ตะวันตวาดลั่นออกมาราวกับคำพูดทั้งหมดถูกฉีกออกมาจากกลางอก แม้จะกลัวจนตัวสั่นแต่ความรู้สึกที่ถาโถมอยุ่ในใจมันกลับมีมากกว่า
ภาคินกระชากข้อเท้าของเธอลงมาก่อนจะยกตัวเธอลงจากรั้วอย่างง่ายดาย ร่างเล็กถูกอุ้มลงมาราวกับไม่มีน้ำหนักแต่ทันทีที่เท้าของเธอแตะพื้น แขนแกร่งก็ล็อกเธอไว้แน่น
ตะวันดิ้นแต่ไม่อาจหลุดพ้นจากแรงของเขา ร่างกายที่ควรจะได้เป็นอิสระอยู่ด้านนอกรั้ว กลับถูกดึงกลับเข้ามาอีกครั้ง ไม่ต่างอะไรกับนกตัวเล็กที่พยายามบินหนีแต่สุดท้ายก็ถูกจับโยนกลับเข้าไปในกรงหนาม
“กูเสนอทางเลือกมากมายมึงไม่เอา งั้นคราวนี้ไม่ว่ากูจะเลือกอะไรให้ มึงก็อย่าคิดที่จะปฏิเสธ”
ภาคินอุ้มตะวันพาดบ่าเดินตรงขึ้นมายังชั้นบนของคฤหาสน์ ฝีเท้าหนักแน่นก้าวผ่านโถงทางเดินยาวโดยไม่หยุดแม้แต่นิดเดียว
เขาเดินผ่านหน้าห้องนอนของตัวเองแต่กลับไม่หยุด ร่างสูงตรงไปยังสุดทางเดินก่อนจะหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง ประตูที่ถูกปิดตายมานานแต่ในคืนนี้มันถูกเปิดอีกครั้งเพราะตะวัน
ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างแรงก่อนที่ภาคินจะก้าวเข้าไปด้านใน ทันทีที่ร่างเล็กถูกโยนลงบนเตียง ตะวันก็รีบพยุงตัวลุกขึ้นอย่างตกใจ ลมหายใจหอบแรงด้วยความหวาดระแวง
เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องแต่ความมืดที่ปกคลุมอยู่ทำให้แทบมองไม่เห็นอะไรเลย ห้องทั้งห้องเงียบสนิท มันมืดและกดดันก่อนที่เสียงสวิตช์ไฟจะดังขึ้น
แกร๊ก !
ไฟในห้องถูกเปิด แสงสว่างสาดเข้ามากระแทกสายตาอย่างรุนแรงจนตะวันต้องยกมือขึ้นบังแต่เมื่อสายตาปรับกับแสงได้ ภาพตรงหน้าก็ทำให้หัวใจเธอแทบหยุดเต้น
ห้องนี้ไม่เหมือนห้องนอน มันให้ความรู้สึกเหมือนห้องเชือด พื้นและผนังถูกตกแต่งด้วยสีดำขลับทั้งหมด บรรยากาศเย็นเยียบและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
แต่สิ่งที่ทำให้ตะวันตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่สีของห้องแต่เป็นสิ่งที่ถูกจัดวางอยู่บนผนัง อุปกรณ์มากมายถูกแขวนเรียงรายเอาไว้อย่างเป็นระเบียบราวกับของสะสมหรือศิลปะบางอย่างที่เจ้าของห้องภูมิใจนำเสนอ
สายตาของตะวันไล่มองไปทีละชิ้นและยิ่งมองหัวใจเธอก็ยิ่งเย็นวาบเพราะมันไม่ใช่อุปกรณ์ธรรมดาแต่มันคืออุปกรณ์เซ็กซ์ทอยจำนวนมากถูกจัดวางไว้เต็มผนัง
“คะ…คุณจะทำอะไร” เสียงหวานเอ่ยถามออกมาด้วยความสั่นเครือ ลมหายใจของตะวันติดขัดราวกับมีบางอย่างบีบรัดอยู่กลางอก ความกลัวค่อย ๆ กัดกินหัวใจช้า ๆ
น้ำตาไหลอาบลงตามสองแก้มอย่างห้ามไม่อยู่และยิ่งเมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นสิ่งที่ภาคินกำลังถืออยู่ในมือ หัวใจของเธอก็ยิ่งปวดหนึบ
“ทำให้มึงไม่มีทางหนี” ภาคินตอบเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก ในมือของเขาคือโซ่เส้นขนาดกลาง
