หลังรับประทานอาหารมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อย พราวลดาก็ขอตัวขึ้นห้องไปอาบน้ำพักผ่อน เนื่องจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอต้องโต้รุ่งอ่านหนังสือเตรียมสอบทุกคืน
แต่เมื่อล้มตัวลงนอน หญิงสาวกลับหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ร่างบางนอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงนอนขนาดคิงไซต์โดยมีเจ้าหมูหย็องนอนหงายให้เกาพุงอยู่ข้าง ๆ
นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองโคมไฟแชนเดอเลียร์บนเพดาน ก่อนจะถอนหายใจออกมา
การไปฝึกงานที่วินเนอร์ มอลล์นั้น ทำให้ความทรงจำที่พราวลดาปิดตายเอาไว้อย่างลึกสุดใจได้เปิดผนึกขึ้นอีกครั้ง
ร่างบางหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงนอน หยิบเสื้อคลุมที่พาดเอาไว้ตรงปลายเตียงขึ้นมาคลุมกาย ก่อนเดินนวยนาดไปเปิดประตูกระจกบานใหญ่ออกสู่ระเบียงกว้าง
บนระเบียงห้องนอนของเธอนั้น เป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจที่เธอโปรดปราน มีโซฟาเดย์เบด ที่พราวลดาชอบออกมานอนเล่นมองท้องฟ้ายามค่ำคืน
หญิงสาวเดินออกมาหยุดที่ริมระเบียงพลางผินหน้ามองไปยังแนวรั้วสูงตระหง่าน อันเป็นเขตแดนระหว่างบ้านของเธอและบ้านอีกหลัง
หากเพ่งมองให้ดีก็จะเห็นประตูเหล็กดัดบานเล็กที่สามารถเปิดออกเพื่อให้ทั้งสองบ้านไปมาหาสู่กันได้โดยง่าย ซึ่งมันถูกปิดตายมานานกว่าสี่ปี
พราวลดาชะเง้อมองผ่านแนวแมกไม้ไปยังคฤหาสน์ที่อยู่อีกฝั่ง
คฤหาสน์สองหลังนี้ถูกสร้างขึ้นพร้อมกันโดยเพื่อนรักทั้งสองคน คนหนึ่งคือคุณพร้อมพงษ์ผู้เป็นบิดาของเธอ ส่วนอีกคน คือคุณธีธัช เจ้าของห้างวินเนอร์ มอลล์ ที่พราวลดากำลังจะต้องไปฝึกงาน
ความใกล้ชิดของสองครอบครัวพลอยทำให้ทายาทของทั้งสองตระกูลที่เติบโตมาด้วยกันผูกพันกันไปโดยปริยาย
คุณธีธัชมีทายาทเพียงคนเดียว คือ ธาม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่อายุมากกว่าพราวลดา 5 ปี
ตั้งแต่จำความได้ ชีวิตของเธอก็จะมีพี่ชายที่แสนดีข้างบ้านคอยอยู่ข้างกายเป็นองครักษ์ประจำตัว
“พี่ธาม พราวอยากขี่หลัง”
“พี่ธาม พราวเบื่อ มาเล่นกันเถอะ”
“พี่ธาม พี่ธาม ไปเที่ยวเขาใหญ่กัน”
เมื่อเวลาผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลง ธามค้นพบสิ่งที่เขาสนใจ นั่นก็คือความท้าทายบนรถบิ๊กไบค์ความเร็วสูง เขามักจะโดดเรียนไปประลองความเร็วอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เวลาเรียนไม่เพียงพอถึงขั้นไม่มีสิทธิ์สอบ
ขณะที่พราวลดากำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ทว่าธามก็ยังเรียนไม่จบเสียที ความเกเรของธามทำให้เขามักจะมีปากเสียงกับคุณธีธัชผู้เป็นบิดา และทุกครั้งธามก็มักจะหนีมาหาพราวลดา ซึ่งเธอก็จะมีหน้าที่คอยปลอบใจและให้กำลังใจพี่ชายสุดติสท์คนนี้เสมอ
ในยามที่เด็กสาวเข้าสู่วัยแรกแย้ม ก็เริ่มมีบางสิ่งเกิดขึ้นภายในใจ จากความผูกพันฉันพี่น้อง แปรเปลี่ยนเป็นความรักแบบหนุ่มสาวโดยที่เธอไม่รู้ตัว
จนกระทั่งถึงวันที่ความรู้สึกนั้นกระจ่างชัด ในช่วงที่เธอเรียนอยู่มอหกเทอมสอง พราวลดารวบรวมความกล้าที่จะบอกรักพี่ชายข้างบ้าน
แต่ทว่า...
“พราวคะ ถ้าพราวสอบเข้ามหาลัยได้แล้วพี่ขอคบกับพราวได้ไหมคะ”
เมื่อต่างคนต่างใจตรงกัน ทั้งคู่ก็เฝ้ารอเวลาให้วันนั้นมาถึง เพื่อที่ธามจะได้เดินเข้าไปขออนุญาตกับคุณพร้อมพงษ์เพื่อคบหากับพราวลดาอย่างจริงจัง
แต่วันนั้นก็ไม่มาถึง...
4 ปีก่อน
“ตายแล้ว ต้องไปสอบไม่ทันแน่ ๆ เลย”
สาวน้อยพราวลดาในวัย 17 ปี สะดุ้งตื่นขึ้นมาก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่นาทีจะถึงเวลาสอบวิชาสุดท้าย
อีกเพียงแค่วิชาเดียวเธอก็จะเรียนจบชั้นมัธยมปลาย และก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย
พราวลดาวิ่งเข้าไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เพียงไม่ถึงห้านาทีเธอก็วิ่งออกมาพร้อมชุดนักเรียน ก่อนคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายบ่า และรีบวิ่งลงไปยังชั้นล่าง โดยไม่สนใจพี่เลี้ยงและคนขับรถที่ยืนรออยู่
“เดี๋ยววันนี้พราวไปเองค่ะ”
ว่าจบพราวลดาก็รีบวิ่งออกจากบ้าน ตรงไปยังประตูเล็กริมรั้ว เปิดเข้าไปยังอาณาเขตของบ้านอีกหลัง
เด็กสาววิ่งขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสอง กระชากเจ้าของห้องออกจากความฝัน
“พี่ธาม พี่ธาม ไปส่งพราวหน่อย”
“อื้อ พราว มอร์นิ่งค่ะ”
“อย่ามัวแต่มอร์นิ่ง ไปส่งพราวที่โรงเรียนก่อน พราวสายแล้วนะคะ นะ” พราวลดาเขย่าแขนแกร่งพลางทำหน้าอ้อนวอน
“โอเคค่ะ ไป ไป”
ธามตอบตกลงทันที โดยไม่เอ่ยถามอะไร และชายหนุ่มก็เป็นเช่นนี้เสมอ สิ่งใดที่พราวลดาต้องการ เขาพร้อมที่จะหามาให้เธอด้วยความเต็มใจ
ธามลุกขึ้นจากที่นอน เดินไปหยิบกุญแจรถเอสยูวีที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา
“พี่ธาม ต้องไปมอไซต์ไม่งั้นไม่ทันแน่”
ธามชะงักงัน ก่อนหันมาทางคนตัวเล็ก
“พราวคะ แต่ว่าพ่อพี่กับคุณอาห้ามพราวซ้อนรถพี่นะคะ จำไม่ได้เหรอ”
“พี่ธาม!” พราวลดาร้องเสียงหลงอย่างขัดใจ เธอยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาที่เดินไปทุกขณะ
“พราว เราอย่าขัดคำสั่งท่านเลย กับพ่อพี่ไม่เท่าไหร่ แต่พี่ไม่อยากขัดใจคุณอาเลยจริง ๆ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน พลางยกมือหนาขึ้นเกลี่ยแก้มใส
แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะเวลานี้พราวลดาร้อนรนราวกับมีไฟมาลนก้น หากเธอพลาดการสอบครั้งนี้...เพียงแค่คิดนัยน์ตาคู่สวยก็เริ่มมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ ทำเอาคนตัวโตทนถึงกับทนไม่ได้
ธามถอนหายใจออกมา ก่อนตัดสินใจวางกุญแจรถเอสยูวีลงที่เดิม และคว้ากุญแจรถบิ๊กไบค์ที่วางข้างกันขึ้นมาแทน
เด็กสาวเห็นแบบนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา คนตัวโตก็ได้แต่ส่ายศีรษะเบา ๆ อย่างอ่อนใจ เขาไม่เคยปฏิเสธเธอได้เลยสักครั้ง
ธามเดินไปเปิดตู้หยิบเสื้อหนังและหมวกกันน็อกออกมาสวมให้พราวลดา ก่อนจะหันมาสวมให้ตัวเอง
จากนั้นทั้งคู่ก็รีบลงไปยังโรงจอดรถ ก่อนที่ไบค์เกอร์หนุ่มจะรีบควบบิ๊กไบค์พาสาวน้อยมัธยมปลายไปสอบให้ทันเวลา ท่ามกลางท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล
เสียงสุนัขแสนรักร้องครางหงิง ๆ ดึงสติของพราวลดาออกจากภวังค์ หญิงสาวหันมามองเจ้าสี่ขาที่นั่งรอเธออยู่บนพื้นก็นึกเอ็นดู ทั้งที่มันหลับไปแล้ว คงจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเจ้านาย ก็เลยออกมาตามให้ไปนอนด้วยกัน
“หย็องจะให้พี่พราวเกาพุงอีกแล้วใช่ไหม”
พราวลดาก้มลงหมายจะอุ้มเจ้าหมูหย็องขึ้นมา แต่ทว่ามันกลับวิ่งไปสุดระเบียง ก่อนโก่งคอเห่าส่งเสียงดังไปทางคฤหาสน์หลังข้าง ๆ อันมืดมิด ราวกับมีบางสิ่งทำให้สัญชาตญาณของมันตื่นตัว
“หย็อง จะเห่าทำไมกัน บ้านนั้นไม่มีใครอยู่แล้วนะ เขาย้ายออกไปกันตั้งนานแล้ว”
พราวลดาสาวเท้าเข้ามาหาเจ้าหมาปากเปราะที่ยังคงเห่าไม่เลิกรา
ขณะที่เธอกำลังจะคว้าตัวสัตว์เลี้ยงแสนรักขึ้นมา พลันนัยน์ตาคู่สวยก็เหลือบไปเห็นแสงไฟส่องสว่างจากหน้ารถขับเคลื่อนเข้าสู่คฤหาสน์ร้าง
“เอ๊ะ”
พราวลดาอุทานออกมาด้วยความแปลกใจ เนื่องจากบ้านหลังนั้นแทบไม่เคยมีใครย่างกรายเข้ามา จะมีก็เพียงคนงานและคนสวนเข้ามาทำความสะอาด และดูแลความเรียบร้อยเดือนละครั้งเท่านั้น แต่ก็ไม่ใช่ยามดึกดื่นเที่ยงคืนเช่นนี้
“ใครนะจะเข้ามาตอนนี้” เสียงหวานกล่าวงึมงำกับตัวเอง “หรือว่าจะเป็นโจร”
เมื่อเธอคิดได้แบบนั้นร่างบางรีบหมุนตัวกลับเข้าห้องอย่างรวดเร็ว โดยมีเจ้าขนปุยวิ่งตามมาติด ๆ
พราวลดาเปิดประตูห้องนอนออกมาก็เจอกับคุณสาวิตรีที่กำลังเดินออกจากห้องทำงานชั้นสองเข้าพอดี
“อ้าว น้องพราวยังไม่นอนอีกเหรอลูก”
“แม่คะคือบ้านคุณลุง” เธอกล่าวหน้าตาตื่น
“ทำไมลูก เกิดอะไรขึ้น”
“พราวเห็นมีรถขับเข้าไปค่ะ หรือว่าจะเป็นโจรคะ”
“อ๋อ...” คุณสาวิตรีลากเสียงยาว “ไม่ใช่หรอกลูก ตอนนี้มีคนเข้ามาอยู่แล้วจ่ะ”
“คะ?”
“ไปนอนเถอะลูก พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้านะคะ ถ้าสงสัยอะไรก็ไปถามคุณลุง”
คุณสาวิตรีว่าพลางประคองแผ่นหลังบอบบางของลูกสาวพาเดินมาส่งหน้าห้องนอน ก่อนที่ท่านจะหอมแก้มลูกสาวหนึ่งที
“ฝันดีนะลูก”
“ฝันดีค่ะแม่”
หลังจากกล่าวราตรีสวัสดิ์กับผู้เป็นมารดา พราวลดาก็เดินกลับมาล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนหลังกว้าง พลางครุ่นคิดถึงบุคคลปริศนาที่ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ จนกระทั่งความเหนื่อยล้าสะสมเริ่มทำงาน เธอจึงค่อย ๆ ดำดิ่งเข้าสู่นิทราในเวลาไม่นาน