“แม่ง ! แต่งตัวอะไรวะ” เสียงเข้มสบถลอดไรฟันออกมาด้วยความขุ่นเคือง สายตาคมกร้าวฉายแววไม่พอใจชัดเจน คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแทบผูกเป็นปมเมื่อภาพจากกล้องวงจรปิดฉายให้เห็นชัดเต็มตา
“เสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงขาสั้นครับนาย” มานพลูกน้องผู้จงรักภักดียืนอยู่ด้านหลังมองจอภาพเดียวกันก่อนเอ่ยตอบเสียงเรียบ
“ไอ้สัส ! กูรู้”
ภาคินกัดฟันแน่น ความหงุดหงิดตีวนอยู่ในอก ท่าทางและการกระทำของเธอกำลังยั่วอารมณ์เขาให้แทบคลั่ง ผู้ชายในบ้านมีตั้งมากมายแต่เธอกลับแต่งตัวราวกับไม่คิดจะหวงแหนร่างกายตัวเองเลยแม้แต่น้อย
ผิวขาวเนียนที่ต้องแสงไฟยามเคลื่อนไหวกลับยิ่งสะกดสายตาคนมองได้อย่างร้ายกาจและยิ่งเห็นเหล่าลูกน้องพากันจ้องตะวันไม่วางตา เปลวความหงุดหงิดในใจเขาก็ยิ่งปะทุพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
“แล้วนายจะหงุดหงิดทำไมครับ”
“แล้วมึงดูมัน เป็นผู้หญิงทำไมแต่งตัวแบบนี้ว่ะ”
“ผมว่าปกตินะครับ ใคร ๆ เขาก็แต่งกัน”
เหอะ ปกติงั้นเหรอ ในบ้านหลังนี้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนแต่งตัวแบบนี้มาก่อนแต่เธอกลับยืนเด่นเป็นจุดสนใจให้ทุกสายตาจับจ้องราวกับไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลย
“มึงไปบอกให้ทุกคนออกจากบ้าน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งอีกครั้งพลางตวัดสายตามองลูกน้องคนสนิทอย่างเอาจริง ส่วนมือหนาคีบบุหรี่ขึ้นสูบอัดควันนิโคตินเข้าปอดหวังกลบความรู้สึกปั่นป่วนที่กำลังถาโถม
“แล้วพวกมันจะไปอยู่ไหนกันครับ” มานพถามกลับอย่างระมัดระวังเพราะเวลานี้ยังเป็นช่วงเวลางาน หากสั่งให้ทุกคนออกไปกะทันหันก็คงไม่รู้จะให้ไปสุมหัวอยู่ที่ไหน
“ก็ช่างหัวมัน”
“แล้วผม”
“ถ้ามึงยังถาม มึงจะเป็นอีกคนที่โดนไล่ออกจากบ้าน”
“ขอโทษครับ”
มานพพูดได้เพียงเท่านี้ก่อนรีบก้าวออกจากห้องทำงานของผู้เป็นนายด้วยท่าทีเร่งร้อน เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์เสียถึงขีดสุดและคงไม่ฉลาดนักหากยังยืนซักถามให้ตัวเองตกเป็นเป้า
ภาคินยังคงสูบบุหรี่ต่อเนื่อง ควันสีขาวลอยคลุ้งอยู่รอบตัว มือหนายกขึ้นลูบหน้าช้า ๆ เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกเดือดดาลขนาดนี้ รู้เพียงอย่างเดียวว่าเขาไม่ชอบใจเอาเสียเลย
ร่างแกร่งลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนก้าวออกจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ขายาวก้าวฉับไวลงมาถึงชั้นล่างของบ้านและภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้เขาชะงัก
ตะวันกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กลางห้อง เสื้อผ้าที่สวมใส่เผยให้เห็นสัดส่วนชัดเจนเกินพอดี เส้นสายของเรือนร่างที่ขยับเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัวกลับยิ่งดึงดูดสายตาราวกับไม่ทันระวังว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคนอยู่
“อ๊ะ ! ฉันเจ็บนะคุณภาคิน” เสียงหวานร้องออกมาด้วยความตกใจ มุมปากสวยเกือบเผลอยกยิ้มตามแผนที่วางไว้ แต่ก็รีบหุบลงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินเข้ามาติดกับดักของเธอแล้ว
“แต่งตัวอะไรของมึง” เสียงเข้มกระแทกถามด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าคมคายฉายชัดถึงความโกรธ เขามองตะวันราวกับเธอทำผิดมหันต์ ทั้งที่ความจริงเธอเพียงแค่อยู่เฉย ๆและทำความสะอาดบ้านตามที่ตกลงกันไว้เท่านั้น
“ฉันเจ็บ ปล่อยนะ”
“กูถามว่าแต่งตัวอะไร”
“ก็แต่งตัวทำความสะอาดบ้านไงคะ”
“เสื้อสายเดี่ยวกางเกงขาสั้น ก้มทีนมออกก้นออกแบบนี้เหรอ”
ภาคินเหลือบมองอย่างหงุดหงิด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะวางสายตาไว้ตรงไหน ทุกอิริยาบถของเธอกลับดึงดูดสายตาอย่างน่ารำคาญใจ ความรู้สึกร้อนรุ่มแล่นวาบขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัวราวกับอยากดึงเธอให้พ้นจากทุกสายตาแล้วเก็บไว้เพียงลำพัง
เขารู้ดีว่าเธอกำลังแสดงแต่ยิ่งรู้ก็ยิ่งหงุดหงิดเพราะลึก ๆ แล้วเขากลับตอบสนองต่อภาพตรงหน้าเกินกว่าที่ควร ความคิดฟุ้งซ่านเริ่มก่อตัว ภาพเรือนร่างขาวเนียนใต้ร่มผ้าลอยเข้ามาในหัวโดยไม่อาจห้ามและนั่นยิ่งทำให้สติของเขาสั่นคลอนมากขึ้นไปอีก
“แล้วคุณจะให้ฉันใส่เสื้อแขนยาวคอเต่าหรือไง” ริมฝีปากเล็กสวนกลับทันควัน ร่างบางถอยหนีพยายามสลัดแขนออกจากพันธนาการของภาคิน
“เออ ! แบบนั้นก็ดี” เขาตอบเสียงห้วนเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง อย่างน้อยเขาก็คงไม่ต้องเห็นภาพชวนปวดหัวอยู่ตรงหน้า ความร้อนระอุในอกไม่ได้เกิดจากความใคร่แต่เป็นเพราะความไม่พอใจที่เธอกำลังเผยเรือนร่างให้ใครต่อใครมอง
“ดีบ้านคุณสิ”
“เสียสายตาฉิบหาย” เขาสวนกลับทั้งที่ในหัวคิดอีกแบบ แต่คำพูดกลับไม่ยอมรับตามตรง
ความสนใจที่เขามีต่อเธอค่อย ๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ผู้หญิงสวยคนหนึ่งมาอยู่ในบ้าน แถมยังทำให้หัวใจวูบไหวด้วยท่าทางและสายตา มีหรือที่ผู้ชายจะไม่รู้สึกอะไร
ภาคินไม่ใช่พระอิฐพระปูน เขาไม่ใช่คนอดทนเก่งนัก ที่ยังไม่แตะต้องเธอไม่ใช่เพราะไร้ความต้องการแต่เพราะมันยังไม่ถึงเวลา หากวันหนึ่งเขาตัดสินใจเอาจริง แม้เสียงปฏิเสธของเธอก็คงไร้น้ำหนัก
ในเมื่อเธออยากเล่นเกม เขาก็พร้อมจะเล่นด้วย เงินเพียงไม่กี่สิบล้านสำหรับเขาไม่เคยมีค่าอะไรแต่เหตุผลที่พาเธอกลับมาด้วยนั้นไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
เขาเห็นชัดว่าเธอถูกคนเป็นแม่ด้อยค่าและรู้ดีว่าความรู้สึกนี้มันเจ็บปวดมากแค่ไหน การดึงเธอออกมาจากขุมนรกของความรู้สึกนั้น บางทีอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาทำได้ แม้จะไม่ยอมรับออกมาตรง ๆ ก็ตาม
“ปากบอกว่าเสียสายตาแต่คุณมองนมฉันไม่หยุด”
ตะวันเอ่ยเสียงเรียบ ไม่ได้หลงตัวเองแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าสายตาของภาคินมันฟ้องทุกอย่าง เขาจดจ้องอยู่ตรงนั้นราวกับเผลอลืมตัว เธอเห็นชัดแม้กระทั่งจังหวะที่เขากลืนน้ำลายลงคอหลายต่อหลายครั้ง
“นมแบบนี้ผ่านมากี่มือแล้วละ” น้ำเสียงเขาเย็นลงแต่แฝงความดูแคลน ท่าทางของเธอมันชวนให้เขาคิดไกลเกินกว่าที่ควร
ถ้าเธอช่ำชองอย่างที่เห็นจริงก็คงง่ายดีสำหรับเขา อย่างน้อยหากวันหนึ่งต้องใช้เธอเป็นเครื่องมือบำเรอความใคร่ เขาก็คงไม่ต้องเสียเวลาสอนเพราะภาคินชอบคนที่ตามเกมทันมากกว่าคนไร้เดียงสา
“จะกี่มือแล้วทำไม” ตะวันย้อนกลับทันทีโดยไม่คิดจะแก้ตัว เธอจงใจปล่อยให้เขาเข้าใจแบบนั้น ยิ่งเขารู้สึกดูแคลนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีสำหรับเธอเพราะบางทีความรังเกียจอาจทำให้เขาไม่คิดยุ่งวุ่นวายกับเธอมากไปกว่านี้
“แต่งตัวบ่งบอกสันดานฉิบ”
“ฉันแต่งตัวแบบนี้แล้วมันทำไม”
“แต่งตัวแบบนี้ท่ามกลางผู้ชายมากมายในบ้าน ถ้าไม่อยากโดนเอาแล้วอยากโดนอะไร”
คำพูดเขาคมคายราวมีดบาด ความคิดมันตีกรอบทุกอย่างจากภาพตรงหน้าจนมองเธอในมุมอื่นไม่ลง ในสายตาภาคิน ท่าทางของเธอมันเหมือนการยั่วยุโดยตั้งใจราวกับกำลังเร่งเกมให้ทุกอย่างจบเร็วขึ้น
บางทีเธออาจจะอยากปลดหนี้ไว ๆ แต่เขาก็ไม่คิดปล่อยให้มันง่ายดายอย่างนั้น หากเธอคิดจะเล่น เขาก็พร้อมจะรั้งเธอไว้ให้สาสมกับคำพูดปากดีของเธอ
“ก็คนมันร้อน ทำงานเหงื่อก็ออก จะให้มาใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขายาวมันก็ไม่ใช่เรื่อง” ตะวันอธิบายด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แม้ลึก ๆ แล้วมันจะเป็นเพียงข้ออ้าง
เธอไม่ยอมทนจมอยู่กับความลำบากในบ้านหลังนี้ตลอดไป หนี้ที่เธอไม่ได้ก่อ เธอจะทำให้มันลดลงด้วยวิธีของตัวเอง โดยไม่ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรี เธออาจใช้เรือนร่างเป็นเพียงภาพลวงตาให้เขาหลงกลแต่จะไม่มีวันปล่อยให้เขาได้แตะต้องอย่างที่คิดเด็ดขาด
“ถ้าอยากใส่แบบนี้มากก็มาใส่ตอนอยู่กับกู”
“กับคุณเพื่ออะไรคะ”
“สงสารสายตาคนอื่น”
“คนอื่นเขาออกจะชอบ เห็นมองไม่หยุด ฉันก็เลยก้มเยอะ ๆ ให้ได้เห็นเต็ม ๆ ตา”
“ตะวัน !” สุรเสียงเข้มตวาดลั่นอีกครั้ง ชื่อของเธอหลุดออกมาจากริมฝีปากเขาพร้อมแรงอารมณ์ที่เดือดพล่าน
ภาคินมีแต่ความโกรธพลุ่งพล่านอยู่เต็มอก คำพูดของเธอแต่ละคำเหมือนหยดน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ทำให้ไฟในใจลุกโชนจนแทบควบคุมไม่อยู่ อารมณ์ในร่างกายปะทุขึ้นรุนแรงจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ
“โอ๊ย ! คนบ้าจะตะโกนเพื่อ ออกไปเลยนะอย่ามากวน ฉันจะทำความสะอาด”
“อยากทำมากใช่ไหมไอ้ทำความสะอาดเนี่ย”
“อยากมาก”
“ดี ! งั้นมาทำห้องกูแล้วมึงจะก้มจะเงยจะแอ่นยังไงก็ตามใจมึง”
❤️
ปากบอกยังไม่ถึงเวลาทำ แต่มันล่อเข้าห้อง
อาการแบบนี้แปลว่าอะไรคะ ?