“เอามันไปเลยค่ะคุณภาคิน ฉันยกให้คุณเอามันไปเลยได้” กานต์ดาเอ่ยออกมาอย่างไม่ลังเลเพราะในความคิดของเธอมีเพียงหนทางรอดของตัวเองเท่านั้น
“ลูกสาวของมึงต้องทำงานกับกูจนกว่ามึงจะหาเงินมาได้ อำนาจสิทธิขาดในตัวของเด็กคนนี้ถือเป็นสิทธิ์ของกู”
ภาคินยื่นคำขาดด้วยท่าทีเด็ดขาด เขารู้ดีว่าพวกผีพนันเชื่อถือไม่ได้ ทุกอย่างจึงต้องถูกผูกมัดด้วยลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่เพียงคำพูดลอย ๆ
หากเงินสิบล้านไม่ถูกนำมาคืน ตะวันจะต้องอยู่ภายใต้การปกครองของเขาและทำงานชดใช้ดอกเบี้ยตามข้อตกลง แม้ทุกอย่างจะถูกเรียกว่ายุติธรรมแต่สำหรับภาคินแล้ว เขาคือฝ่ายที่ได้เปรียบอย่างไม่ต้องสงสัย
การได้ตัวตะวันมาไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการตั้งแต่แรกแต่ทว่าเมื่อมองให้ดี เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเลย ทั้งหน้าตาและผิวพรรณล้วนดูดี หากได้มาเป็นของขัดดอกก็คงไม่เสียหายอะไร
“คุณจะทำอะไรกับมันก็ได้ จะใช้เยี่ยงทาสหรือจะเอาไปเป็นของเล่นบนเตียงก็แล้วแต่คุณ”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเผชิญเหตุการณ์แบบนี้ เกือบทุกครอบครัวเมื่อไร้หนทางก็พร้อมจะหยิบยื่นลูกสาวมาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนแต่เขาไม่เคยรับข้อเสนอเหล่านั้นยกเว้นเด็กปากกล้าอย่างตะวัน
“แม่ทำไมพูดแบบนี้ แม่ไม่รักหนูเลยเหรอ”
“ฉันแค่หาทางรอด”
“โดยการส่งหนูไปอยู่กับผู้ชายคนนี้เหรอคะ” เสียงสั่นเครือของตะวันดังขึ้น ใบหน้าสวยเศร้าสร้อย ดวงตาสั่นระริกมองผู้เป็นแม่ท่ามกลางน้ำตาที่เอ่อคลอ
ตะวันในเวลานี้ไม่ต่างจากเด็กไร้ที่พึ่ง เธอไม่ได้เต็มใจจะไปเหมือนเด็กคนอื่น หากแต่จำต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ทั้งตัวเองและแม่มีหนทางรอด
“ตอบแทนบุญคุณที่ฉันเลี้ยงดูแกมา รู้ไหมตั้งแต่พ่อแกตาย แกมันก็ไม่ต่างอะไรจากภาระ”
ทุกถ้อยคำยิ่งตอกย้ำให้ความเจ็บปวดฝังลึกลงในหัวใจ ตะวันมั่นใจว่าเธอไม่เคยร้องไห้หนักหนาสาหัสแบบนี้มาก่อน นอกจากวันที่พ่อจากไปมันเป็นวันที่เธอสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตและรองลงมาคงเป็นวินาทีนี้
การมีแม่อยู่เคยเปรียบเสมือนโลกของเธอยังมีแสงสว่าง มีร่มเงาให้พักพิงแต่ตะวันคิดผิด แสงนำทางของเธอกำลังดับลงเหลือเพียงความมืดมิดราวท้องฟ้ายามราตรีไร้แสงจันทร์คอยปลอบประโลม
“พรุ่งนี้ลูกน้องกูจะเอาเอกสารมาให้มึงเซ็น ส่วนมึงไปเก็บของกูให้เวลาแค่สิบนาที”
“ฉันไม่ไป”
“ถ้ามึงไม่ไปแม่มึงก็ตาย”
ปลายปืนถูกยกเล็งไปยังกานต์ดาอีกครั้ง หญิงวัยกลางคนตัวสั่นเทา น้ำตาไหลพราก สองมือยกขึ้นไหว้ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจด้วยความหวาดกลัวสุดชีวิต
“ยัยตะวันอย่ามาทำให้ฉันเดือดร้อนนะ ฮึก ! คุณภาคินไว้ชีวิตฉันเถอะนะคะ” เสียงโวยวายหันไปเอ่ยใส่ลูกสาวก่อนจะหันมาขอร้องอ้อนวอนภาคิณ
สายตาที่กานต์ดามองลูกสาวเต็มไปด้วยความโกรธแค้นไร้ซึ่งความรัก เธอรักตัวเองและกลัวตาย มีลูกสาวเพียงคนเดียวก็จำต้องใช้ให้คุ้มค่า การส่งไปเป็นของขัดดอกคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอเพราะทันทีที่สัญญาถูกเซ็น เธอจะหนีไปให้ไกลที่สุด เพื่อเอาชีวิตตัวเองให้รอด
“ปากดีอยากทำงานหาเงิน ในตอนนี้กูกำลังเสนองานให้ มึงจะปฏิเสธเหรอ” คิ้วหนาเลิกขึ้นเป็นการถาม ปลายปืนถูกแตะลงที่ปลายคางของตะวัน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ทำงานกับคนแก่ตัณหากลับอย่างคุณก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตไปทิ้ง”
“หรือจะทิ้งชีวิตตอนนี้เลย กูสงเคราะห์ให้มึงได้นะ”
“…”
ปืนสีดำขลับแตะแผ่วเบาที่แก้มของตะวัน เด็กสาวปากกล้าเมื่อครู่หายไปแล้ว เหลือเพียงเด็กคนหนึ่งที่ยังอ่อนต่อโลกและกำลังเผชิญหน้ากับคนอย่างภาคิน คนที่เห็นความอ่อนแอเป็นของเล่น
ยิ่งเห็นเธอร้องไห้ ภาคินยิ่งสะใจ ภาพตรงหน้าช่างแตกต่างจากตอนที่เธอเอ่ยปากด่าเขาอย่างสิ้นเชิง
“หรือมึงคิดว่ากูไม่กล้า ให้กูยิงแม่มึงก่อนไหมแล้วค่อยยิงมึงตาม มึงจะได้รู้ว่ากูทำจริง”
“ถ้าฉันไปฉันต้องทำอะไรบ้าง”
“หนี้สิบล้านมึงคิดว่าคนอย่างมึงควรทำอะไร ยังไม่รวมค่าปากดีที่เอาแต่พ่นคำด่าใส่กู”
ผู้ชายคนนี้อยู่เหนือกว่าสิ่งใด เขาไม่เกรงกลัวกฎหมาย ปลายปืนที่จ่อศีรษะเธอกับแม่คือหลักฐานชัดเจนว่าเขาไม่ลังเลจะลงมือ ความชั่วช้าและไร้ความปรานีฉาบอยู่ในแววตา ชายคนนี้พร้อมพรากชีวิตใครก็ตามให้ดับสูญได้ทุกเมื่อ
“คุณมันเลว”
“บวกไปอีกสามแสนไอ้มานพ”
ภาคินตวัดสายตามองลูกน้องคนสนิท คำสั่งนั้นชัดเจนพอจะทำให้ตะวันเข้าใจ ทุกถ้อยคำที่เธอเอ่ยด่าจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นตัวเลขที่เพิ่มพูนบนหนี้ของกานต์ดา
ในสายตาของเขา เธอเป็นเพียงเด็ก ส่วนเขาคือเจ้าหนี้ ความเคารพคือสิ่งที่เธอควรรู้จัก หากรู้จักวางตัวให้เหมาะสม พูดจาไม่ปีนเกลียว เขาอาจเมตตายืดเวลาให้อีกสักสามเดือน มากกว่าการทำให้เรื่องเลวร้ายลงแบบนี้
“นี่ !”
ตะวันเผลอเอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจ ความโกรธและแรงต่อต้านพลุ่งพล่านอยู่ในอกแต่เธอก็รีบกลืนมันลงไป พยายามกดอารมณ์เอาไว้แน่นเพราะหวาดกลัวว่าปากของตัวเองจะกลายเป็นต้นเหตุของหนี้ก้อนใหม่อีกครั้ง
“ถ้าไม่อยากให้หนี้พุ่งไปถึงสิบเอ็ดล้านก็เก็บปากของเธอดี ๆ”
“สาบานเลยว่าฉันจะหาเงินมาใช้หนี้คุณให้เร็วที่สุด”
“งานเดียวที่เธอต้องทำคืนนอนเฉย ๆ เป็นของเล่นบนเตียงให้กับฉัน”
“งั้นเริ่มเลยไหม ฉันอยากหมดหนี้จะแย่”
ในเมื่อไร้ทางเลือกตะวันก็ได้แต่จำยอม เธอเอ่ยปากถามออกไปทั้ง ๆ ที่หัวใจมีแต่ความกลัว น้ำตายังคงไหลอาบสองแก้มดวงตาบอบช้ำมองไปที่คนเป็นแม่ด้วยความอาวรณ์
“ค่าตัวมึงไม่ได้แพง อย่าคิดว่าทำครั้งสองครั้งแล้วจะหมด”
“คุณไม่คิดว่าคุณจะติดใจฉันจนต้องมาขอทำซ้ำ ๆ เหรอคุณภาคิน”
ตอนนี้ตะวันแทบเปลี่ยนไปเป็นคนละคน คำพูด แววตาและการแสดงออกมามันราวกับว่าไม่ใช่เธอ ตะวันบอกกับตัวเองหากเธอกลัวเธอจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบแต่หากเธอสู้ เธออาจจะชนะ บางทีหากเธอแกล้งทำเป็นไม่กลัว เขาก็คงไม่ใจร้ายเอาความกลัวมาข่มเหงรังแกเธอ
“หลงตัวเองเกินไปหรือเปล่า เด็กกะโปโลอย่างมึงไม่ได้น่าเอาสักนิด”
“ไม่ได้น่าเอาแล้วทำไมถึงตอบรับคำแม่ฉัน ทั้ง ๆ ที่พูดว่าไม่เคยเอาผู้หญิงไปขัดดอก”
“ในเมื่อได้มาฟรี ๆ แลกกับเศษเงินค่าดอกเพียงไม่กี่บาท มึงคิดว่ากูคุ้มไหมละ”
❤️
จำคำพูดของตัวเองดี ๆ นะคุณภาคิน
ไม่ได้น่าเอา ก็อย่าหลงมาเอาทีหลัง