ตอนที่ 10 | ใช้ร่างกายเข้าแลก

1628 Words
ตะวันตวาดลั่นออกมาราวกับคำพูดทั้งหมดถูกฉีกออกมาจากกลางอก แม้จะกลัวจนตัวสั่นแต่ความรู้สึกที่ถาโถมอยุ่ในใจมันกลับมีมากกว่า ภาคินกระชากข้อเท้าของเธอลงมาก่อนจะยกตัวเธอลงจากรั้วอย่างง่ายดาย ร่างเล็กถูกอุ้มลงมาราวกับไม่มีน้ำหนักแต่ทันทีที่เท้าของเธอแตะพื้น แขนแกร่งก็ล็อกเธอไว้แน่น ตะวันดิ้นแต่ไม่อาจหลุดพ้นจากแรงของเขา ร่างกายที่ควรจะได้เป็นอิสระอยู่ด้านนอกรั้ว กลับถูกดึงกลับเข้ามาอีกครั้ง ไม่ต่างอะไรกับนกตัวเล็กที่พยายามบินหนีแต่สุดท้ายก็ถูกจับโยนกลับเข้าไปในกรงหนาม “กูเสนอทางเลือกมากมายมึงไม่เอา งั้นคราวนี้ไม่ว่ากูจะเลือกอะไรให้ มึงก็อย่าคิดที่จะปฏิเสธ” ภาคินอุ้มตะวันพาดบ่าเดินตรงขึ้นมายังชั้นบนของคฤหาสน์ ฝีเท้าหนักแน่นก้าวผ่านโถงทางเดินยาวโดยไม่หยุดแม้แต่นิดเดียว เขาเดินผ่านหน้าห้องนอนของตัวเองแต่กลับไม่หยุด ร่างสูงตรงไปยังสุดทางเดินก่อนจะหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง ประตูที่ถูกปิดตายมานานแต่ในคืนนี้มันถูกเปิดอีกครั้งเพราะตะวัน ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างแรงก่อนที่ภาคินจะก้าวเข้าไปด้านใน ทันทีที่ร่างเล็กถูกโยนลงบนเตียง ตะวันก็รีบพยุงตัวลุกขึ้นอย่างตกใจ ลมหายใจหอบแรงด้วยความหวาดระแวง เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องแต่ความมืดที่ปกคลุมอยู่ทำให้แทบมองไม่เห็นอะไรเลย ห้องทั้งห้องเงียบสนิท มันมืดและกดดันก่อนที่เสียงสวิตช์ไฟจะดังขึ้น แกร๊ก ! ไฟในห้องถูกเปิด แสงสว่างสาดเข้ามากระแทกสายตาอย่างรุนแรงจนตะวันต้องยกมือขึ้นบังแต่เมื่อสายตาปรับกับแสงได้ ภาพตรงหน้าก็ทำให้หัวใจเธอแทบหยุดเต้น ห้องนี้ไม่เหมือนห้องนอน มันให้ความรู้สึกเหมือนห้องเชือด พื้นและผนังถูกตกแต่งด้วยสีดำขลับทั้งหมด บรรยากาศเย็นเยียบและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แต่สิ่งที่ทำให้ตะวันตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่สีของห้องแต่เป็นสิ่งที่ถูกจัดวางอยู่บนผนัง อุปกรณ์มากมายถูกแขวนเรียงรายเอาไว้อย่างเป็นระเบียบราวกับของสะสมหรือศิลปะบางอย่างที่เจ้าของห้องภูมิใจนำเสนอ สายตาของตะวันไล่มองไปทีละชิ้นและยิ่งมองหัวใจเธอก็ยิ่งเย็นวาบเพราะมันไม่ใช่อุปกรณ์ธรรมดาแต่มันคืออุปกรณ์เซ็กซ์ทอยจำนวนมากถูกจัดวางไว้เต็มผนัง “คะ…คุณจะทำอะไร” เสียงหวานเอ่ยถามออกมาด้วยความสั่นเครือ ลมหายใจของตะวันติดขัดราวกับมีบางอย่างบีบรัดอยู่กลางอก ความกลัวค่อย ๆ กัดกินหัวใจช้า ๆ น้ำตาไหลอาบลงตามสองแก้มอย่างห้ามไม่อยู่และยิ่งเมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นสิ่งที่ภาคินกำลังถืออยู่ในมือ หัวใจของเธอก็ยิ่งปวดหนึบ “ทำให้มึงไม่มีทางหนี” ภาคินตอบเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก ในมือของเขาคือโซ่เส้นขนาดกลาง มือหนาของภาคินคว้าข้อเท้าเรียวของเธอไว้แน่นก่อนจะนำโซ่เหล็กล่ามเข้ากับมันอย่างไม่ลังเล การกระทำของเขาเรียบง่ายและชำนาญราวกับกำลังล่ามสัตว์เลี้ยงที่พยายามหลบหนี ตะวันสะดุ้งเฮือกทันทีที่เหล็กเย็นแตะผิว เธอดิ้นโดยสัญชาตญาณพยายามดึงขาหนีจากมือของเขาแต่แรงของผู้ชายกลับมากเกินกว่าจะต้านทานได้ “กูใจดีกับมึงแล้วแต่มึงยังพยศ หลังจากนี้ก็อย่าคิดว่าตัวเองจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสระ” “ถ้าคุณจับฉันล่ามไว้แบบนี้ ฉันจะทำงานใช้หนี้คุณได้ยังไง” “ทางเดียวที่มึงจะใช้หนี้กูได้คือร่างกายของมึง” ถ้อยคำเหล่านี้ราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจ ตะวันรู้ดีว่าเขาหมายความว่าอะไรและแน่นอนว่าเธอไม่ต้องการให้ทุกอย่างลงเอยแบบนี้ การที่เธอหนีออกไปก็เพียงเพราะต้องการหาทางรอด ไม่ใช่เพื่อผลักตัวเองให้จนมุมยิ่งกว่าเดิม “คุณภาคิน” “มึงเลือกเองตะวัน ที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้มันเป็นผลมาจากผลของการกระทำของมึง” “ก็คุณน่ากลัว” “แล้วกูทำอะไรมึงหรือยัง” “คุณทำฉันกลัว” ตะวันไม่กล้าสบสายตา เธอเอ่ยออกมาแผ่วเบา ใบหน้าก้มต่ำลงโดยไม่กล้าเงยขึ้นมองเขา ตอนนี้เธอเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ไม่มีแรงจะต่อกรกับอะไรได้อีก แรงกดดันที่แผ่ซ่านอยู่รอบตัวค่อย ๆ บีบรัดเธอให้จนมุมจนรู้สึกว่าตัวเองเล็กลงทุกขณะราวกับไม่มีที่ให้ถอยอีกต่อไป “แค่นี้มันไม่ตาย” “แต่ฉันไม่เคยเจออะไรแบบนี้” “มึงยังต้องเจออีกเยอะ” “ฉันขอโทษ” ใบหน้าสวยเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำตา สองมือยกขึ้นพนมไหว้คนตรงหน้าอย่างหมดหนทาง เขาน่ากลัวเกินกว่าที่เธอจะต่อกรได้ หากไม่มีทางออกจากที่นี่จริง ๆ บางทีเธอก็คงต้องยอมก้มหน้าและเปลี่ยนตัวเองใหม่ “ไม่คิดว่ามันจะสายไปเหรอ ตั้งใจจะหนีแต่เมื่อโดนจับได้กลับมาขอโทษ” “ฉันหนีเพราะฉันกลัวคุณ ฉันไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง” “กับแค่ล้างห้องน้ำที่มีคราบเลือดมึงจะกลัวอะไรนัก” “โลกของเรามันต่างกันนะคุณภาคิน คุณเจอเรื่องพวกนี้ได้โดยไม่รู้สึกอะไรแต่ฉันมันไม่ใช่ ฉันมันก็แค่เด็กคนหนึ่งที่ต้องการใช้ชีวิต ต้องการเรียนหนังสือเหมือนคนอื่นแต่ทำไมชีวิตฉันถึงมาเจออะไรแบบนี้” “ไปถามแม่มึงสิ เผื่อมึงจะได้คำตอบ” คำตอบที่ได้รับทำให้ตะวันนิ่งงันไปในทันที เธอเผลอถามออกไปทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร แม้ในหัวจะเต็มไปด้วยคำถาม เครื่องหมายแห่งความสงสัยผุดขึ้นมามากมายแต่แท้จริงแล้วคำตอบมันก็ซ่อนอยู่ในคำถาม ทำไมชีวิตเธอถึงมาเจออะไรแบบนี้ นั่นก็เพราะมันเป็นเธอ เป็นเธอที่ต้องแบกรับทุกอย่าง เป็นเธอที่โดนแม่ถีบหัวส่ง เป็นเธอที่ต้องใช้ร่างกายขัดดอกหนี้สิบล้านที่ไม่ได้ก่อ และเป็นเธอที่ต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้ “คนที่เริ่มเรื่องนี้คือแม่มึงและลูกสาวอย่างมคงต้องรับผิดชอบหากแม่ไม่มีปัญญาชดใช้” ภาคินเอ่ยด้วยท่าทีเหนือกว่า รอยยิ้มแสยะที่แต้มอยู่บนใบหน้าหล่อคมเต็มไปด้วยความเย้ยหยันราวกับตั้งใจจะกดเธอให้จมดินยิ่งกว่าเดิม “ฉันจะทำทุกอย่างที่คุณต้องการ” “ถูกต้องตะวัน มึงต้องทำทุกอย่างที่กูต้องการโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” “แต่ขอร้องคุณอย่าขังอย่าล่ามโซ่ฉันไว้แบบนี้” “ตอนกูปล่อยให้มึงเดินได้อย่างอิสระมึงคิดจะหนีแล้วทำไมตอนนี้ถึงมาร้องขอให้กูปล่อย” “เพราะฉันจะไม่หนีอีกแล้ว” แน่นอนว่าภาคินไม่เชื่อคำพูดของตะวันแม้แต่น้อย ร่างสูงก้าวมานั่งลงที่ปลายเตียงก่อนมือหนาจะเอื้อมไปลูบข้อเท้าเรียวที่ถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กเย็นเฉียบ แรงเสียดสีจากโซ่และการดิ้นรนก่อนหน้านี้ของตะวันทำให้ผิวเนียนถูกบาดจนขึ้นรอยแดงจาง ๆ ดูบอบบางราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ “ที่หนีเพราะกูโรคจิต” “ฉันขอโทษ” “รู้ไหมว่าตอนที่มึงบอกว่าอยากเรียนหนังสือ กูก็ให้ไอ้มานพไปจัดการเรื่องนี้แต่เห็นทีตอนนี้คงไม่จำเป็น” ดวงตาสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ คำว่าเรียนหนังสือ สะกิดหัวใจของเธออย่างจัง จนไม่อาจปิดบังความสนใจเอาไว้ได้ การศึกษาคือสิ่งเดียวที่ตะวันต้องการ มันคือประตูบานเดียวที่จะพาเธอหลุดพ้นจากชีวิตแบบนี้ เป็นทางเดียวที่จะพาเธอไปสู่อนาคตที่ดีกว่า “กูไม่ใช่คนใจร้ายที่จะรั้งอนาคตของใคร หากมึงเรียนมึงก็จะมีงานทำหาเงินมาใช้หนี้” “ใช่…ใช่ค่ะ ฉันจะหาเงินมาใช้หนี้คุณ” “แต่มึงดันพลาดคิดหนีทำให้กูไม่มั่นใจเลยว่าหากมึงไปเรียนมึงจะหนีอีกหรือเปล่า” ในความเป็นจริง ภาคินก็แค่พูดไปอย่างนั้น เขาไม่เคยสั่งให้ไอ้มานพไปหาข้อมูลหรือจัดการเรื่องเรียนให้เธอเลยสักนิด เขาไม่ใช่คนใจดีแต่ตรงกันข้าม เขาออกจะโหดร้ายและไม่เคยมีความคิดจะเสียเงินส่งใครเรียนให้เปลืองเปล่าแต่ที่พูดออกไปแบบนี้ก็เพราะเขาต้องการเล่นกับหัวใจของเธอ เด็กอย่างตะวันเป็นคนแบบไหน เขารู้ดี เธอต้องหยุดเรียนไปถึงสองปีเพราะปัญหาสุขภาพ การเรียนคือสิ่งเดียวที่เธอยึดไว้เป็นความหวังดังนั้นเธอไม่มีวันทิ้งมันและการที่เธอดิ้นรนจะหนี ภาคินก็รู้ดีว่าเธอต้องการอะไร ไม่ใช่เพียงเพราะเธอคิดว่าเขาโรคจิตแต่เธอต้องการโบยบินไปหาอิสระภาพของเธอที่เคยมี “ฉันขอร้องคุณภาคิน” “อยากเรียนมากใช่ไหม” “ฮึก…ฉันอยาก” “ถ้าอยากเรียนมากก็เอาร่างกายของมึงมาแลก” ❤️ ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม แล้วคนน้องจะยอมไหมคะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD