ใบหน้าสวยก้มต่ำลง ริมฝีปากเม้มแน่นกับถ้อยคำที่เพิ่งได้ยิน ความคิดมากมายตีกันวุ่นอยู่ในหัว จนเธอไม่รู้ว่าควรตัดสินใจอย่างไรดี
สิ่งที่ภาคินพูดออกมามันไม่ใช่ทางเลือกเหมือนที่เขาเคยอ้างแต่เป็นทางเดียวที่เธอจำเป็นต้องทำ หากยังอยากคว้าสิ่งที่ตัวเองต้องการไว้
ชายหนุ่มไม่ได้เพียงนั่งรอคำตอบจากเธอเฉย ๆ มือหนาที่วางอยู่ใกล้ตัวค่อย ๆ เอื้อมมาลูบไล้ไปตามเรียวขาของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสเนิบช้าแต่อ่อนโยนทำความรู้สึกของตะวันค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละนิด
แปลกที่ในตอนนี้เธอกลับไม่รู้สึกกลัวเหมือนก่อนหน้าแต่ภายในความคิดกลับเต็มไปด้วยความสงสัย เขาดูนิ่งผิดปกติ สายตาที่มองเธออยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ความโกรธเคืองหรือความหงุดหงิด ตรงกันข้ามมันกลับเต็มไปด้วยบางอย่าง
สายตาที่เขามองเธอราวกับต้องมนตร์ราวกับว่าร่างกายของเธอคือสิ่งที่เขาเฝ้ามองและโหยหามานาน
เขาไม่รุนแรง ไม่เร่งเร้า มีเพียงมือที่ลูบไล้อย่างแผ่วเบาราวกับกำลังสำรวจบางสิ่งด้วยความอดทน
“คุณภาคิน”
“จะตอบได้หรือยัง”
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแฝงแรงกดดันหนักหน่วงจนตะวันรู้สึกขนลุกวาบไปทั้งตัว สายตาคมของเขาตวัดขึ้นมามองเธอ ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของตะวันอย่างไม่ยอมละ
สายตาที่หนักแน่นทำให้ตะวันรู้สึกประหม่า หัวใจเต้นระส่ำกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า
“ถ้ามึงตกลง มึงจะได้เรียน”
ภาคินรู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปไม่ใช่ทางเลือกเลยแม้แต่น้อยแต่มันคือการบังคับ การค่อย ๆ บีบให้เธอตกลง โดยไม่เหลือหนทางอื่นให้ปฏิเสธ
ตั้งแต่ตอนแรกเขาไม่ได้คิดจะเริ่มทุกอย่างในตอนนี้ เขาไม่รีบร้อนที่จะจัดการกับเธอแต่การกระทำของตะวันก่อนหน้านี้ทำให้เขาต้องหยิบเรื่องนี้มาใช้เป็นเครื่องมือ บีบให้เธอยอมจำนนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งที่ภาคินต้องการมีเพียงอย่างเดียวคือการให้เธอกลัว กลัวจนไม่คิดจะหนีอีกต่อไป ในเมื่อเขาพาเธอเข้ามาอยู่ที่นี่แล้วนั่นก็หมายความว่าเธอต้องอยู่ในฐานะ เด็กขัดดอก ของเขาและตราบใดที่เขายังไม่เป็นคนไล่หรืออนุญาตให้ไป เธอก็ไม่มีสิทธิ์เดินออกไปจากที่นี่เองเด็ดขาด
“ฉันต้องได้เรียนจนจบปริญญา”
“ถ้ามึงอยากเรียนจนจบปริญญาเอกเป็นด็อกเตอร์กูก็ไม่ติด”
ใบหน้าสวยเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ตะวันกำลังลังเลกับการตัดสินใจ เธอไม่แน่ใจว่าควรตอบตกลงในตอนนี้ดีเปล่า
ความจริงแล้วเธอไม่ใช่เด็กที่หลงใหลในการเรียนแต่คำสัญญาที่เคยให้ไว้กับพ่อ ทำให้เธอต้องทำตามอย่างไม่มีข้อแม้ พ่อของเธออยากเห็นลูกสาวเรียนสูง ๆ มีชีวิตที่มั่นคงและดีพอสำหรับตัวเอง เธอก็ตั้งใจว่าจะทำมันให้ได้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
“กูไม่ได้ใจเย็นมีเวลารอคำตอบของมึงนาน ๆ”
“ฉันตกลง !” ตะวันตอบกลับแทบจะทันทีเพราะหากเธอปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เธอไม่รู้เลยว่าภาคินจะยื่นข้อเสนอแบบนี้ให้อีกหรือเปล่า
ทันทีที่คำตอบหลุดออกมาจากริมฝีปากสวย ใบหน้าหล่อคมของภาคินก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ สายตาคมสีรัตติกาลกวาดมองร่างบางของเธออีกครั้ง
เสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงขาสั้นที่เธอสวมอยู่ ยิ่งขับให้เรือนร่างดูบอบบางและชวนให้สายตาหยุดมองนานกว่าปกติ
ตะวันอาจยังเด็กแต่ก็ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสา เธอพอจะอ่านแววตาของผู้ชายออกและรู้ดีว่าหากเขาจะเริ่มอะไรบางอย่างในตอนนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ
ภาคินไม่ใช่พระอิฐพระปูนและก็ไม่ใช่คนที่ขึ้นชื่อเรื่องความอดทน แม้เขาจะไม่ใช่คนที่หมกมุ่นกับเรื่องพวกนี้มาก ไม่ใช่มีเซ็กซ์จัดที่ต้องการทุกเวลาแต่ภาพของเธอในชุดสบาย ๆ ที่ดูคล้ายจะยั่วยวนโดยไม่ตั้งใจ ก็เพียงพอจะทำให้ความหงุดหงิดและความปรารถนาบางอย่างในใจของเขาปะทุขึ้นมาจนยากจะควบคุม
“ตอนนี้”
ภาคินเอ่ยเพียงสั้น ๆ ก่อนร่างสูงจะพุ่งเข้าจู่โจมคร่อมร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงอย่างรวดเร็ว มือหนาทั้งสองข้างรวบข้อมือเรียวของเธอขึ้นเหนือศีรษะกดตรึงไว้กับที่ ขณะที่ใบหน้าหล่อก้มลงคลอเคลียลำคอขาวเนียนอย่างไม่รอช้า
“คะ…คุณภาคินหยุดก่อน”
“อะไรอีก !” น้ำเสียงหงุดหงิดสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน ใบหน้าคมเข้มฉายแววไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ
“ฉันเจ็บนะ ฉันมีแผล”
“มึงนี่มัน !”
“ก็เจ็บ ๆ จริง ประตูรั้วมันบาดขา”
“แล้วใครให้มึงโง่ปีนขึ้นไป”
แม้ปากจะยังเอ่ยคำด่าด้วยความหงุดหงิดแต่ภาคินก็ผละตัวออกจากร่างเล็กแทบจะในทันที ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ทันสังเกตขาของเธอเลยด้วยซ้ำ
แต่เมื่อมือหนาจับข้อเท้าเรียวขึ้นพลิกดูให้ชัด แผลที่ต้นขาก็ปรากฏต่อสายตา มันเป็นแผลเปิดที่คราบเลือดแห้งกรังติดอยู่บนผิวเนียน
“ขออุปกรณ์ทำแผลหน่อยได้ไหมคะ”
“เล่นตัวอยู่หรือไง”
“คุณได้ฉันอยู่แล้ว จะช้าจะเร็วก็ได้อยู่ดี แต่ขอทำแผลก่อนได้ไหมคะ”
ตะวันไม่ได้พูดเพียงอย่างเดียว ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองเขาพร้อมสายตาออดอ้อน ตอนแรกแผลที่ขามันแทบไม่รู้สึกเจ็บแต่ตอนที่ภาคินขึ้นคร่อม ร่างใหญ่ของเขากดทับลงมาจนขาของเธอถูกกดกับเตียง ความเจ็บแปลบจึงแล่นขึ้นมา
“รอก่อนแล้วกัน”
“จะทำแผลให้ฉันเหรอคะ”
“ฝันอยู่หรือไงตะวัน” คำตอบสั้น ๆ ทำให้เธอเม้มปากนิด ๆ
“แล้วใครจะทำแผลให้ฉัน ถ้าเป็นคุณป้าแม่บ้านไม่ต้องก็ได้ค่ะ ดึกแล้วเกรงใจคุณป้าเขา”
“ไอ้มานพจะเป็นคนทำ”
มานพไม่ได้เป็นแค่ลูกน้องคนสนิทของภาคินเท่านั้น หากใครในพวกเขาบาดเจ็บหรือเกือบเอาชีวิตไม่รอด มานพก็สามารถจัดการทุกอย่างได้
หลายครั้งในอดีตชีวิตของภาคินก็รอดพ้นความตายมาได้เพราะมานพเป็นคนลงมือช่วย เขาไม่ได้เป็นแค่มือขวาแต่พ่วงด้วยตำแหน่งหมอประจำคฤหาสน์
“ขออนุญาตนะตะวัน” มานพเอ่ยขึ้นเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง สายตาคมกวาดมองสำรวจร่างเล็กของเด็กสาวตรงหน้า
อย่างน้อยผู้เป็นนายก็ยังถือว่าใจดีอยู่บ้าง
ตามร่างกายของเธอไม่ได้มีร่องรอยบอบช้ำมากนัก จะมีก็เพียงแผลที่ถูกเหล็กจากประตูรั้วบาดและรอยช้ำจากโซ่เหล็กที่กดรัดอยู่บริเวณข้อเท้า
“แผลเปิดแสบหน่อยนะ”
มานพจับขาเรียวขึ้นอย่างเบามือ เขาราดแอลกอฮอล์ลงบนสำลีก่อนจะค่อย ๆ แตะวนรอบบริเวณแผลของร่างเล็กอย่างระมัดระวัง
“ซี๊ด…อ๊ะ ! ฉันเจ็บนะ”
ตะวันสะดุ้งทันที มือเรียวเผลอคว้ามือหนาของมานพไว้เหมือนต้องการห้าม ความแสบและความเจ็บแล่นวาบขึ้นมาพร้อมกันจนเธอแทบกลั้นไม่อยู่
เสียงร้องของเธอทำให้ภาคินที่ยืนอยู่ไม่ไกลขมวดคิ้วทันทีและยิ่งเห็นมือเล็กของเธอกำลังจับมือมานพไว้แน่น ความหงุดหงิดในอกก็พลุ่งขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
แม่งเอ๊ย !
“แอลกอฮอล์มันแสบอยู่แล้ว เราก็ทนหน่อย” มานพเอ่ยเสียงเรียบพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แม้จะรับรู้ได้ชัดว่ามีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านมาจากด้านหลัง
“ซี๊ด…ฉันไม่ไหว อ๊ะ ! พอก่อน”
“ขอเช็ดอีกนิดเดียว เดี๋ยวพี่ใส่ยาให้”
“อ๊ะ ! พี่มานพมันแสบ”
“ตะวัน ! ร้องอะไรขนาดนี้ว่ะ” เสียงเข้มของภาคินดังขึ้นอย่างฉุนเฉียวก่อนเขาจะก้าวเข้ามาใกล้แล้วกระชากตัวมานพให้ถอยออกห่างจากร่างเล็ก
“ส่วนมึงออกไป กูทำเอง”
“นายจะทำแผลให้ตะวันเหรอครับ”
“เออ !”
“แต่นาย…”
“มึงก็สอนกูสิ”
แม้ไม่เคยทำแผลให้ใครมาก่อนแต่ครั้งนี้ภาคินเลือกจะลงมือเอง เขาทนฟังเสียงร้องของเธอไม่ได้ ยิ่งเห็นตะวันเอาแต่คว้ามือมานพไว้ไม่ปล่อย ความรู้สึกบางอย่างในอกก็ยิ่งพลุ่งพล่านจนความหงุดหงิดค่อย ๆ ปะทุขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
“ค่อย ๆ เช็ดแอลกอฮอล์ครับนาย”
“อ๊ะ ! เจ็บนะกดมาได้ยังไง” ตะวันร้องขึ้นด้วยความตกใจ ขาเรียวรีบขยับหนีคนตรงหน้า ความเจ็บแล่นแปลบขึ้นมาเมื่อสำลีถูกกดลงบนบาดแผลอย่างไม่เบามือและแรงกดก็ยิ่งทำให้แผลระบมมากกว่าเดิม
ภาคินขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอสะดุ้งหนี
“นายต้องเบามือ ไม่งั้นเธอจะเจ็บ” มานพเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงนิ่ง แม้ในใจจะแอบหวั่นอยู่ไม่น้อยเพราะไม่อาจเดาได้เลยว่าตอนนี้ผู้เป็นนายกำลังรู้สึกอะไร
ปกติภาคินจับแต่อาวุธ มือคู่นั้นคุ้นเคยกับปืน มีดและการต่อสู้มากกว่าสำลีชิ้นเล็ก ๆ แต่ตอนนี้เขากลับนั่งทำแผลให้เด็กสาวอย่างตะวันด้วยตัวเอง
หากไม่ได้รู้สึกอะไรเลยจริง ๆ ก็คงไม่ลงมานั่งทำเรื่องแบบนี้แน่
“พี่มานพมาทำให้ฉันได้ไหม” ตะวันเอ่ยออกมาอย่างห้ามความต้องการของตัวเองไม่อยู่ เธอเดาได้ทันทีว่าคนอย่างภาคินคงไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนและการที่เขากำลังนั่งทำแผลให้เธออยู่ในตอนนี้ก็ดูเหมือนเป็นการฝืนตัวเองไม่น้อย
“เรียกมันว่าอะไรนะ”
“พี่มานพไงคะ”
“พี่เหรอ เรียกมันว่าพี่นี่สนิทกันมากไหม”
❤️
อาการแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรคะ ?
หงึ วหง สะกดยังไง