คนในอดีต

884 Words
“สวัสดีค่ะ ดิฉันมาพบท่านประธานค่ะ” เสียงหวานเอ่ยถามพนักงานต้อนรับประจำสำนักงานใหญ่ของวินเนอร์ มอลล์ ห้างค้าปลีกอันดับต้น ๆ ของประเทศที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค เมื่อพนักงานสาวเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับสาวสวยในชุดเดรสสีฟ้าเรียบหรู ใบหน้าอ่อนเยาว์ซึ่งงดงามราวกับนางแบบหลุดออกมาจากแมกาซีนส่งยิ้มสดใสให้กับพนักงานต้อนรับที่กำลังตกตะลึงกับความสวยของเธอ “สวัสดีค่ะ” เสียงหวานกล่าวทักทายอีกครั้งเพื่อเรียกสติพนักงานต้อนรับสาว “ค่ะ ไม่ทราบว่านัดไว้หรือเปล่าคะ” “นัดไว้ค่ะ ดิฉันชื่อพราวลดาค่ะ” “สักครู่นะคะ” “ค่ะ” ระหว่างรอพนักงานสาวยกหูโทรศัพท์เพื่อต่อสายไปยังท่านประธานของวินเนอร์ มอลล์ พราวลดาก็ถือโอกาสสอดส่องดูบรรยากาศโดยรอบ เพียงแค่ระยะเวลาสี่ปี แต่ทุกอย่างนั้นดูเปลี่ยนไปมาก แตกต่างจากในอดีตจนน่าใจหาย “คุณพราวลดาคะ” “ค่ะ” “เชิญคุณพราวลดาขึ้นไปชั้นเก้า ออกจากลิฟต์แล้วเลี้ยวซ้ายนะคะ ห้องท่านรองประธานจะอยู่ด้านขวามือ” “ท่านรอง?” พราวลดาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าฉงน “ใช่ค่ะ พอดีท่านประธานเดินทางไปสิงคโปร์กะทันหัน ท่านก็เลยมอบหมายให้ท่านรองทำหน้าที่แทนค่ะ” “อ๋อ ค่ะ” พราวลดายิ้มเจื่อน นึกเสียดายที่ไม่ได้กราบสวัสดีคุณลุงธีธัชของเธอ “นี่ค่ะ รบกวนติดบัตรนี้ไว้ตลอดเวลานะคะ” “ขอบคุณค่ะ” พราวลดายื่นมือไปรับบัตร visitor มาติดไว้ตรงหน้าอกด้านขวา ก่อนส่งยิ้มแสดงไมตรีให้กับพนักงานสาวอีกครั้งก่อนเดินจากมา เธอเดินเข้าไปยังลิฟต์โดยสาร ก่อนกดชั้นหมายเลขเก้าตามที่พนักงานสาวได้แจ้งเอาไว้ ระหว่างยืนรอให้ลิฟต์เดินทางขึ้นไป หญิงสาวก็นึกถึงคนที่ดำรงตำแหน่งรองประธานที่เธอจะต้องเข้าพบ หากจำไม่ผิดคนคนนั้นคือพี่ชายของคุณธีธัช ซึ่งเธอเคยเจออยู่ไม่กี่ครั้ง เพราะท่านเป็นคนรักสันโดษ อีกทั้งยังครองตัวเป็นโสด ไม่มีครอบครัว และส่วนใหญ่ท่านมักจะเข้าวัดปฏิบัติธรรมมากกว่าพบปะสังสรรค์ บางทีก็ลาบวชนานเป็นพรรษา ซึ่งเธอจำได้ว่าคุณธีธัชเคยบ่นว่าอยากหาคนมารับตำแหน่งนี้แทน ติ๊ง~ เสียงลิฟต์โดยสารดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะเลื่อนเปิดออก พราวลดาก้าวออกมาด้านนอกก็พบชายหนุ่มหน้าตี๋ใส่แว่นหนาเตอะกำลังยืนยิ้มแฉ่งรอเธออยู่ “สวัสดีครับคุณพราว” “สะ...สวัสดีค่ะ” “เชิญเข้าไปได้เลยครับ ท่านรองรออยู่” หนุ่มหน้าตี๋เบี่ยงตัวหลบพร้อมผายมือออกไปตามทางเดินทอดยาว เชื้อเชิญให้หญิงสาวเดินไปข้างหน้า “ค่ะ” พราวลดาตอบรับ พลางสอดส่ายสายตามองไปโดยรอบ ชั้นเก้าแห่งนี้มีแต่ห้องของผู้บริหารระดับสูงและห้องประชุม ทำให้บรรยากาศนั้นเงียบสงัดชนิดที่เธอไม่กล้าพูดออกมาเสียงดังเกินไป เพราะกลัวว่าจะไปทำลายความเงียบนั้นเข้า เธอก้าวไปตามทางเดินทอดยาว ก่อนจะมาหยุดยืนหน้าบานประตูไม้สีน้ำตาลบานหนึ่ง บนประตูนั้นมีตัวอักษรสีทองสลักคำว่ารองประธาน หากแต่ป้ายชื่อของเจ้าของห้องถูกถอดออกไป มือเล็กยกขึ้นเคาะสามครั้งเพื่อให้สัญญาณกับคนด้านใน เธอหันกลับไปมองยังทางเดินก็เห็นชายหนุ่มหน้าตี๋คนเดิมยืนทำไม้ทำมือส่งสัญญาณให้เธอเปิดประตูเข้าไป ราวกับกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ พราวลดาหันกลับมาคว้าลูกบิดประตู และผลักบานประตูเข้าไปด้านใน เธอค่อย ๆ ปิดประตูอย่างเบามือที่สุด ก่อนหันกลับมาเผชิญหน้ากับท่านรองประธาน แต่ทว่า... เบื้องหน้าของเธอนั้นมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ด้านหลังโต๊ะตัวนั้นมีเก้าอี้สำนักงานตัวโตซึ่งตั้งหันหน้าไปอีกทาง โดยที่มีใครบางคนกำลังนั่งอยู่ ซึ่งนั่นก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งรองประธานห้างวินเนอร์ มอลล์ “สวัสดีค่ะคุณลุง” พราวลดากล่าวทักทายออกไปพร้อมน้ำเสียงและรอยยิ้มสดใส ขณะเดียวกัน เมื่อเจ้าของห้องรับรู้ได้ถึงการมาถึงของเธอ เก้าอี้สำนักงานสีดำก็ค่อย ๆ หมุนกลับมา เผยให้เห็นร่างกำยำของคนบนเก้าอี้ ซึ่งหาใช่ชายวัยกลางคนในความทรงจำของพราวลดาแต่อย่างใด แต่ทว่าเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาซึ่งเธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีร่างกายกำยำบึกบึนขึ้นมาก หากแต่นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นยังคงมองเธอเช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน “พี่ธาม...” เสียงหวานเอ่ยชื่อคนตรงหน้าอย่างสั่นพร่า การได้เจอพี่ชายข้างบ้านที่เธอเคยรักและเทิดทูนบูชา ไม่ใช่สิ่งที่เธอเตรียมตัวเตรียมใจมาก่อนเลย พราวลดายืนตกตะลึง พร้อมกับความทรงจำแสนเจ็บปวดที่เธอปิดกั้นเอาไว้ได้ไหลรวมมากองตรงหน้าอีกครั้ง และธามคือหลักฐานชิ้นดีที่เป็นเครื่องตอกย้ำมันกับเธอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD