ตอนที่ 6 | ปากว่าตาจ้อง

1598 Words
“แม่ง ! แต่งตัวอะไรวะ” เสียงเข้มสบถลอดไรฟันออกมาด้วยความขุ่นเคือง สายตาคมกร้าวฉายแววไม่พอใจชัดเจน คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแทบผูกเป็นปมเมื่อภาพจากกล้องวงจรปิดฉายให้เห็นชัดเต็มตา “เสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงขาสั้นครับนาย” มานพลูกน้องผู้จงรักภักดียืนอยู่ด้านหลังมองจอภาพเดียวกันก่อนเอ่ยตอบเสียงเรียบ “ไอ้สัส ! กูรู้” ภาคินกัดฟันแน่น ความหงุดหงิดตีวนอยู่ในอก ท่าทางและการกระทำของเธอกำลังยั่วอารมณ์เขาให้แทบคลั่ง ผู้ชายในบ้านมีตั้งมากมายแต่เธอกลับแต่งตัวราวกับไม่คิดจะหวงแหนร่างกายตัวเองเลยแม้แต่น้อย ผิวขาวเนียนที่ต้องแสงไฟยามเคลื่อนไหวกลับยิ่งสะกดสายตาคนมองได้อย่างร้ายกาจและยิ่งเห็นเหล่าลูกน้องพากันจ้องตะวันไม่วางตา เปลวความหงุดหงิดในใจเขาก็ยิ่งปะทุพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง “แล้วนายจะหงุดหงิดทำไมครับ” “แล้วมึงดูมัน เป็นผู้หญิงทำไมแต่งตัวแบบนี้ว่ะ” “ผมว่าปกตินะครับ ใคร ๆ เขาก็แต่งกัน” เหอะ ปกติงั้นเหรอ ในบ้านหลังนี้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนแต่งตัวแบบนี้มาก่อนแต่เธอกลับยืนเด่นเป็นจุดสนใจให้ทุกสายตาจับจ้องราวกับไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลย “มึงไปบอกให้ทุกคนออกจากบ้าน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งอีกครั้งพลางตวัดสายตามองลูกน้องคนสนิทอย่างเอาจริง ส่วนมือหนาคีบบุหรี่ขึ้นสูบอัดควันนิโคตินเข้าปอดหวังกลบความรู้สึกปั่นป่วนที่กำลังถาโถม “แล้วพวกมันจะไปอยู่ไหนกันครับ” มานพถามกลับอย่างระมัดระวังเพราะเวลานี้ยังเป็นช่วงเวลางาน หากสั่งให้ทุกคนออกไปกะทันหันก็คงไม่รู้จะให้ไปสุมหัวอยู่ที่ไหน “ก็ช่างหัวมัน” “แล้วผม” “ถ้ามึงยังถาม มึงจะเป็นอีกคนที่โดนไล่ออกจากบ้าน” “ขอโทษครับ” มานพพูดได้เพียงเท่านี้ก่อนรีบก้าวออกจากห้องทำงานของผู้เป็นนายด้วยท่าทีเร่งร้อน เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์เสียถึงขีดสุดและคงไม่ฉลาดนักหากยังยืนซักถามให้ตัวเองตกเป็นเป้า ภาคินยังคงสูบบุหรี่ต่อเนื่อง ควันสีขาวลอยคลุ้งอยู่รอบตัว มือหนายกขึ้นลูบหน้าช้า ๆ เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกเดือดดาลขนาดนี้ รู้เพียงอย่างเดียวว่าเขาไม่ชอบใจเอาเสียเลย ร่างแกร่งลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนก้าวออกจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ขายาวก้าวฉับไวลงมาถึงชั้นล่างของบ้านและภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้เขาชะงัก ตะวันกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กลางห้อง เสื้อผ้าที่สวมใส่เผยให้เห็นสัดส่วนชัดเจนเกินพอดี เส้นสายของเรือนร่างที่ขยับเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัวกลับยิ่งดึงดูดสายตาราวกับไม่ทันระวังว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคนอยู่ “อ๊ะ ! ฉันเจ็บนะคุณภาคิน” เสียงหวานร้องออกมาด้วยความตกใจ มุมปากสวยเกือบเผลอยกยิ้มตามแผนที่วางไว้ แต่ก็รีบหุบลงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินเข้ามาติดกับดักของเธอแล้ว “แต่งตัวอะไรของมึง” เสียงเข้มกระแทกถามด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าคมคายฉายชัดถึงความโกรธ เขามองตะวันราวกับเธอทำผิดมหันต์ ทั้งที่ความจริงเธอเพียงแค่อยู่เฉย ๆและทำความสะอาดบ้านตามที่ตกลงกันไว้เท่านั้น “ฉันเจ็บ ปล่อยนะ” “กูถามว่าแต่งตัวอะไร” “ก็แต่งตัวทำความสะอาดบ้านไงคะ” “เสื้อสายเดี่ยวกางเกงขาสั้น ก้มทีนมออกก้นออกแบบนี้เหรอ” ภาคินเหลือบมองอย่างหงุดหงิด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะวางสายตาไว้ตรงไหน ทุกอิริยาบถของเธอกลับดึงดูดสายตาอย่างน่ารำคาญใจ ความรู้สึกร้อนรุ่มแล่นวาบขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัวราวกับอยากดึงเธอให้พ้นจากทุกสายตาแล้วเก็บไว้เพียงลำพัง เขารู้ดีว่าเธอกำลังแสดงแต่ยิ่งรู้ก็ยิ่งหงุดหงิดเพราะลึก ๆ แล้วเขากลับตอบสนองต่อภาพตรงหน้าเกินกว่าที่ควร ความคิดฟุ้งซ่านเริ่มก่อตัว ภาพเรือนร่างขาวเนียนใต้ร่มผ้าลอยเข้ามาในหัวโดยไม่อาจห้ามและนั่นยิ่งทำให้สติของเขาสั่นคลอนมากขึ้นไปอีก “แล้วคุณจะให้ฉันใส่เสื้อแขนยาวคอเต่าหรือไง” ริมฝีปากเล็กสวนกลับทันควัน ร่างบางถอยหนีพยายามสลัดแขนออกจากพันธนาการของภาคิน “เออ ! แบบนั้นก็ดี” เขาตอบเสียงห้วนเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง อย่างน้อยเขาก็คงไม่ต้องเห็นภาพชวนปวดหัวอยู่ตรงหน้า ความร้อนระอุในอกไม่ได้เกิดจากความใคร่แต่เป็นเพราะความไม่พอใจที่เธอกำลังเผยเรือนร่างให้ใครต่อใครมอง “ดีบ้านคุณสิ” “เสียสายตาฉิบหาย” เขาสวนกลับทั้งที่ในหัวคิดอีกแบบ แต่คำพูดกลับไม่ยอมรับตามตรง ความสนใจที่เขามีต่อเธอค่อย ๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ผู้หญิงสวยคนหนึ่งมาอยู่ในบ้าน แถมยังทำให้หัวใจวูบไหวด้วยท่าทางและสายตา มีหรือที่ผู้ชายจะไม่รู้สึกอะไร ภาคินไม่ใช่พระอิฐพระปูน เขาไม่ใช่คนอดทนเก่งนัก ที่ยังไม่แตะต้องเธอไม่ใช่เพราะไร้ความต้องการแต่เพราะมันยังไม่ถึงเวลา หากวันหนึ่งเขาตัดสินใจเอาจริง แม้เสียงปฏิเสธของเธอก็คงไร้น้ำหนัก ในเมื่อเธออยากเล่นเกม เขาก็พร้อมจะเล่นด้วย เงินเพียงไม่กี่สิบล้านสำหรับเขาไม่เคยมีค่าอะไรแต่เหตุผลที่พาเธอกลับมาด้วยนั้นไม่ใช่แค่เรื่องเงิน เขาเห็นชัดว่าเธอถูกคนเป็นแม่ด้อยค่าและรู้ดีว่าความรู้สึกนี้มันเจ็บปวดมากแค่ไหน การดึงเธอออกมาจากขุมนรกของความรู้สึกนั้น บางทีอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาทำได้ แม้จะไม่ยอมรับออกมาตรง ๆ ก็ตาม “ปากบอกว่าเสียสายตาแต่คุณมองนมฉันไม่หยุด” ตะวันเอ่ยเสียงเรียบ ไม่ได้หลงตัวเองแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าสายตาของภาคินมันฟ้องทุกอย่าง เขาจดจ้องอยู่ตรงนั้นราวกับเผลอลืมตัว เธอเห็นชัดแม้กระทั่งจังหวะที่เขากลืนน้ำลายลงคอหลายต่อหลายครั้ง “นมแบบนี้ผ่านมากี่มือแล้วละ” น้ำเสียงเขาเย็นลงแต่แฝงความดูแคลน ท่าทางของเธอมันชวนให้เขาคิดไกลเกินกว่าที่ควร ถ้าเธอช่ำชองอย่างที่เห็นจริงก็คงง่ายดีสำหรับเขา อย่างน้อยหากวันหนึ่งต้องใช้เธอเป็นเครื่องมือบำเรอความใคร่ เขาก็คงไม่ต้องเสียเวลาสอนเพราะภาคินชอบคนที่ตามเกมทันมากกว่าคนไร้เดียงสา “จะกี่มือแล้วทำไม” ตะวันย้อนกลับทันทีโดยไม่คิดจะแก้ตัว เธอจงใจปล่อยให้เขาเข้าใจแบบนั้น ยิ่งเขารู้สึกดูแคลนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีสำหรับเธอเพราะบางทีความรังเกียจอาจทำให้เขาไม่คิดยุ่งวุ่นวายกับเธอมากไปกว่านี้ “แต่งตัวบ่งบอกสันดานฉิบ” “ฉันแต่งตัวแบบนี้แล้วมันทำไม” “แต่งตัวแบบนี้ท่ามกลางผู้ชายมากมายในบ้าน ถ้าไม่อยากโดนเอาแล้วอยากโดนอะไร” คำพูดเขาคมคายราวมีดบาด ความคิดมันตีกรอบทุกอย่างจากภาพตรงหน้าจนมองเธอในมุมอื่นไม่ลง ในสายตาภาคิน ท่าทางของเธอมันเหมือนการยั่วยุโดยตั้งใจราวกับกำลังเร่งเกมให้ทุกอย่างจบเร็วขึ้น บางทีเธออาจจะอยากปลดหนี้ไว ๆ แต่เขาก็ไม่คิดปล่อยให้มันง่ายดายอย่างนั้น หากเธอคิดจะเล่น เขาก็พร้อมจะรั้งเธอไว้ให้สาสมกับคำพูดปากดีของเธอ “ก็คนมันร้อน ทำงานเหงื่อก็ออก จะให้มาใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขายาวมันก็ไม่ใช่เรื่อง” ตะวันอธิบายด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แม้ลึก ๆ แล้วมันจะเป็นเพียงข้ออ้าง เธอไม่ยอมทนจมอยู่กับความลำบากในบ้านหลังนี้ตลอดไป หนี้ที่เธอไม่ได้ก่อ เธอจะทำให้มันลดลงด้วยวิธีของตัวเอง โดยไม่ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรี เธออาจใช้เรือนร่างเป็นเพียงภาพลวงตาให้เขาหลงกลแต่จะไม่มีวันปล่อยให้เขาได้แตะต้องอย่างที่คิดเด็ดขาด “ถ้าอยากใส่แบบนี้มากก็มาใส่ตอนอยู่กับกู” “กับคุณเพื่ออะไรคะ” “สงสารสายตาคนอื่น” “คนอื่นเขาออกจะชอบ เห็นมองไม่หยุด ฉันก็เลยก้มเยอะ ๆ ให้ได้เห็นเต็ม ๆ ตา” “ตะวัน !” สุรเสียงเข้มตวาดลั่นอีกครั้ง ชื่อของเธอหลุดออกมาจากริมฝีปากเขาพร้อมแรงอารมณ์ที่เดือดพล่าน ภาคินมีแต่ความโกรธพลุ่งพล่านอยู่เต็มอก คำพูดของเธอแต่ละคำเหมือนหยดน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ทำให้ไฟในใจลุกโชนจนแทบควบคุมไม่อยู่ อารมณ์ในร่างกายปะทุขึ้นรุนแรงจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ “โอ๊ย ! คนบ้าจะตะโกนเพื่อ ออกไปเลยนะอย่ามากวน ฉันจะทำความสะอาด” “อยากทำมากใช่ไหมไอ้ทำความสะอาดเนี่ย” “อยากมาก” “ดี ! งั้นมาทำห้องกูแล้วมึงจะก้มจะเงยจะแอ่นยังไงก็ตามใจมึง” ❤️ ปากบอกยังไม่ถึงเวลาทำ แต่มันล่อเข้าห้อง อาการแบบนี้แปลว่าอะไรคะ ?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD