มือหนากระชากแขนเล็กให้เดินตามมายังห้องนอนของตัวเอง ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกร่างเล็กก็ถูกสะบัดเหวี่ยงจนล้มลงกับพื้นอย่างไม่ปรานี ภาคินไร้ซึ่งความเมตตา เขาเพียงปรายตามองเธอด้วยแววตาเย็นชาก่อนเอ่ยเสียงเรียบแข็ง
“ทำหน้าที่ของมึง”
“คุณจะให้ฉันทำอะไร”
“แล้วอยากทำอะไรล่ะ”
“…” ตะวันเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง ไม่รู้จะตอบยังไง สายตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องนอนของชายตรงหน้าอย่างระแวดระวัง
เธอไม่อาจปฏิเสธว่าเขามีรสนิยมดี ห้องถูกตกแต่งอย่างหรูหราและเป็นระเบียบแต่การที่เขาพาเธอเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ ทำให้ความคิดของเธอเตลิดไปไกลเกินจะห้ามได้
คำว่าหน้าที่ที่เขาเอ่ยออกมามันกำกวมเหลือเกิน
หน้าที่บนเตียงหรือหน้าที่ของขี้ข้าที่ต้องคอยก้มหน้าทำความสะอาดตามคำสั่งเขา
“ทำความสะอาดห้องกู นั่นคือสิ่งที่มึงต้องทำ”
ถ้อยคำของเขาทำให้ความกังวลในใจตะวันคลี่คลายลง อย่างน้อยก็ไม่ใช่อย่างที่เธอเผลอคิดไปไกล ความโล่งอกแทรกผ่านอกบาง แม้เธอจะแต่งตัวมายั่วเขาแต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมเสียตัวให้จริง ๆ
เธอเพียงต้องการเอาคืนเขาเท่านั้นแต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะลากเธอขึ้นมาบนห้องนอนแบบนี้
“แต่ฉันยังทำข้างล่างไม่เสร็จ”
“กูสั่งให้ทำก็ต้องทำ”
“บ้าอำนาจ”
“กวาดถูทั้งห้อง ส่วนห้องน้ำก็ขัดให้สะอาด เช็ดกระจกให้ใสไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่ามึงจะได้กินข้าว”
น้ำเสียงไม่ได้มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย ภาคินไม่ใช่คนใจดี และความใจร้ายของเขาหนักหนากว่าที่ใครจะคาด หากงานที่ได้รับมอบหมายไม่เรียบร้อยก็อย่าคิดว่าจะมีอาหารตกถึงท้องในวันนี้
เขารู้ดีว่าเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่มีเจตนาใดแอบแฝง ในเมื่อเธอจงใจยั่วเขาอย่างชัดเจน เขาก็จะตอบสนองให้ ไม่ใช่ในแบบที่เธอต้องการแต่ในแบบที่จะทำให้เธอหลาบจำและไม่กล้าลองดีกับเขาอีกเลย
“ห้องคุณไม่ได้มีคนทำความสะอาดอยู่แล้วเหรอ”
“มีแต่วันนี้กูจะให้มึงทำ”
“ฉันจะเริ่มจากห้องน้ำ รบกวนคุณช่วยออกไปด้วย มันขัดขวางการทำงานของฉัน”
“ห้องกูกูจะอยู่ที่ไหนก็ได้”
ภาคินไม่ขยับไปไหนแม้แต่น้อย กลับก้าวตามร่างเล็กเข้าไปในห้องน้ำพร้อมรอยยิ้มร้ายที่ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อ
เขายอมรับกับตัวเองตรง ๆ ว่าความหงุดหงิดกำลังถาโถม ยิ่งนึกถึงภาพที่เธอแต่งตัวโชว์เรือนร่างให้คนอื่นมอง อารมณ์ก็ยิ่งพลุ่งพล่านจนแทบควบคุมไม่อยู่ การลงโทษของเขาไม่ใช่การทำร้ายร่างกายแต่คือการมอบบทเรียนที่เธอจะไม่มีวันลืม
“กรี๊ดดดดด…!”
