@ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
"นี่เรียนแค่ช่วงบ่ายยังเหนื่อยขนาดนี้เลย ใกล้จบหรือใกล้ตายเนี่ย"
มินมินโอดครวญพลางบิดขี้เกียจซ้ายขวาหลังจากเรียนเสร็จ วันนี้โชคดีที่เธอเข้าทำควิซก่อนเรียนได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นคงนอยด์มากกว่านี้
"เทอมหน้าฝึกงานก็สบายแล้วมึง"
ฟ้าใสที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายเอ่ยปลอบใจ ขณะที่ใช้นิ้วเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์เพื่อไถฟีดเฟซบุ๊กไปพลางๆ
"เรอะ! ขอให้สบายจริงเถอะ ไม่ใช่ว่าเราต้องเจอพวกรุ่นพี่ตี๊ดๆ ชอบสั่งงานยากๆ หรอกนะ"
เชอรี่ทำท่าสะบัดผมจีบปากจีบคอพูด ซึ่งเรื่องนี้เรียกความสนใจให้มินมินได้มากที่สุด เพราะเธอเองก็ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีเส้นสายที่ไหน บริษัทที่ทำเรื่องขอฝึกงานก็ถูกอาจารย์เลือกให้
"แค่คิดก็กลัวแล้ว ดีหน่อยบริษัทที่กูได้ไปฝึกงานอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก"
"อืม ว่าแต่รถมึงเป็นยังไงบ้างเนี่ย เปลี่ยนยางเสร็จยัง ช่างว่าไงบ้าง" เชอรี่เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์แล้วหันมองโฟกัสที่เพื่อนตัวเล็ก
"ตายล่ะ ลืมไปเลยว่าไม่มีเบอร์ช่าง"
ฝ่ามือบางถูกยกขึ้นทาบอกด้วยความตกใจ ก่อนหน้านั้นเดวินช่วยเธอเอาไว้ อีกทั้งหาช่างและอาสามาส่งเธอถึงที่ตึกเรียน แต่ด้วยความรีบร้อนดันลืมขอเบอร์ช่างกับเขาไปเลย
"อ้าว แล้วแบบนี้ถ้าเกิดเขาขโมยรถมึงไปก็ไม่รู้เรื่องเลยดิ" ฟ้าใสโพล่งขึ้น
"คงไม่หรอกมั้ง อีกอย่างเดวินก็บอกอยู่ว่าเป็นช่างที่เขารู้จัก"
"แล้วมึงได้ขอเบอร์นายนั่นไว้ไหมไม่ใช่ว่าไม่มีคอนแทกต์ติดต่อกันนะ" เชอรี่ถามต่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างจากฟ้าใส
"มีดิ กูขอเบอร์และไลน์เค้าไว้แล้ว แต่รบกวนพากูไปเอารถหน่อยนะ พลีสสสส"
มินมินหันไปทำตาปริบๆ อ้อนวอนฟ้าใส ซึ่งเพื่อนของเธอก็พยักหน้ารับคำอย่างไม่เรื่องมาก จากนั้นก็พามินมินเดินทางไปเอารถทันที
แต่พอไปถึงสิ่งที่น่าตกใจก็คือรถไม่ได้จอดอยู่ตรงนั้น
"มึงแน่ใจนะ ว่าจอดไว้ตรงนี้"
"แน่ใจสิ นี่ไงกูยังถ่ายรูปส่งในไลน์กลุ่มพวกเราอยู่เลย"
มินมินมองซ้ายมองขวาด้วยความรู้สึกร้อนใจ รีบค้นหาเบอร์ของเดวินที่บันทึกเอาไว้แล้วกดโทรหาเขาอย่างรวดเร็ว
แต่ปัญหาคือเดวินไม่ยอมรับสายเธอเลย
"ว่ายังไงมึง เขารับสายไหม"
เชอรี่เอ่ยถามด้วยความร้อนใจไม่ต่างกัน ส่วนฟ้าใสนั้นเดินปลีกตัวไปถามถึงรถของมินมินกับร้านแผงลอยหาบเร่บริเวณนั้น แต่ก็ต้องเดินคอตกกลับมาราวกับคว้าน้ำเหลว
"ไม่รับสายเลยมึง"
เธอกดโทรออกอีกครั้งพลางมองไปรอบๆ เริ่มใจไม่ดีมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังยืดยาว แต่ก่อนที่สัญญาณกำลังจะตัดไปอีกครั้ง ปลายสายก็รับสายของเธอได้สักที
(ฮัลโหล)
"พระเจ้า ขอบคุณที่นายรับสายเราสักที ฮือ..."
มินมินกลั้นน้ำตาแห่งความตกใจเอาไว้ไม่อยู่ มวลน้ำสีใสถึงกับหยดแหมะออกมาอาบสองแก้มอย่างน่าสงสาร
(โทษที เราลืมเปิดเสียงโทรศัพท์)
"รู้ไหมเราตกใจแทบแย่...คือตอนนี้รถเราหายไปไหนก็ไม่รู้ มันไม่ได้จอดอยู่ที่เดิม"
(เฮ้ยใจเย็นๆ ก่อนเธอ คือช่างบอกว่าตำรวจยกรถเธอไปที่สน. เราโทรหาเธอแล้วนะแต่โทรยังไงก็โทรไม่ติด)
"ฮะ! ยะ...ยกไปทำไม เราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย รถเราพังนะไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ทำไมต้องยกมันไปด้วย"
มินมินพ่นทุกคำพูดที่อยู่ในหัวออกมาทั้งหมด เพื่อนทั้งสองก็เริ่มร้อนใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น จนเธอต้องเปิดลำโพงเพื่อให้ได้ยินเสียงเดวินไปพร้อมกัน
(ก็รถเธอจอดอยู่ตรงเส้นขาวแดงไงคนสวย เลยถูกล็อกล้อตามระเบียบ)
มินมินกะพริบตาถี่ๆ แล้วมองไปรอบๆ พบว่าตรงขอบฟุตบาทมันเป็นอย่างที่เดวินบอกจริงๆ ยอมรับว่ารีบมากจนสะเพร่าไม่ทันสังเกต
"จริงด้วย"
(เดี๋ยวพาไปเอารถคืน)
"ไม่เป็นไรเราเกรงใจ เดี๋ยวให้เพื่อนพาไปเอารถคืนเอง นายไม่ต้องมานะเราเกรงใจจริงๆ"
(เหมือนจะไม่ทันแล้วนะ เพราะเราอยู่ข้างหลังเธอแล้ว)
ตึกตัก! ตึกตัก!
"..." มือเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตาท่ามกลางความรู้สึกหลากหลาย รีบหันหลังกลับไปทันที และภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของมินมินเต้นแรงไม่เป็นส่ำ เมื่อพบกับเดวินที่กำลังเดินตรงมาทางเธอ ใบหน้าหล่อเหลานั้นฉายรอยยิ้มทรงเสน่ห์มาแต่ไกล จนคนตัวเล็กควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้ช้าลงไม่ได้
ให้ตายเถอะ เขาดูเท่ส์เกินไปอีกแล้ว แบบนี้นี่เองถึงไม่ยอมมีเมียง่ายๆ เขาควรค่าแก่การอยู่หล่อๆ เท่ส์ เป็นปูชนียบุคคล
เย็นวันนั้นเดวินอาสาขับรถพามินมินไปเอารถคืนที่สถานีตำรวจ แต่ดูเหมือนเรื่องมันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อติดต่อตำรวจที่รับผิดชอบเรื่องไม่ได้ และไม่ได้ฝากงานร้อยเวรเอาไว้
ตอนนี้มินมินเข้าไปเจรจากับตำรวจที่นั่งอยู่ในห้องรับรอง โดยมีเดวินนั่งรออยู่ที่เก้าอี้สีฟ้าภายในห้องเดียวกัน
"พวกน้องมาช้าไปนะ ตำรวจที่รับผิดชอบเขาเลิกงานกลับบ้านกันไปหมดแล้ว"
คุณตำรวจร่างท้วมที่อยู่ในห้องรับเรื่องไม่ได้สนใจพูดกับนักศึกษาสาว แต่กำลังวุ่นวายอยู่กับแฟ้มงานบนชั้นเอกสารที่ตั้งอยู่หลังโต๊ะทำงาน มินมินหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ก็ยังพยายามขอร้องให้ตำรวจคนนั้นเห็นใจ
"พอจะบอกได้ไหมคะว่าบ้านคุณตำรวจคนนั้นอยู่ที่ไหน หนูจะไปรับท่านมาปลดล็อกรถเองค่ะ"
ปัง!
