เจ้าสี่ขาแสนรัก

842 Words
รถซีดานสีดำคันงามขับเคลื่อนผ่านประตูรั้วเหล็กสูงตระหง่าน มุ่งหน้าสู่อาคารสไตล์โคโลเนียลหลังใหญ่มหึมา ก่อนจอดเทียบทางขึ้นคฤหาสน์หลังงามซึ่งเป็นบันไดทอดยาวเข้าสู่ตัวบ้าน ทันทีที่ล้อทั้งสี่หยุดนิ่งสนิท พลขับก็รีบลงมาเปิดประตูให้กับผู้โดยสารด้านหลัง เมื่อพราวลดาก้าวลงมาจากรถ หญิงสาวหันหลังกลับไปมองท้องฟ้าที่เริ่มเป็นสีทองอร่าม ท่ามกลางดวงอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนคล้อยต่ำลง กว่าจะฝ่าการจราจรคับคั่งในเมืองหลวงมาได้ เธอก็ถึงบ้านเกือบมืดค่ำ พราวลดาถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนสับขาเรียวเดินขึ้นบันได เมื่อรองเท้าส้นสูงสามนิ้วขึ้นไปเหยียบบนพื้นหินอ่อนขั้นบนสุด ก็มีเจ้าสี่ขาขนฟูสีน้ำตาลสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียนวิ่งออกมาต้อนรับพร้อมส่งเสียงเห่าดังระงม “หมูหย็อง คิดถึงพี่พราวเหรอครับ” พราวนภาย่อตัวลงไปอุ้มสุนัขแสนรักของเธอขึ้นมากอดแนบอก เอาใบหน้าสวยซุกขนปุกปุย ก่อนเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น เธอวางเจ้าหมูหย็องลงบนโซฟาหลุยส์ ก่อนหย่อนสะโพกลงบนโซฟา พลางชะเง้อมองหาบุพการีทั้งสอง โดยปกติแล้วเวลานี้ท่านทั้งสองมักจะมานั่งรอเธอที่ห้องนั่งเล่น เพื่อเตรียมรับประทานอาหารเย็นกันพร้อมหน้าพร้อมตา ทว่าวันนี้ภายในบ้านกลับเงียบสงัด “พี่แก้ว” “อ้าว คุณหนูกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ พี่แก้วมัวแต่เดินตามหาเจ้าหย็องเลยไม่ทันได้ยินเสียงรถ” แก้วกล่าวกับพราวลดาจบก็เหลือบมาเห็นเจ้าสี่ขาขนปุยนั่งกระดิกหางอยู่บนโซฟาข้างพราวลดา “มันวิ่งออกไปรับพราวที่หน้าบ้านค่ะ” พราวลดาลูบหัวเจ้าขนฟูด้วยความรักใคร่ “อ้อ ว่าแต่ทำไมบ้านเงียบจังเลยคะ คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่เหรอ” “คุณท่านทั้งสองอยู่ในห้องหนังสือค่ะ” “ในห้องหนังสือ ตอนนี้เนี่ยนะคะ” พราวลดาเลิกคิ้วสวยด้วยความสงสัย แก้วเองก็ไม่รู้จะตอบเจ้านายอย่างไรจึงทำได้เพียงยิ้มแห้งออกมา “คุณหนูจะอาบน้ำก่อนไหมคะ เดี๋ยวพี่ขึ้นไปเตรียมอ่างอาบน้ำให้” “พี่แก้วน่ะ พราวบอกหลายครั้งแล้วใช่ไหมคะ ว่าพราวโตแล้วดูแลตัวเองได้ พี่แก้วชอบทำเหมือนพราวเป็นเด็กตลอดเลย” พราวลดาบ่นอุบพร้อมทำหน้าง้ำ “ก็พี่ดูแลคุณหนูมาตั้งแต่เล็ก ๆ จะให้พี่เลิกง่าย ๆ ได้ยังไงคะ” พราวลดายิ้มกว้างให้กับบทสนทนาที่มักจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้เป็นประจำ แก้วเป็นทั้งพี่เลี้ยง เป็นทั้งเพื่อน เป็นที่ปรึกษา เธอเติบโตมาโดยมีแก้วคอยดูแลตั้งแต่เล็กจนโต จึงทำให้พราวลดารู้สึกรักและผูกพันกับพี่เลี้ยงคนนี้เหมือนเป็นคนในครอบครัว “ค่ะ แต่บางเรื่องก็ต้องปล่อยวางบ้างนะคะ รู้แล้วว่ารัก” “พี่จะพยายามละกันค่ะ ว่าแต่คุณหนูเป็นยังไงบ้างคะ ทำข้อสอบได้ไหม” “ระดับนี้แล้ว เกียรตินิยมอันดับหนึ่งลอยมารอพราวแล้วค่ะ” พราวลดายืดอกโอ้อวดด้วยความภูมิใจ “คุณหนูเก่งมาก ๆ เลยค่ะ” “พี่แก้วก็เก่งเหมือนกันค่ะ เรียนแค่สามปีครึ่งก็จบแล้ว” ช่วงที่พราวลดาเข้าเรียนปีหนึ่ง เธอเห็นว่าแก้วเรียนจบแค่ระดับมัธยมปลาย จึงชวนให้หล่อนไปสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเปิด หวังให้พี่เลี้ยงสาวได้มีปริญญาติดตัว เพื่อสามารถนำไปต่อยอดทำอาชีพอื่นที่มีความมั่นคงได้ในภายภาคหน้า โดยพราวลดาให้เหตุผลว่าอยากมีเพื่อนเรียนไปด้วยกัน และเธอก็คิดไม่ผิดจริง ๆ เพราะแก้วมีความมุ่งมั่นตั้งใจ จนสามารถเรียนจบก่อนเธอเสียอีก “เผลอแป๊บเดียวคุณหนูก็เรียนจบซะแล้ว เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกันนะคะ” “นั่นสิคะ” “อุ๊ย พี่ก็ชวนคุยจนลืม คุณหนูหิวไหมคะ อยากทานอะไรรองท้องระหว่างรอคุณท่านหรือเปล่าคะ” “ไม่ดีกว่าค่ะ นี่ก็ใกล้เวลาทานข้าวแล้ว เดี๋ยวพราวเข้าไปตามคุณพ่อคุณแม่เลยดีกว่า” “ค่ะ งั้นพี่พาเจ้าหย็องไปเก็บก่อน เดี๋ยวออกมาวิ่งวุ่นวายตอนทานข้าวจะโดนคุณท่านดุเอาอีก” “เอาไปเลยค่ะ” พราวลดาคว้าเจ้าขนปุยยื่นให้แก้ว ทำเอาเจ้าสี่ขาตัวน้อยครางหงิง ๆ ด้วยความไม่อยากห่างเจ้านาย “ขึ้นไปรอบนห้องก่อน เดี๋ยวพี่พราวทานข้าวเสร็จแล้วตามขึ้นไป โอเค้” เมื่อแก้วรับเจ้าหมูหย็องมาได้ก็กอดเอาไว้แน่น พาเดินออกจากห้องนั่งเล่น มุ่งหน้าสู่บันไดขึ้นชั้นสองของคฤหาสน์ พราวลดามองตามพี่เลี้ยงจนหล่อนเดินหายลับไป ก็หันมาคว้ากระเป๋าสะพายคู่ใจลุกขึ้นเดินไปยังห้องหนังสือ ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของคฤหาสน์หลังงาม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD