึกร้อนใจ รีบค้นหาเบอร์ของเดวินที่บันทึกเอาไว้แล้วกดโทรหาเขาอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาคือเดวินไม่ยอมรับสายเธอเลย "ว่ายังไงมึง เขารับสายไหม" เชอรี่เอ่ยถามด้วยความร้อนใจไม่ต่างกัน ส่วนฟ้าใสนั้นเดินปลีกตัวไปถามถึงรถของมินมินกับร้านแผงลอยหาบเร่บริเวณนั้น แต่ก็ต้องเดินคอตกกลับมาราวกับคว้าน้ำเหลว "ไม่รับสายเลยมึง" เธอกดโทรออกอีกครั้งพลางมองไปรอบๆ เริ่มใจไม่ดีมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังยืดยาว แต่ก่อนที่สัญญาณกำลังจะตัดไปอีกครั้ง ปลายสายก็รับสายของเธอได้สักที (ฮัลโหล) "พระเจ้า ขอบคุณที่นายรับสายเราสักที ฮือ..." มินมินกลั้นน้ำตาแห่งความตกใจเอาไว้ไม่อยู่ มวลน้ำสีใสถึงกับหยดแหมะออกมาอาบสองแก้มอย่างน่าสงสาร (โทษที เราลืมเปิดเสียงโทรศัพท์) "รู้ไหมเราตกใจแทบแย่...คือตอนนี้รถเราหายไปไหนก็ไม่รู้ มันไม่ได้จอดอยู่ที่เดิม" (เฮ้ยใจเย็นๆ ก่อนเธอ คือช่างบอกว่าตำรวจยกรถเธอไปที่สน. เราโทรหาเธอแล้วนะแต่โทรยังไงก็โทรไม่ติด) "ฮะ! ยะ...ยกไปทำไม เราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย รถเราพังนะไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ทำไมต้องยกมันไปด้วย" มินมินพ่นทุกคำพูดที่อยู่ในหัวออกมาทั้งหมด เพื่อนทั้งสองก็เริ่มร้อนใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น จนเธอต้องเปิดลำโพงเพื่อให้ได้ยินเสียงเดวินไปพร้อมกัน (ก็รถเธอจอดอยู่ตรงเส้นขาวแดงไงคนสวย เลยถูกล็อกล้อตามระเบียบ) มินมินกะพริบตาถี่ๆ แล้วมองไปรอบๆ พบว่าตรงขอบฟุตบาทมันเป็นอย่างที่เดวินบอกจริงๆ ยอมรับว่ารีบมากจนสะเพร่าไม่ทันสังเกต "จริงด้วย" (เดี๋ยวพาไปเอารถคืน) "ไม่เป็นไรเราเกรงใจ เดี๋ยวให้เพื่อนพาไปเอารถคืนเอง นายไม่ต้องมานะเราเกรงใจจริงๆ" (เหมือนจะไม่ทันแล้วนะ เพราะเราอยู่ข้างหลังเธอแล้ว) ตึกตัก! ตึกตัก! "..." มือเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตาท่ามกลางความรู้สึกหลากหลาย รีบหันหลังกลับไปทันที และภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของมินมินเต้นแรงไม่เป็นส่ำ เมื่อพบกับเดวินที่กำลังเดินตรงมาทางเธอ ใบหน้าหล่อเหลานั้นฉายรอยยิ้มทรงเสน่ห์มาแต่ไกล จนคนตัวเล็กควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้ช้าลงไม่ได้ ให้ตายเถอะ เขาดูเท่ส์เกินไปอีกแล้ว แบบนี้นี่เองถึงไม่ยอมมีเมียง่ายๆ เขาควรค่าแก่การอยู่หล่อๆ เท่ส์ เป็นปูชนียบุคคล เย็นวันนั้นเดวินอาสาขับรถพามินมินไปเอารถคืนที่สถานีตำรวจ แต่ดูเหมือนเรื่องมันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อติดต่อตำรวจที่รับผิดชอบเรื่องไม่ได้ และไม่ได้ฝากงานร้อยเวรเอาไว้ ตอนนี้มินมินเข้าไปเจรจากับตำรวจที่นั่งอยู่ในห้องรับรอง