มือหนาของภาคินคว้าข้อเท้าเรียวของเธอไว้แน่นก่อนจะนำโซ่เหล็กล่ามเข้ากับมันอย่างไม่ลังเล การกระทำของเขาเรียบง่ายและชำนาญราวกับกำลังล่ามสัตว์เลี้ยงที่พยายามหลบหนี
ตะวันสะดุ้งเฮือกทันทีที่เหล็กเย็นแตะผิว เธอดิ้นโดยสัญชาตญาณพยายามดึงขาหนีจากมือของเขาแต่แรงของผู้ชายกลับมากเกินกว่าจะต้านทานได้
“กูใจดีกับมึงแล้วแต่มึงยังพยศ หลังจากนี้ก็อย่าคิดว่าตัวเองจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสระ”
“ถ้าคุณจับฉันล่ามไว้แบบนี้ ฉันจะทำงานใช้หนี้คุณได้ยังไง”
“ทางเดียวที่มึงจะใช้หนี้กูได้คือร่างกายของมึง”
ถ้อยคำเหล่านี้ราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจ ตะวันรู้ดีว่าเขาหมายความว่าอะไรและแน่นอนว่าเธอไม่ต้องการให้ทุกอย่างลงเอยแบบนี้ การที่เธอหนีออกไปก็เพียงเพราะต้องการหาทางรอด ไม่ใช่เพื่อผลักตัวเองให้จนมุมยิ่งกว่าเดิม
“คุณภาคิน”
“มึงเลือกเองตะวัน ที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้มันเป็นผลมาจากผลของการกระทำของมึง”
“ก็คุณน่ากลัว”
“แล้วกูทำอะไรมึงหรือยัง”
“คุณทำฉันกลัว”
ตะวันไม่กล้าสบสายตา เธอเอ่ยออกมาแผ่วเบา ใบหน้าก้มต่ำลงโดยไม่กล้าเงยขึ้นมองเขา ตอนนี้เธอเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ไม่มีแรงจะต่อกรกับอะไรได้อีก แรงกดดันที่แผ่ซ่านอยู่รอบตัวค่อย ๆ บีบรัดเธอให้จนมุมจนรู้สึกว่าตัวเองเล็กลงทุกขณะราวกับไม่มีที่ให้ถอยอีกต่อไป
“แค่นี้มันไม่ตาย”
“แต่ฉันไม่เคยเจออะไรแบบนี้”
“มึงยังต้องเจออีกเยอะ”
“ฉันขอโทษ”
ใบหน้าสวยเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำตา สองมือยกขึ้นพนมไหว้คนตรงหน้าอย่างหมดหนทาง เขาน่ากลัวเกินกว่าที่เธอจะต่อกรได้ หากไม่มีทางออกจากที่นี่จริง ๆ บางทีเธอก็คงต้องยอมก้มหน้าและเปลี่ยนตัวเองใหม่
“ไม่คิดว่ามันจะสายไปเหรอ ตั้งใจจะหนีแต่เมื่อโดนจับได้กลับมาขอโทษ”
“ฉันหนีเพราะฉันกลัวคุณ ฉันไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง”
“กับแค่ล้างห้องน้ำที่มีคราบเลือดมึงจะกลัวอะไรนัก”
“โลกของเรามันต่างกันนะคุณภาคิน คุณเจอเรื่องพวกนี้ได้โดยไม่รู้สึกอะไรแต่ฉันมันไม่ใช่ ฉันมันก็แค่เด็กคนหนึ่งที่ต้องการใช้ชีวิต ต้องการเรียนหนังสือเหมือนคนอื่นแต่ทำไมชีวิตฉันถึงมาเจออะไรแบบนี้”
“ไปถามแม่มึงสิ เผื่อมึงจะได้คำตอบ”
คำตอบที่ได้รับทำให้ตะวันนิ่งงันไปในทันที เธอเผลอถามออกไปทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร แม้ในหัวจะเต็มไปด้วยคำถาม เครื่องหมายแห่งความสงสัยผุดขึ้นมามากมายแต่แท้จริงแล้วคำตอบมันก็ซ่อนอยู่ในคำถาม
ทำไมชีวิตเธอถึงมาเจออะไรแบบนี้
นั่นก็เพราะมันเป็นเธอ
เป็นเธอที่ต้องแบกรับทุกอย่าง
เป็นเธอที่โดนแม่ถีบหัวส่ง
เป็นเธอที่ต้องใช้ร่างกายขัดดอกหนี้สิบล้านที่ไม่ได้ก่อ
และเป็นเธอที่ต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้
“คนที่เริ่มเรื่องนี้คือแม่มึงและลูกสาวอย่างมคงต้องรับผิดชอบหากแม่ไม่มีปัญญาชดใช้” ภาคินเอ่ยด้วยท่าทีเหนือกว่า รอยยิ้มแสยะที่แต้มอยู่บนใบหน้าหล่อคมเต็มไปด้วยความเย้ยหยันราวกับตั้งใจจะกดเธอให้จมดินยิ่งกว่าเดิม
“ฉันจะทำทุกอย่างที่คุณต้องการ”
“ถูกต้องตะวัน มึงต้องทำทุกอย่างที่กูต้องการโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”
“แต่ขอร้องคุณอย่าขังอย่าล่ามโซ่ฉันไว้แบบนี้”
“ตอนกูปล่อยให้มึงเดินได้อย่างอิสระมึงคิดจะหนีแล้วทำไมตอนนี้ถึงมาร้องขอให้กูปล่อย”
“เพราะฉันจะไม่หนีอีกแล้ว”
แน่นอนว่าภาคินไม่เชื่อคำพูดของตะวันแม้แต่น้อย ร่างสูงก้าวมานั่งลงที่ปลายเตียงก่อนมือหนาจะเอื้อมไปลูบข้อเท้าเรียวที่ถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กเย็นเฉียบ แรงเสียดสีจากโซ่และการดิ้นรนก่อนหน้านี้ของตะวันทำให้ผิวเนียนถูกบาดจนขึ้นรอยแดงจาง ๆ ดูบอบบางราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
“ที่หนีเพราะกูโรคจิต”
“ฉันขอโทษ”
“รู้ไหมว่าตอนที่มึงบอกว่าอยากเรียนหนังสือ กูก็ให้ไอ้มานพไปจัดการเรื่องนี้แต่เห็นทีตอนนี้คงไม่จำเป็น”
ดวงตาสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ คำว่าเรียนหนังสือ สะกิดหัวใจของเธออย่างจัง จนไม่อาจปิดบังความสนใจเอาไว้ได้
การศึกษาคือสิ่งเดียวที่ตะวันต้องการ มันคือประตูบานเดียวที่จะพาเธอหลุดพ้นจากชีวิตแบบนี้ เป็นทางเดียวที่จะพาเธอไปสู่อนาคตที่ดีกว่า
“กูไม่ใช่คนใจร้ายที่จะรั้งอนาคตของใคร หากมึงเรียนมึงก็จะมีงานทำหาเงินมาใช้หนี้”
“ใช่…ใช่ค่ะ ฉันจะหาเงินมาใช้หนี้คุณ”
“แต่มึงดันพลาดคิดหนีทำให้กูไม่มั่นใจเลยว่าหากมึงไปเรียนมึงจะหนีอีกหรือเปล่า”
ในความเป็นจริง ภาคินก็แค่พูดไปอย่างนั้น เขาไม่เคยสั่งให้ไอ้มานพไปหาข้อมูลหรือจัดการเรื่องเรียนให้เธอเลยสักนิด
เขาไม่ใช่คนใจดีแต่ตรงกันข้าม เขาออกจะโหดร้ายและไม่เคยมีความคิดจะเสียเงินส่งใครเรียนให้เปลืองเปล่าแต่ที่พูดออกไปแบบนี้ก็เพราะเขาต้องการเล่นกับหัวใจของเธอ
เด็กอย่างตะวันเป็นคนแบบไหน เขารู้ดี เธอต้องหยุดเรียนไปถึงสองปีเพราะปัญหาสุขภาพ การเรียนคือสิ่งเดียวที่เธอยึดไว้เป็นความหวังดังนั้นเธอไม่มีวันทิ้งมันและการที่เธอดิ้นรนจะหนี ภาคินก็รู้ดีว่าเธอต้องการอะไร
ไม่ใช่เพียงเพราะเธอคิดว่าเขาโรคจิตแต่เธอต้องการโบยบินไปหาอิสระภาพของเธอที่เคยมี
“ฉันขอร้องคุณภาคิน”
“อยากเรียนมากใช่ไหม”
“ฮึก…ฉันอยาก”
“ถ้าอยากเรียนมากก็เอาร่างกายของมึงมาแลก”
❤️
ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม
แล้วคนน้องจะยอมไหมคะ