“คะ…คุณไม่กล้าหรอก” เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยความสั่นเครือ ความกลัวกำลังเข้ากัดกินหัวใจเมื่อเห็นปลายปืนเล็งมายังร่างกาย
ปัง !
“กรี๊ดด”
ร่างเล็กของเด็กสาวในชุดนักเรียนกรีดร้องด้วยความตกใจ สองมือยกขึ้นปิดหู ร่างกายสั่นเทา ขาทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ภาคินไม่ได้ล้อเล่น เขาลั่นไกเฉียดข้างใบหูของตะวันจนเลือดซึมออกมา การกระทำนี้เป็นเพียงคำขู่เพราะหากเมื่อไหร่ที่เขาเอาจริง กระสุนของเขาไม่เคยพลาดเป้าแม้แต่น้อยและครั้งนี้ก็เช่นกัน
“ยะ…อย่าทำฉันเลยนะคะคุณภาคิน ฉันจะหาเงินมาคืนคุณให้เร็วที่สุด” กานต์ดารีบเอ่ยออกมาทันทีด้วยความกลัวตาย เธอไม่แม้แต่จะเหลียวมองลูกสาว หากแต่กลับขอร้องให้ภาคินไว้ชีวิตตัวเองโดยไม่เอ่ยถึงอีกชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเลย
“กูต้องการตอนนี้ !”
“รู้ไหมกูใจเย็นแค่ไหนที่มาคุยกับมึง”
ภาคินตวาดเสียงดังลั่นโดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น เสียงแข็งกร้าวของเขาสร้างความเกรงกลัวจนทุกคนแทบลืมหายใจ
“ฉันขอเวลาสามเดือน” ตะวันรีบเอ่ยออกมาทันที แม้ไม่รู้ว่าจะหาเงินได้มากแค่ไหนแต่ในวินาทีนั้นเธอทำได้เพียงยื้อเวลาเพื่อให้ตัวเองกับแม่ยังมีโอกาสหายใจต่อไป
“กูให้เวลาแม่มึงมาสามเดือนแล้ว” ภาคินพูดซ้ำ น้ำเสียงเย็นเฉียบ สายตาคมตวัดมองสองแม่ลูกด้วยแววสมเพชปนเวทนา
“ขอร้องนะคะคุณภาคินไว้ชีวิตฉันเถอะ”
“หรือถ้าคุณอยากได้อะไรขัดดอกก็เอาตะวันมันไปเลย”
“ฉันยกมันให้คุณแลกกับดอกที่ฉันไม่ได้ส่งคุณเลยสามเดือน”
ตะวันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นไปถึงตาตุ่ม คำพูดที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของคนเป็นแม่กลับเป็นมีดคมกริบที่กรีดลึกลงกลางหัวใจจนแตกสลาย
น้ำตาเม็ดใสค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม ทุกความรู้สึกถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนหัวใจแทบรับไม่ไหว ตะวันหันไปมองหน้าคนเป็นแม่ด้วยแววตาไม่เข้าใจ แต่หากอีกฝ่ายกลับนิ่งเฉยราวกับทุกอย่างที่เพิ่งพูดออกมาไม่มีความหมายใด ๆ
“แม่…ทำไมพูดแบบนี้”
กานต์ดาไม่ตอบ เธอเพียงเบือนหน้าหนีลูกสาวอย่างไม่ไยดี ภาคินแสยะยิ้มมุมปาก มองดราม่าของสองแม่ลูกด้วยความสมเพช เหอะ ! น่าตลกสิ้นดี
“กูไม่เคยเอาผู้หญิงไปขัดดอกถ้าไม่มีเงินใช้หนี้ก็แค่ตาย”
“คุณมันป่าเถื่อน คิดว่าตัวเองอยู่เหนือกฎหมายหรือไง”
แม้หัวใจจะสั่นไหวด้วยความหวาดกลัวแต่เธอไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น ดวงตาสวยแข็งกร้าว ฝืนยืนหยัดทำใจดีสู้เสือ ทั้งที่หัวใจกำลังบอบช้ำยับเยิน
“กูบอกให้มึงระวังปากเพราะนัดต่อไปกูจะไม่ยิงเฉียดแบบนี้แน่”
“ถ้าคุณยิงฉันตาย คุณก็ติดคุก”
ปลายกระบอกปืนยังคงจ่อมาทางตะวันไม่คลาด ร่างบางสั่นเทา ความกลัวที่พยายามกดไว้แน่นในตอนนี้กลับถูกเปิดโปงจนไม่อาจซ่อนเร้น
“คิดว่าตัวเองมีอำนาจมากหรือไง เป็นใครใหญ่โตมาจากไหนถึงเที่ยวเอาปืนชี้หน้าคนอื่น”
“ใหญ่พอที่จะทำให้ไอ้พวกตำรวจไม่กล้ามายุ่งแน่หากมึงสองแม่ลูกกลายเป็นศพ”
“สิบล้านที่แม่ฉันเป็นหนี้คุณ ถามจริง ๆ เถอะว่าเงินต้นเท่าไหร่”
เธอกัดฟันถามน้ำเสียงสั่นแต่แววตาไม่ยอมแพ้ สำหรับตะวัน เด็กสาวอายุยี่สิบ เธอเป็นสาวน้อยห้าวหาญ ไม่เกรงกลัวใคร รอบตัวร่ายล้อมท่ามกลางเพื่อนผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เธอไม่เคยยำเกรงสิ่งใดและมักมีคำพูดที่พร้อมจะก่อเรื่องให้เข้าตัวอยู่เสมอ
ตั้งแต่เล็กจนโต เธอถูกเลี้ยงดูโดยพ่อเป็นหลัก ถูกประคบประหจนงมมาอย่างดีเพราะตอนเด็กมีปัญหาเรื่องสุขภาพทำให้ต้องหยุดเรียนไปถึงสองปี เธอแทบไม่มีความอ่อนหวานแบบผู้หญิงเพราะคนเป็นพ่อไม่ได้สอนให้อ่อนแอแต่กลับสอนให้ลูกสาวแข็งแกร่งท่ามกลางปัญหาสุขภาพที่รุมเร้าในตอนเด็กแต่เมื่อพ่อจากไป คำว่า ครอบครัว ก็เลือนหายไปพร้อมกัน
เธอสงสัยว่าทำไมแม่ถึงพูดแบบนี้แต่ทว่าเมื่อคิดทบทวนให้ดีกลับไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักเพราะความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกแทบไม่เคยมีอยู่จริง
“มึงบอกไปสิไอ้มานพว่าอีแก่นี่เอาเงินต้นมาเท่าไหร่”
“สารเลวไม่พอยังหยาบคายอีก”
เอ่ยด่าจบตะวันก็จ้องเขม็งไปยังชายในชุดสูทที่ยืนอยู่ข้างภาคินผู้เป็นนายใหญ่ เธอตั้งใจฟังคำตอบอย่างไม่กะพริบตา อยากรู้ว่าในยอดหนี้สิบล้านนั้นจะมีเงินต้นเหลืออยู่สักเท่าไหร่เพราะสำหรับคนหน้าเลือดไร้ความปรานีอย่างภาคิน ดอกเบี้ยคงโหดเหี้ยมเกินกว่าสิ่งใด
“เงินสดแปดล้านแสนห้าที่เหลือดอก”
“หน้าเลือด ดอกอะไรเป็นล้าน”
“ก่อนโทษฉัน โทษแม่เธอก่อนไหมที่ผีพนันมันเข้าสิง หากแม่เธอไม่ติดพนันคงไม่มีหนี้ท่วมหัวแบบนี้หรอก”
ตะวันไม่เคยโทษแม่ของตัวเองเลย กลับกันเธอเลือกโทษเขา คนที่ยื่นเงินกู้ให้ทั้งที่เงินก้อนนั้นสามารถนำไปต่อยอดชีวิต สร้างตัวหรือเริ่มต้นธุรกิจให้ดีขึ้นได้แต่กานต์ดากลับเอาไปถลุงกับการพนันจนหนี้ท่วมหัว
“ทำไมแม่ทำแบบนี้” ตะวันเอ่ยถามทั้งน้ำตา เสียงสั่นเครือ น้ำใสไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ เธอไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมทุกอย่างถึงพังทลายลงตรงหน้า
แม้ความสัมพันธ์ในครอบครัวจะไม่เคยดีนักแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะสงสัยว่าแม่มีแนวโน้มติดการพนัน ถึงจะไม่ได้พูดคุยกันมาก ไม่ได้เห็นหน้ากันบ่อย แม้อยู่ใต้หลังคาเดียวกันแต่ในทุกวันที่ตะวันกลับบ้านหลังเลิกเรียน เธออุ่นใจเสมอเพียงเพราะรู้ว่าอย่างน้อยแม่ยังอยู่ที่นี่ในบ้านหลังเดียวกัน
“อยากช่วยฉันไหมละ ถ้าอยากช่วยก็ใช้ตัวเองขัดดอกสิตะวัน” คนเป็นแม่ยังคงพูดออกมาอย่างไม่ลังเล สายตาแข็งกร้าวแน่วแน่ ไม่แม้แต่จะสนใจความรู้สึกของลูกสาว
สำหรับเธอหากสามารถปลดหนี้ได้ ไม่ว่าวิธีไหนก็ยอมรับได้ทั้งนั้น ยกเว้นความตายที่เธอไม่ต้องการเผชิญ
“แม่ !” ตะวันร้องออกมาสุดเสียง เธอหันมองหน้าคนเป็นแม่สลับกับภาคิน ความกลัวเริ่มกัดกินหัวใจอีกครั้ง ขณะที่ความเสียใจถาโถมเข้ามาจนแทบพยุงตัวเองไม่ไหว
“เอามันไปเลยค่ะคุณภาคิน คุณจะทำอะไรกับมันก็ได้ ถือว่ามันเป็นของขัดดอกฆ่าเวลาที่ฉันหาเงินใช้หนี้ของคุณ”
ถ้อยคำเย็นชาไร้หัวใจหลุดออกมาจากปากของคนเป็นแม่ เธอเอาแต่ดิ้นรนหาทางเอาตัวรอด โดยไม่สนใจชะตากรรมของลูกสาวแม้แต่น้อย ในความคิดของกานต์ดา เธอเลี้ยงดูเด็กคนนี้มาจนโต หากจะตอบแทนก็ต้องเป็นตอนนี้ ตอนที่เธอกำลังตกอยู่ในความเดือดร้อนที่สุด
“เห็นไหมว่าแม่เธอนี่มันใจหมาจริง ๆ”
“คุณคงไม่ใจหมาอีกคนถูกไหม พูดเองว่าไม่เคยเอาผู้หญิงไปขัดดอก”
“แต่สำหรับเธอมันไม่ใช่ อยากใช้หนี้แทนแม่ก็เอาตัวมาแลก ฉันจะสนองให้เธอได้ทำงานใช้หนี้สมใจอยากเลยละ”
❤️
ไม่เคยเอาผู้หญิงไปขัดดอก ไม่ได้แปลว่าจะเอาไปไม่ได้
เด็กขัดดอกหมายเลขที่ 1 = ตะวัน