เสียงหวานร้องลั่นด้วยความตกใจ ภาพตรงหน้าทำเธอชะงักงันราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ทั้งที่เมื่อครู่เธอเพิ่งเอ่ยปากชมความเรียบร้อยของห้องนี้ไปแท้ ๆ แต่สิ่งที่เห็นในตอนนี้กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
“หน้าที่ของมึง จัดการให้เรียบร้อย”
ตะวันชะงักเมื่อเห็นสภาพตรงหน้าก่อนเสียงสั่นจะหลุดออกมา
“ทำไมสกปรกแบบนี้ คุณทำอะไร”
“มึงคิดว่ามันคืออะไรละตะวัน” ภาคินเลิกคิ้วมองเธอด้วยแววตาคล้ายสนุกกับความหวาดหวั่นนั้น
“ละ…เลือดเหรอ”
หัวใจเธอกระตุกวูบ ริมฝีปากสั่นระริก สายตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องน้ำ คราบสีแดงฉานกระจายเลอะอยู่ตามพื้นผนังและขอบอ่างล้างหน้า ภาพนั้นชวนให้ขนลุกซู่ กลิ่นคาวคลุ้งตีขึ้นจมูกจนเธอแทบอาเจียน ทุกอย่างรอบตัวช่างอึดอัด ทั้งกลิ่นที่ฟุ้งกระจายและคราบสีแดงที่กระเซ็นราวกับใครจงใจสาดมันไว้
“ถ้าต่อไปมึงยังปากดี มันจะเป็นเลือดของมึง”
เขาไม่ได้ตอบตรง ๆ ว่ามันคืออะไรแต่คำพูดเย็นเยียบกลับสร้างความหวาดกลัวให้ตะวันอย่างรุนแรง
เธอคิดไม่ตกว่าคราบพวกนั้นใช่เลือดจริง ๆ ไหม แล้วถ้าใช่มันเป็นเลือดของใคร ทำไมถึงมาเปื้อนอยู่ในห้องน้ำของเขาแบบนี้ หากจะเป็นเลือดของภาคินเองก็คงไม่ใช่เพราะเขายืนอยู่ตรงหน้าโดยไร้ร่องรอยบาดแผลใด ๆ
ยิ่งคิดใจเธอก็ยิ่งเต้นแรงราวจะทะลุออกมานอกอก
“ฉันทำไม่ได้หรอก”
“มึงต้องทำ”
“เลือดใครก็ไม่รู้ ฉันกลัวนะคุณ”
“กูสั่งให้ทำ มึงก็ต้องทำ”
“คุณทำแบบนี้ทำไม” ตะวันเอ่ยถามเสียงสั่น มือเล็กกำแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ ความโกรธค่อย ๆ กัดกินหัวใจ ไฟร้อนฉายวาบอยู่ในแววตา
เธอเดาไม่ออกว่าเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่ ถึงได้เล่นกับความรู้สึกคนอื่นอย่างโหดเหี้ยมแบบนี้ ในใจได้แต่ภาวนาให้คราบสีแดงที่เปรอะเปื้อนอยู่นั้นไม่ใช่เลือดของใครจริง ๆ เพราะหากมันเป็นแบบนั้น เธอคงอยู่ที่นี่ไม่ได้
“ลงโทษที่มึงแต่งตัวบ้า ๆ แบบนี้ไงตะวัน”
ริมฝีปากหยักยกยิ้มเย็นเฉียบ นี่เป็นเพียงบทลงโทษขั้นแรกเท่านั้น ในความคิดของเขา ร่างกายที่เธอเอามาชดใช้หนี้ก็ควรเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
เธอมาที่นี่เพื่อปลดหนี้ด้วยร่างกาย ทุกอย่างในตัวเธอจึงถูกเขามองว่าเป็นสิทธิ์ของเขาและเธอไม่สิทธิ์ให้ใครแตะต้อง หรือแม้แต่ให้ใครได้เห็นเรือนร่าง
“ฉันคิดว่าคุณจะชอบ” ใบหน้าสวยแสร้งทำเศร้า เล่าเรื่องโกหกอย่างแนบเนียน แท้จริงแล้วตะวันไม่ได้คิดว่าเขาจะชอบ เธอเพียงตั้งใจแต่งตัวมายั่วอารมณ์ของเขาเท่านั้น
ผู้ชายร้อยทั้งร้อยย่อมแพ้ให้กับผู้หญิงที่แต่งกายยั่วยวน ต่อให้ปากบอกว่าไม่สนใจแต่ลึกลงไปในใจก็ต้องหวั่นไหวบ้าง
“แต่งให้กูดูหรือแต่งให้คนอื่นดู อย่าคิดว่ากูไม่รู้”
“ฉันแต่งให้คุณดู”
“ถ้ามึงโกหกคราวนี้มันจะไม่ใช่แค่เลือดแต่มันจะมีชิ้นส่วนเครื่องในมาให้มึงเก็บ”
คำขู่ของภาคินไม่ได้จบแค่คำพูด มือหนาเอื้อมไปป้ายคราบเลือดบนผนังก่อนจะแตะมันลงบนแก้มเนียนของตะวันอย่างจงใจ
ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัว รีบยกมือเช็ดออกอย่างลนลาน หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก ความหวาดกลัวคืบคลานเข้าครอบงำ เธอยืนนิ่งราวกับถูกตรึงไว้ ทำอะไรไม่ถูกท่ามกลางสถานการณ์อันน่าอึดอัด
“ถ้าไม่อยากโดนเลือดป้ายทั้งตัวก็ทำ”
“ฉันไม่ทำ”
“มึงต้องทำ !”
“ก็บอกว่าไม่ทำไง ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ”
เสียงของตะวันสั่นไหวแต่หนักแน่น เธอรู้ดีว่าต้องพาตัวเองออกไปจากที่นี่ ไม่ใช่แค่ก้าวออกจากห้องของภาคินแต่ต้องหนีไปให้พ้นจากบ้านหลังนี้โดยเร็วที่สุด เธอไม่อาจอยู่ร่วมชายคากับคนแบบเขาได้อีกแล้ว
เพียงแค่คราบเลือดตรงหน้าก็เกินกว่าที่เธอจะรับไหว หากวันใดมีเศษชิ้นส่วนอวัยวะอย่างที่เขาขู่ เธอคงช็อกตายคาที่
เธอรู้ว่าเขาทำได้จริงและไม่เคยพูดเล่นเพราะแม้แต่ตอนที่เขายกปืนจ่อศีรษะของเธอ เขาก็ทำมันอย่างไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
“คิดว่าอยู่ที่นี่มึงมีสิทธิ์เลือกเหรอตะวัน”
“แต่แบบนี้มันเกินไปนะคุณภาคิน”
“คนอื่นเขาทำได้ไม่เห็นจะบ่น”
“แต่ฉันทำไม่ได้ มันน่ากลัวคุณไม่รู้เหรอ”
ใบหน้าสวยซีดเผือด แววตาฉายชัดถึงความหวาดหวั่น มือเรียวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ร่างเล็กค่อย ๆ ถอยหลัง พยายามก้าวออกจากห้องน้ำช้า ๆ หวังเพียงได้ห่างจากคราบเลือดและจากตัวเขาให้มากที่สุด
แต่ภาคินรู้ทันทุกความคิด
เขาเดินเข้ามารวบตัวเธอไว้ก่อนอุ้มร่างบางขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าอย่างง่ายดายท่ามกลางคราบเลือดที่เปราะเปื้อน จากนั้นก็แทรกกายเข้าไปยืนอยู่ระหว่างขาเธอ ปิดกั้นทางหนีทั้งหมด
“ก้าวขาเข้ามาในวงการนี้ มันมีอะไรมากมายที่มึงยังไม่รู้”
“ฉันก้าวขาเข้ามาที่นี่เพราะต้องการใช้หนี้แทนแม่ ไม่ใช่มาทำอะไรแบบนี้”
“อยากใช้หนี้มากใช่ไหม งั้นเลือกมาระหว่างล้างคราบเลือดหรือจะนอนกับกู”
❤️
ภาคินไม่ใช่คนใจดี ภาคินมันพระเอกธงแดง
ออกแนวโรคจิตมีแววคลั่งรัก