“อยู่ที่นี่มึงเป็นแค่ขี้ข้า”
สายตาคมกริบตวัดมองตะวันอย่างดูแคลนปนเหยียดหยาม นับตั้งแต่วินาทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังนี้ สถานะของเธอก็ถูกกำหนดให้เป็นเพียงแรงงานใช้หนี้
“…”
ตะวันยืนนิ่ง ตัวชา ความโกรธค่อย ๆ คืบคลานกัดกินหัวใจ เธอเกลียดที่เขาใช้ถ้อยคำกดเธอให้ต่ำต้อย ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้สูงส่งไปกว่าเธอเลย สิ่งเดียวที่เขามีเหนือกว่าก็แค่ความร่ำรวยและอำนาจ
“ขี้ข้ารับใช้ทำงานใช้แรงลดหนี้หรือจะเป็นขี้ข้าบนเตียงใช้ร่างกายลดหนี้ก็เลือกเอา”
ภาคินแสยะยิ้มมอบทางเลือกที่แสนโหดร้ายให้เธอ ในเมื่อเธออยากชดใช้หนี้จนแทบขาดใจ เขาก็จะเปิดโอกาสให้เลือกด้วยตัวเอง จริงอยู่ที่เขาซื้อตัวเธอมาขัดดอกแต่เด็กปากกล้าแบบนี้ เขาไม่ชอบเลยสักนิด
มีเพียงความคิดเดียวในหัว อยากสั่งสอนให้ความปากดีนั้นหายไป
“ถ้าคุณอยากได้ฉันมาก ฉันจะยอมเป็นขี้ข้าบนเตียงให้คุณเอา”
“กูไม่ได้อยากได้มึงมากแต่ในเมื่อแม่มึงส่งมึงมาขัดดอก มึงก็ควรใช้ร่างกายให้คุ้มค่า”
“จะเอาตอนไหน ตอนนี้เลยไหมคะ”
สายตาสวยตวัดมองเขาด้วยความไม่พอใจ มือเรียวกำแน่นจนรอยแดงปรากฏชัด เธอวางกระเป๋าลงกับพื้นก่อนจะค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อของตัวเองอย่างไม่ลังเล
ในเวลานี้เธอไม่เหลืออะไรให้ต้องสูญเสียอีกแล้ว หากเรือนร่างนี้สามารถหักลบหนี้ได้ เธอก็พร้อมยอมแลกทุกอย่าง
“พร้อมขนาดนี้ผ่านมากี่คนแล้วละ”
ภาคินไม่ได้คิดจะห้าม เขาเพียงยืนมองการกระทำของเธอด้วยสายตาประเมิน ท่าทีของตะวันดูนิ่งเกินคาด มือที่ปลดกระดุมไม่สั่นไหว สายตาไม่หลบเลี่ยงราวกับคนที่ช่ำชองในเกมนี้ทั้งที่เธอเพิ่งอายุเท่านี้
“ก็คงเป็นสิบหรือยี่สิบ คนอย่างฉันไม่เก็บซิงไว้ให้คนเฮงซวยแบบคุณหรอก” ตะวันโกหกออกมาคำโตเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่เคยผ่านมือใครแม้แต่คนเดียวแต่ที่พูดออกมาแบบนี้เพราะต้องการให้เขาขยะแขยงเธอโดยไม่พูดเรื่องแบบนี้อีก
“ปากดีแบบนี้ระวังจะไม่แก่ตาย ปืนอยู่ข้างเอวกูตลอดเวลา ถ้าไม่อยากตายก็ระวังปากของตัวเองดี ๆ”
ความโกรธค่อย ๆ กัดกินสีหน้า ภาคินก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างคุกคาม มือหนาคว้าคางตะวันแล้วบีบแน่นจนใบหน้าหวานขึ้นสีด้วยความเจ็บ
“ปะ…ปล่อยนะ”
“กูขอเตือนอีกครั้งว่าอย่าปากดี”
เขาสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี ร่างบางเซถอยหลังแทบไม่ทัน ความปวดแล่นลึกเข้าไปถึงกระดูกราวกับมันกำลังร้าวอยู่ภายใน
“ห้องของฉันอยู่ไหน”
“ตามป้ามาเลยจ้ะ”
“เดี๋ยว !” เสียงเข้มดังขึ้นอีกครั้ง ภาคินหยุดเธอไว้เพราะในวินาทีนี้แผนการสั่งสอนเด็กปากดีผุดขึ้นมาในความคิด
ในเมื่อเธอยังไม่ยอมเลือก เขาก็จะเลือกให้เอง
ความจริงแล้วเขาไม่ได้อยากแตะต้องเด็กอย่างตะวันเลยแม้แต่น้อยแต่ความแข็งกร้าวและคำพูดไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงของเธอกลับยิ่งกระตุ้นความหมั่นไส้ในใจ เด็กที่ไม่รู้จักผู้ใหญ่ ไร้มารยาทแบบนี้ สมควรถูกสั่งสอนให้จำจนขึ้นใจ
“เก็บของเสร็จ ป้าก็เฝ้ามันทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง” ภาคินหันไปสั่งหัวหน้าแม่บ้านด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา ในเมื่อเพิ่งมาวันแรกก็ถือว่าเป็นการทดลองงานไปเสียเลย
“ทั้งหลัง ! คุณบ้าไปแล้วเหรอ” ตะวันอุทานดวงตาสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ บ้านที่เขาพูดถึงไม่ใช่แค่บ้านธรรมดาแต่มันคือคฤหาสน์หลังใหญ่โต ต่อให้เธอทำตั้งแต่เช้ายันค่ำก็คงไม่เสร็จ
“กูกำลังให้มึงทำงานใช้แรงลดหนี้หรือมึงไม่ชอบอยากใช้ร่างกาย”
“ฉันเปล่าแต่บ้านคุณใหญ่ขนาดนี้ ฉันทำไม่ไหวหรอก”
ต่อให้เป็นคนขยันแค่ไหนก็ไม่มีทางทำได้หมดทั้งหลังในวันเดียว เธออดคิดไม่ได้ว่าเขาจงใจกลั่นแกล้งกันตั้งแต่วันแรกหรือยังไง เธอก็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ไม่ได้เกียจคร้านงานบ้านแต่การให้ทำทั้งคฤหาสน์เพียงลำพังมันเกินกำลังไป
“ไม่ไหวก็ต้องไหว แล้วทำเสร็จก็ขึ้นมาหากูที่ห้องทำงาน” ภาคินทิ้งท้ายเพียงเท่านั้นก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกไปแต่เสียงหนึ่งกลับรั้งฝีเท้าเขาไว้จนต้องชะงัก
“ระหว่างทำงานที่นี่ฉันต้องมีเงินเดือน”
“มึงเป็นหนี้กูเกือบสิบเอ็ดล้าน มึงยังต้องการเงินจากกูเพื่อเพิ่มหนี้ให้ตัวเองอีกเหรอ”
“ฉันก็ต้องกินต้องใช้ ไหนจะต้องหาค่าเทอมต่อมหาวิทยาลัยอีก”
น้ำเสียงของตะวันหนักแน่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเพราะสำหรับเธอการเรียนจบแค่มัธยมมันไม่พอ ความฝันของเธอคือการก้าวเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัยและตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่ตรงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต
การต้องมาจมปลักอยู่ที่นี่เปรียบเหมือนถูกจองจำอนาคต ทั้งที่เธอควรได้เดินตามเส้นทางที่เลือกเอง กลับกลายเป็นว่ามีใครอีกคนกำลังบงการชีวิตเธอทุกย่างก้าว
“แล้วใครบอกจะให้มึงเรียน หน้าที่มึงคือทำงานใช้หนี้ ไม่ใช่เสียเวลาไปเรียนหนังสือ”
“บ้าไปแล้วหรือเปล่า”
“หรือมึงกล้าขัดคำสั่งกู”
“คุณแม่งโคตรเฮงซวย”
ตะวันหลุดคำด่าออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาวาวโรจน์ราวกับมีเปลวไฟลุกโชน มือเรียวจิกเกร็งแน่นเพราะความโกรธเมื่ออนาคตที่เธอเฝ้าฝันกำลังถูกเหยียบย่ำต่อหน้า
“รู้ใช่ไหมว่ากูไม่ใช่คนใจดี” สิ้นคำพูดมือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเธอบีบแน่นจนตะวันร้องลั่น
“อ๊ะ…โอ๊ย ปล่อยนะ” ร่างเล็กพยายามดิ้นหนีแต่ยิ่งขัดขืน แรงบีบก็ยิ่งเพิ่มขึ้นราวกับต้องการสั่งสอนให้จำ
“นายคะ ป้าว่าใจเย็น ๆ ดีกว่า” เสียงหัวหน้าแม่บ้านดังแทรกเข้ามา มือเหี่ยวย่นยื่นเข้าไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ หวังห้ามผู้เป็นนายเพราะเด็กสาวตรงหน้าตัวเล็กเสียจนดูเปราะบาง
“ป้าอย่ายุ่งดีกว่า ทางที่ดีควรไปให้พ้น” สายตาคมสีรัตติกาลตวัดมองอย่างเย็นชา จนหัวหน้าแม่บ้านได้แต่เม้มปากแน่นก่อนจะยอมถอยออกมาอย่างจำใจ
ใคร ๆ ต่างรู้ดีว่าภาคินร้ายกาจเพียงใด การเอาตัวเข้าไปขวาง มีแต่จะพาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเปล่า ๆ
“ส่วนมึงอย่าเก่งให้มันมากเพราะหากมึงยังปากดีแบบนี้ กูอาจจะเปลี่ยนใจจากให้มึงทำงานบ้านเป็นการทำงานบนเตียง”
“ไม่ใช่บนเตียงกับกูแต่จะเป็นบนเตียงกับไอ้พวกนี้ทุกคน”
คำขู่เยียบเย็นทำให้ตะวันยืนนิ่งงัน ร่างกายชาวาบราวถูกของหนักทุบใส่ศีรษะ สายตาสวยกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างหวาดหวั่นและเพิ่งตระหนักว่าในพื้นที่แห่งนี้ ไม่ได้มีแค่เธอกับภาคิน หากยังมีชายชุดดำหลายคนยืนรายล้อมอยู่ไม่ไกล
“อย่าทำแบบนี้ คุณจะให้ฉันทำอะไรฉันยอม”
“พูดเองนะว่าจะยอม”
“ขออย่างเดียวอย่าให้ใครมายุ่งกับฉัน”
“ก็กลัวเป็นหนิแต่ทำไมกับกูมึงกล้านัก”
ตะวันถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าสวยก้มลงริมฝีปากขบเม้มเพราะแรงกดดัน ตะวันห้ามฝีปากของตัวเองไม่ได้ เขาใจร้ายกับเธอตั้งแต่แรกเจอแล้วทำไมเธอถึงต้องพูดดี ๆ กับเขา
“ให้ฉันทำความสะอาดบ้านใช่ไหม เดี๋ยวฉันทำเลย”
“กูเปลี่ยนใจ”
“คุณภาคิน”
“อย่างมึงน่าจะเหมาะกับงานบนเตียงจริง ๆ กูให้เวลามึงจัดการกับร่างกายตัวเองครึ่งชั่วโมงแล้วขึ้นมาหากูบนห้อง”
❤️
แรงมากแม่ !
ปากดีปากกล้าแบบนี้ หอนมาแล้วนับไม่ถ้วน