"อึก!"
แฟ้มสีดำหลายอันถูกโยนลงบนโต๊ะเบื้องหน้าอย่างรุนแรง จนทำให้มินมินสะดุ้งตัวโหยง เดวินเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มองเหตุการณ์ตรงหน้าพลางขมวดคิ้วมุ่น
ในทางกลับกันเขาไม่ได้เข้าไปช่วยเธอเจรจาแต่กำลังส่งสัญญาณทางสายตาไปทางตำรวจคนนั้น ให้เล่นไปตามแผนที่วางเอาไว้
"นี่น้อง! มันเลยเวลาทำงานแล้วนะ ไม่คิดจะเกรงใจตำรวจบ้างเลยหรือไง งานจราจรไม่ใช่งานขี้หมูขี้หมานะ ทั้งเหนื่อยทั้งร้อน แถมยังต้องมาเจอพวกไร้จิตสำนึกแบบน้องอีก"
"อุ๊ย!" มือเล็กยกขึ้นทาบอก
"ขยันเพิ่มงานให้ตำรวจไม่เว้นแต่ละวัน"
"เอ่อ..." พูดไม่ออกเลยแฮะ
"แล้วถ้าพวกพี่ไม่ทำตามหน้าที่จะเกิดอะไรขึ้น เกิดอุบัติเหตุเอย โดนร้องเรียนผ่านสื่อเอย โพสต์ด่าเอย โพสต์วิจารณ์ในโซเชียลบ้างล่ะ"
ราวกับมีความคับแค้นใจกันมาแต่ชาติปางก่อน ไม่เปิดโอกาสให้มินมินได้อธิบายเลยสักเอะ
คุณตำรวจพูดไม่หยุด ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ยังทำงานปกติกลับไม่ช่วยให้อารมณ์ร้อนฉ่าของตำรวจคนนั้นลดลงเลย ถ้าไม่ติดว่าฆ่าคนแล้วผิดกฎหมาย ท่าทางคงอยากกระโจนเข้ามาบีบคอเธอให้ตายคามือแน่ๆ
"หนูก็เกรงใจนะคะ แต่หนูก็ต้องใช้รถ ขอร้องนะคะช่วยหนูด้วย"
"ไม่ต้องมายิ้มสวยครับ บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้"
"คุณพี่~ หนูขอร้องล่ะค่ะ ช่วยปลดล็อกรถให้หนูเถอะนะคะ" มินมินเริ่มใช้ลูกอ้อนเข้าช่วย
"น้อง~ น้องก็ต้องเข้าใจด้วยนะ แค่งานปกติก็กองท่วมหัวแล้ว"
คราวนี้คุณตำรวจพุงโตยังคงยืนยันคำเดิม แต่เพิ่มเติมคือสายตาที่ไล่มองเธออย่างจาบจ้วงตั้งแต่หน้าอกยันกระโปรงทรงเอเข้ารูปที่มินมินใส่อยู่
"แต่จะว่าไปก็พอจะมีทางออกอยู่บ้าง ถ้าน้อง..."
น้ำเสียงที่อ่อนลงในประโยคหลังบวกกับสายตากะลิ้มกะเหลี่ยนั่น สุดท้ายคำพูดมากมาย ความหมายคือหื่นกาม
"พี่คะ พี่ขา~ หนูรู้นะว่าพี่ไม่ใช่คนใจร้ายแต่ต้องทำตามหน้าที่ แต่หนูก็ต้องใช้รถนี่คะ...หรือว่า...พี่ตำรวจจะไปรับไปส่งหนูแทนล่ะ"
แขนเล็กเท้าศอกลงกับโต๊ะแล้วยื่นหน้าเข้าไปอ้อนใกล้ๆ คุณตำรวจพร้อมเล่นหูเล่นตา คลี่ยิ้มสดใสแบบที่โลกทั้งใบต้องละลายเพราะรอยยิ้มเธอ และดูเหมือนจะได้ผล เมื่อคนตรงหน้าเริ่มเสียอาการ
"เอ่อ..."
"ถ้าพี่ไม่ว่าง ก็ช่วยติดต่อคุณตำรวจท่านนั้นให้หนูหน่อยได้ไหม นะคะพี่สุดหล่อ นะคะ ช่วยหนูนะคะพี่ขา~"
เสียงของเธออ่อนลง งัดมารยาสามร้อยเล่มเกวียนออกมาใช้ พร้อมด้วยสายตาอ้อนเจือรอยยิ้มขี้เล่นส่งไปให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตรงหน้า
แต่ขณะนั้นมินมินไม่รู้เลยว่าการกระทำของเธอในตอนนี้ ได้เรียกความสนใจจากคนที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่ทางด้านหลัง นิ้วสากกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วเปลี่ยนมาโฟกัสอยู่ที่มินมินกับตำรวจคนนั้นแทน
"ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นก็...เอาเบอร์น้องมาสิ"
คุณตำรวจพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ แต่สายตาที่ส่งมานั้นนั้นกะเหี้ยนกระหือรือมาก ทำให้มินมินอยากคว้าเอาที่เสียบกระดาษบนโต๊ะ ทิ่มตาของเขาให้บอดทั้งสองข้างไปเลย แต่เพราะอยากได้รถคืนเธอจึงต้องทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
"เบอร์ ศูนย์แปด..."
ครืด!
"เอาเบอร์ผมไปดีกว่า ผู้ชายกับผู้ชายคุยกันน่าจะคุยรู้เรื่องกว่า"
"นะ...นาย"
มินมินมองคนตัวสูงเลิ่กลั่ก เมื่อจู่ๆ เดวินก็ลุกพรวดพราดเข้าไปนั่งข้างมินมิน ดวงตาของเขาแข็งกร้าวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับ ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มเรียบตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่มินมินได้แต่มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาด้วยสีหน้ามึนงง
นี่ถ้าเขาไม่โผล่มาเมื่อกี้เธอลืมไปแล้วนะว่าเขายังอยู่ที่นี่
"เอาเบอร์ผมไป มีอะไรโทรมาได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง" เขาย้ำอีกครั้งโดยที่สายตาแข็งกร้าวยังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของตำรวจคนนั้น
"ถ้าอย่างนั้นพวกน้องก็มาเอารถคืนวันจันทร์ก็แล้วกัน ไปๆ พี่จะทำงานต่อแล้ว"
"ดะ...เดี๋ยวสิคะ"
"ไปๆ เกะกะ"
ตำรวจคนนั้นสะบัดมือไล่แล้วเดินหนีออกไปอีกทางอย่างไร้เยื่อใย มินมินลุกขึ้นจะวิ่งตามออกไปแต่ถูกเดวินคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ซะก่อน
"ปล่อยเรานะ!"
"ไม่ต้องตื๊อแล้ว กลับ!"
"แต่รถเรา..."
"มินมิน เราบอกให้กลับ!"
"อุ๊ย! ดุจัง"
เขาตะคอกจนเธอสะดุ้ง แต่น่าแปลกดีตรงที่เธอยอมทำตามที่เดวินบอกอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ซึ่งมันก็ทำให้เรื่องทั้งหมด
จบเห่
สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว ต้องยอมปล่อยรถอันเป็นที่รักไว้ที่สถานีตำรวจสองคืน ในขณะเดียวกันค่าปรับกลับต้องจ่ายภายในวันนี้
แต่ในความโชคร้ายยังมีโชคดีอยู่บ้าง ที่ค่าปรับจำนวน 1,000 บาทถูกลดให้เหลือเพียง 500 บาท จากการต่อรองของเดวิน