โดยมีเดวินนั่งรออยู่ที่เก้าอี้สีฟ้าภายในห้องเดียวกัน "พวกน้องมาช้าไปนะ ตำรวจที่รับผิดชอบเขาเลิกงานกลับบ้านกันไปหมดแล้ว" คุณตำรวจร่างท้วมที่อยู่ในห้องรับเรื่องไม่ได้สนใจพูดกับนักศึกษาสาว แต่กำลังวุ่นวายอยู่กับแฟ้มงานบนชั้นเอกสารที่ตั้งอยู่หลังโต๊ะทำงาน มินมินหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ก็ยังพยายามขอร้องให้ตำรวจคนนั้นเห็นใจ "พอจะบอกได้ไหมคะว่าบ้านคุณตำรวจคนนั้นอยู่ที่ไหน หนูจะไปรับท่านมาปลดล็อกรถเองค่ะ" ปัง! "อึก!" แฟ้มสีดำหลายอันถูกโยนลงบนโต๊ะเบื้องหน้าอย่างรุนแรง จนทำให้มินมินสะดุ้งตัวโหยง เดวินเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มองเหตุการณ์ตรงหน้าพลางขมวดคิ้วมุ่น ในทางกลับกันเขาไม่ได้เข้าไปช่วยเธอเจรจาแต่กำลังส่งสัญญาณทางสายตาไปทางตำรวจคนนั้น ให้เล่นไปตามแผนที่วางเอาไว้ "นี่น้อง! มันเลยเวลาทำงานแล้วนะ ไม่คิดจะเกรงใจตำรวจบ้างเลยหรือไง งานจราจรไม่ใช่งานขี้หมูขี้หมานะ ทั้งเหนื่อยทั้งร้อน แถมยังต้องมาเจอพวกไร้จิตสำนึกแบบน้องอีก" "อุ๊ย!" มือเล็กยกขึ้นทาบอก "ขยันเพิ่มงานให้ตำรวจไม่เว้นแต่ละวัน" "เอ่อ..." พูดไม่ออกเลยแฮะ "แล้วถ้าพวกพี่ไม่ทำตามหน้าที่จะเกิดอะไรขึ้น เกิดอุบัติเหตุเอย โดนร้องเรียนผ่านสื่อเอย โพสต์ด่าเอย โพสต์วิจารณ์ในโซเชียลบ้างล่ะ" ราวกับมีความคับแค้นใจกันมาแต่ชาติปางก่อน ไม่เปิดโอกาสให้มินมินได้อธิบายเลยสักเอะ คุณตำรวจพูดไม่หยุด ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ยังทำงานปกติกลับไม่ช่วยให้อารมณ์ร้อนฉ่าของตำรวจคนนั้นลดลงเลย ถ้าไม่ติดว่าฆ่าคนแล้วผิดกฎหมาย ท่าทางคงอยากกระโจนเข้ามาบีบคอเธอให้ตายคามือแน่ๆ "หนูก็เกรงใจนะคะ แต่หนูก็ต้องใช้รถ ขอร้องนะคะช่วยหนูด้วย" "ไม่ต้องมายิ้มสวยครับ บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้" "คุณพี่~ หนูขอร้องล่ะค่ะ ช่วยปลดล็อกรถให้หนูเถอะนะคะ" มินมินเริ่มใช้ลูกอ้อนเข้าช่วย "น้อง~ น้องก็ต้องเข้าใจด้วยนะ แค่งานปกติก็กองท่วมหัวแล้ว" คราวนี้คุณตำรวจพุงโตยังคงยืนยันคำเดิม แต่เพิ่มเติมคือสายตาที่ไล่มองเธออย่างจาบจ้วงตั้งแต่หน้าอกยันกระโปรงทรงเอเข้ารูปที่มินมินใส่อยู่ "แต่จะว่าไปก็พอจะมีทางออกอยู่บ้าง ถ้าน้อง..." น้ำเสียงที่อ่อนลงในประโยคหลังบวกกับสายตากะลิ้มกะเหลี่ยนั่น สุดท้ายคำพูดมากมาย ความหมายคือหื่นกาม "พี่คะ พี่ขา~ หนูรู้นะว่าพี่ไม่ใช่คนใจร้ายแต่ต้องทำตามหน้าที่ แต่หนูก็ต้องใช้รถนี่คะ...หรือว่า...พี่ตำรวจจะไปรับไปส่งหนูแทนล่ะ" แขนเล็กเท้าศอกลงกับโต๊ะแล้วยื่นหน้าเข้าไปอ้อนใกล้ๆ คุณตำรวจพร้อมเล่นหูเล่นตา คลี่ยิ้มสดใสแบบที่โลกทั้งใบต้องละลายเพราะรอยยิ้มเธอ และดูเหมือนจะได้ผล เมื่อคนตรงหน้าเริ่มเสียอาการ "เอ่อ..." "ถ้าพี่ไม่ว่าง ก็ช่วยติดต่อคุณตำรวจท่านนั้นให้หนูหน่อยได้ไหม นะคะพี่สุดหล่อ นะคะ ช่วยหนูนะคะพี่ขา~" เสียงของเธออ่อนลง งัดมารยาสามร้อยเล่มเกวียนออกมาใช้ พร้อมด้วยสายตาอ้อนเจือรอยยิ้มขี้เล่นส่งไปให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตรงหน้า แต่ขณะนั้นมินมินไม่รู้เลยว่าการกระทำของเธอในตอนนี้ ได้เรียกความสนใจจากคนที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่ทางด้านหลัง นิ้วสากกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วเปลี่ยนมาโฟกัสอยู่ที่มินมินกับตำรวจคนนั้นแทน "ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นก็...เอาเบอร์น้องมาสิ" คุณตำรวจพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ แต่สายตาที่ส่งมานั้นนั้นกะเหี้ยนกระหือรือมาก ทำให้มินมินอยากคว้าเอาที่เสียบกระดาษบนโต๊ะ ทิ่มตาของเขาให้บอดทั้งสองข้างไปเลย แต่เพราะอยากได้รถคืนเธอจึงต้องทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม "เบอร์ ศูนย์แปด..." ครืด! "เอาเบอร์ผมไปดีกว่า ผู้ชายกับผู้ชายคุยกันน่าจะคุยรู้เรื่องกว่า" "นะ...นาย" มินมินมองคนตัวสูงเลิ่กลั่ก เมื่อจู่ๆ เดวินก็ลุกพรวดพราดเข้าไปนั่งข้างมินมิน ดวงตาของเขาแข็งกร้าวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับ ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มเรียบตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่มินมินได้แต่มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาด้วยสีหน้ามึนงง นี่ถ้าเขาไม่โผล่มาเมื่อกี้เธอลืมไปแล้วนะว่าเขายังอยู่ที่นี่ "เอาเบอร์ผมไป มีอะไรโทรมาได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง" เขาย้ำอีกครั้งโดยที่สายตาแข็งกร้าวยังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของตำรวจคนนั้น "ถ้าอย่างนั้นพวกน้องก็มาเอารถคืนวันจันทร์ก็แล้วกัน ไปๆ พี่จะทำงานต่อแล้ว" "ดะ...เดี๋ยวสิคะ" "ไปๆ เกะกะ" ตำรวจคนนั้นสะบัดมือไล่แล้วเดินหนีออกไปอีกทางอย่างไร้เยื่อใย มินมินลุกขึ้นจะวิ่งตามออกไปแต่ถูกเดวินคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ซะก่อน "ปล่อยเรานะ!" "ไม่ต้องตื๊อแล้ว กลับ!" "แต่รถเรา..." "มินมิน เราบอกให้กลับ!" "อุ๊ย! ดุจัง" เขาตะคอกจนเธอสะดุ้ง แต่น่าแปลกดีตรงที่เธอยอมทำตามที่เดวินบอกอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ซึ่งมันก็ทำให้เรื่องทั้งหมด จบเห่ สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว ต้องยอมปล่อยรถอันเป็นที่รักไว้ที่สถานีตำรวจสองคืน ในขณะเดียวกันค่าปรับกลับต้องจ่ายภายในวันนี้ แต่ในความโชคร้ายยังมีโชคดีอยู่บ้าง ที่ค่าปรับจำนวน 1,000 บาทถูกลดให้เหลือเพียง 500 บาท จากการต่อรองของเดวิน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD