ตอนที่ 4 | เหมาะกับงานบนเตียงมากกว่า

1392 Words
“อยู่ที่นี่มึงเป็นแค่ขี้ข้า” สายตาคมกริบตวัดมองตะวันอย่างดูแคลนปนเหยียดหยาม นับตั้งแต่วินาทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังนี้ สถานะของเธอก็ถูกกำหนดให้เป็นเพียงแรงงานใช้หนี้ “…” ตะวันยืนนิ่ง ตัวชา ความโกรธค่อย ๆ คืบคลานกัดกินหัวใจ เธอเกลียดที่เขาใช้ถ้อยคำกดเธอให้ต่ำต้อย ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้สูงส่งไปกว่าเธอเลย สิ่งเดียวที่เขามีเหนือกว่าก็แค่ความร่ำรวยและอำนาจ “ขี้ข้ารับใช้ทำงานใช้แรงลดหนี้หรือจะเป็นขี้ข้าบนเตียงใช้ร่างกายลดหนี้ก็เลือกเอา” ภาคินแสยะยิ้มมอบทางเลือกที่แสนโหดร้ายให้เธอ ในเมื่อเธออยากชดใช้หนี้จนแทบขาดใจ เขาก็จะเปิดโอกาสให้เลือกด้วยตัวเอง จริงอยู่ที่เขาซื้อตัวเธอมาขัดดอกแต่เด็กปากกล้าแบบนี้ เขาไม่ชอบเลยสักนิด มีเพียงความคิดเดียวในหัว อยากสั่งสอนให้ความปากดีนั้นหายไป “ถ้าคุณอยากได้ฉันมาก ฉันจะยอมเป็นขี้ข้าบนเตียงให้คุณเอา” “กูไม่ได้อยากได้มึงมากแต่ในเมื่อแม่มึงส่งมึงมาขัดดอก มึงก็ควรใช้ร่างกายให้คุ้มค่า” “จะเอาตอนไหน ตอนนี้เลยไหมคะ” สายตาสวยตวัดมองเขาด้วยความไม่พอใจ มือเรียวกำแน่นจนรอยแดงปรากฏชัด เธอวางกระเป๋าลงกับพื้นก่อนจะค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อของตัวเองอย่างไม่ลังเล ในเวลานี้เธอไม่เหลืออะไรให้ต้องสูญเสียอีกแล้ว หากเรือนร่างนี้สามารถหักลบหนี้ได้ เธอก็พร้อมยอมแลกทุกอย่าง “พร้อมขนาดนี้ผ่านมากี่คนแล้วละ” ภาคินไม่ได้คิดจะห้าม เขาเพียงยืนมองการกระทำของเธอด้วยสายตาประเมิน ท่าทีของตะวันดูนิ่งเกินคาด มือที่ปลดกระดุมไม่สั่นไหว สายตาไม่หลบเลี่ยงราวกับคนที่ช่ำชองในเกมนี้ทั้งที่เธอเพิ่งอายุเท่านี้ “ก็คงเป็นสิบหรือยี่สิบ คนอย่างฉันไม่เก็บซิงไว้ให้คนเฮงซวยแบบคุณหรอก” ตะวันโกหกออกมาคำโตเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่เคยผ่านมือใครแม้แต่คนเดียวแต่ที่พูดออกมาแบบนี้เพราะต้องการให้เขาขยะแขยงเธอโดยไม่พูดเรื่องแบบนี้อีก “ปากดีแบบนี้ระวังจะไม่แก่ตาย ปืนอยู่ข้างเอวกูตลอดเวลา ถ้าไม่อยากตายก็ระวังปากของตัวเองดี ๆ” ความโกรธค่อย ๆ กัดกินสีหน้า ภาคินก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างคุกคาม มือหนาคว้าคางตะวันแล้วบีบแน่นจนใบหน้าหวานขึ้นสีด้วยความเจ็บ “ปะ…ปล่อยนะ” “กูขอเตือนอีกครั้งว่าอย่าปากดี” เขาสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี ร่างบางเซถอยหลังแทบไม่ทัน ความปวดแล่นลึกเข้าไปถึงกระดูกราวกับมันกำลังร้าวอยู่ภายใน “ห้องของฉันอยู่ไหน” “ตามป้ามาเลยจ้ะ” “เดี๋ยว !” เสียงเข้มดังขึ้นอีกครั้ง ภาคินหยุดเธอไว้เพราะในวินาทีนี้แผนการสั่งสอนเด็กปากดีผุดขึ้นมาในความคิด ในเมื่อเธอยังไม่ยอมเลือก เขาก็จะเลือกให้เอง ความจริงแล้วเขาไม่ได้อยากแตะต้องเด็กอย่างตะวันเลยแม้แต่น้อยแต่ความแข็งกร้าวและคำพูดไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงของเธอกลับยิ่งกระตุ้นความหมั่นไส้ในใจ เด็กที่ไม่รู้จักผู้ใหญ่ ไร้มารยาทแบบนี้ สมควรถูกสั่งสอนให้จำจนขึ้นใจ “เก็บของเสร็จ ป้าก็เฝ้ามันทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง” ภาคินหันไปสั่งหัวหน้าแม่บ้านด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา ในเมื่อเพิ่งมาวันแรกก็ถือว่าเป็นการทดลองงานไปเสียเลย “ทั้งหลัง ! คุณบ้าไปแล้วเหรอ” ตะวันอุทานดวงตาสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ บ้านที่เขาพูดถึงไม่ใช่แค่บ้านธรรมดาแต่มันคือคฤหาสน์หลังใหญ่โต ต่อให้เธอทำตั้งแต่เช้ายันค่ำก็คงไม่เสร็จ “กูกำลังให้มึงทำงานใช้แรงลดหนี้หรือมึงไม่ชอบอยากใช้ร่างกาย” “ฉันเปล่าแต่บ้านคุณใหญ่ขนาดนี้ ฉันทำไม่ไหวหรอก” ต่อให้เป็นคนขยันแค่ไหนก็ไม่มีทางทำได้หมดทั้งหลังในวันเดียว เธออดคิดไม่ได้ว่าเขาจงใจกลั่นแกล้งกันตั้งแต่วันแรกหรือยังไง เธอก็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ไม่ได้เกียจคร้านงานบ้านแต่การให้ทำทั้งคฤหาสน์เพียงลำพังมันเกินกำลังไป “ไม่ไหวก็ต้องไหว แล้วทำเสร็จก็ขึ้นมาหากูที่ห้องทำงาน” ภาคินทิ้งท้ายเพียงเท่านั้นก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกไปแต่เสียงหนึ่งกลับรั้งฝีเท้าเขาไว้จนต้องชะงัก “ระหว่างทำงานที่นี่ฉันต้องมีเงินเดือน” “มึงเป็นหนี้กูเกือบสิบเอ็ดล้าน มึงยังต้องการเงินจากกูเพื่อเพิ่มหนี้ให้ตัวเองอีกเหรอ” “ฉันก็ต้องกินต้องใช้ ไหนจะต้องหาค่าเทอมต่อมหาวิทยาลัยอีก” น้ำเสียงของตะวันหนักแน่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเพราะสำหรับเธอการเรียนจบแค่มัธยมมันไม่พอ ความฝันของเธอคือการก้าวเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัยและตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่ตรงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต การต้องมาจมปลักอยู่ที่นี่เปรียบเหมือนถูกจองจำอนาคต ทั้งที่เธอควรได้เดินตามเส้นทางที่เลือกเอง กลับกลายเป็นว่ามีใครอีกคนกำลังบงการชีวิตเธอทุกย่างก้าว “แล้วใครบอกจะให้มึงเรียน หน้าที่มึงคือทำงานใช้หนี้ ไม่ใช่เสียเวลาไปเรียนหนังสือ” “บ้าไปแล้วหรือเปล่า” “หรือมึงกล้าขัดคำสั่งกู” “คุณแม่งโคตรเฮงซวย” ตะวันหลุดคำด่าออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาวาวโรจน์ราวกับมีเปลวไฟลุกโชน มือเรียวจิกเกร็งแน่นเพราะความโกรธเมื่ออนาคตที่เธอเฝ้าฝันกำลังถูกเหยียบย่ำต่อหน้า “รู้ใช่ไหมว่ากูไม่ใช่คนใจดี” สิ้นคำพูดมือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเธอบีบแน่นจนตะวันร้องลั่น “อ๊ะ…โอ๊ย ปล่อยนะ” ร่างเล็กพยายามดิ้นหนีแต่ยิ่งขัดขืน แรงบีบก็ยิ่งเพิ่มขึ้นราวกับต้องการสั่งสอนให้จำ “นายคะ ป้าว่าใจเย็น ๆ ดีกว่า” เสียงหัวหน้าแม่บ้านดังแทรกเข้ามา มือเหี่ยวย่นยื่นเข้าไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ หวังห้ามผู้เป็นนายเพราะเด็กสาวตรงหน้าตัวเล็กเสียจนดูเปราะบาง “ป้าอย่ายุ่งดีกว่า ทางที่ดีควรไปให้พ้น” สายตาคมสีรัตติกาลตวัดมองอย่างเย็นชา จนหัวหน้าแม่บ้านได้แต่เม้มปากแน่นก่อนจะยอมถอยออกมาอย่างจำใจ ใคร ๆ ต่างรู้ดีว่าภาคินร้ายกาจเพียงใด การเอาตัวเข้าไปขวาง มีแต่จะพาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเปล่า ๆ “ส่วนมึงอย่าเก่งให้มันมากเพราะหากมึงยังปากดีแบบนี้ กูอาจจะเปลี่ยนใจจากให้มึงทำงานบ้านเป็นการทำงานบนเตียง” “ไม่ใช่บนเตียงกับกูแต่จะเป็นบนเตียงกับไอ้พวกนี้ทุกคน” คำขู่เยียบเย็นทำให้ตะวันยืนนิ่งงัน ร่างกายชาวาบราวถูกของหนักทุบใส่ศีรษะ สายตาสวยกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างหวาดหวั่นและเพิ่งตระหนักว่าในพื้นที่แห่งนี้ ไม่ได้มีแค่เธอกับภาคิน หากยังมีชายชุดดำหลายคนยืนรายล้อมอยู่ไม่ไกล “อย่าทำแบบนี้ คุณจะให้ฉันทำอะไรฉันยอม” “พูดเองนะว่าจะยอม” “ขออย่างเดียวอย่าให้ใครมายุ่งกับฉัน” “ก็กลัวเป็นหนิแต่ทำไมกับกูมึงกล้านัก” ตะวันถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าสวยก้มลงริมฝีปากขบเม้มเพราะแรงกดดัน ตะวันห้ามฝีปากของตัวเองไม่ได้ เขาใจร้ายกับเธอตั้งแต่แรกเจอแล้วทำไมเธอถึงต้องพูดดี ๆ กับเขา “ให้ฉันทำความสะอาดบ้านใช่ไหม เดี๋ยวฉันทำเลย” “กูเปลี่ยนใจ” “คุณภาคิน” “อย่างมึงน่าจะเหมาะกับงานบนเตียงจริง ๆ กูให้เวลามึงจัดการกับร่างกายตัวเองครึ่งชั่วโมงแล้วขึ้นมาหากูบนห้อง” ❤️ แรงมากแม่ ! ปากดีปากกล้าแบบนี้ หอนมาแล้วนับไม่ถ้วน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD