ตอนที่ 2 | ได้ทำงานใช้หนี้จนสมใจ

1306 Words
“คะ…คุณไม่กล้าหรอก” เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยความสั่นเครือ ความกลัวกำลังเข้ากัดกินหัวใจเมื่อเห็นปลายปืนเล็งมายังร่างกาย ปัง ! “กรี๊ดด” ร่างเล็กของเด็กสาวในชุดนักเรียนกรีดร้องด้วยความตกใจ สองมือยกขึ้นปิดหู ร่างกายสั่นเทา ขาทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ภาคินไม่ได้ล้อเล่น เขาลั่นไกเฉียดข้างใบหูของตะวันจนเลือดซึมออกมา การกระทำนี้เป็นเพียงคำขู่เพราะหากเมื่อไหร่ที่เขาเอาจริง กระสุนของเขาไม่เคยพลาดเป้าแม้แต่น้อยและครั้งนี้ก็เช่นกัน “ยะ…อย่าทำฉันเลยนะคะคุณภาคิน ฉันจะหาเงินมาคืนคุณให้เร็วที่สุด” กานต์ดารีบเอ่ยออกมาทันทีด้วยความกลัวตาย เธอไม่แม้แต่จะเหลียวมองลูกสาว หากแต่กลับขอร้องให้ภาคินไว้ชีวิตตัวเองโดยไม่เอ่ยถึงอีกชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเลย “กูต้องการตอนนี้ !” “รู้ไหมกูใจเย็นแค่ไหนที่มาคุยกับมึง” ภาคินตวาดเสียงดังลั่นโดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น เสียงแข็งกร้าวของเขาสร้างความเกรงกลัวจนทุกคนแทบลืมหายใจ “ฉันขอเวลาสามเดือน” ตะวันรีบเอ่ยออกมาทันที แม้ไม่รู้ว่าจะหาเงินได้มากแค่ไหนแต่ในวินาทีนั้นเธอทำได้เพียงยื้อเวลาเพื่อให้ตัวเองกับแม่ยังมีโอกาสหายใจต่อไป “กูให้เวลาแม่มึงมาสามเดือนแล้ว” ภาคินพูดซ้ำ น้ำเสียงเย็นเฉียบ สายตาคมตวัดมองสองแม่ลูกด้วยแววสมเพชปนเวทนา “ขอร้องนะคะคุณภาคินไว้ชีวิตฉันเถอะ” “หรือถ้าคุณอยากได้อะไรขัดดอกก็เอาตะวันมันไปเลย” “ฉันยกมันให้คุณแลกกับดอกที่ฉันไม่ได้ส่งคุณเลยสามเดือน” ตะวันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นไปถึงตาตุ่ม คำพูดที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของคนเป็นแม่กลับเป็นมีดคมกริบที่กรีดลึกลงกลางหัวใจจนแตกสลาย น้ำตาเม็ดใสค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม ทุกความรู้สึกถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนหัวใจแทบรับไม่ไหว ตะวันหันไปมองหน้าคนเป็นแม่ด้วยแววตาไม่เข้าใจ แต่หากอีกฝ่ายกลับนิ่งเฉยราวกับทุกอย่างที่เพิ่งพูดออกมาไม่มีความหมายใด ๆ “แม่…ทำไมพูดแบบนี้” กานต์ดาไม่ตอบ เธอเพียงเบือนหน้าหนีลูกสาวอย่างไม่ไยดี ภาคินแสยะยิ้มมุมปาก มองดราม่าของสองแม่ลูกด้วยความสมเพช เหอะ ! น่าตลกสิ้นดี “กูไม่เคยเอาผู้หญิงไปขัดดอกถ้าไม่มีเงินใช้หนี้ก็แค่ตาย” “คุณมันป่าเถื่อน คิดว่าตัวเองอยู่เหนือกฎหมายหรือไง” แม้หัวใจจะสั่นไหวด้วยความหวาดกลัวแต่เธอไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น ดวงตาสวยแข็งกร้าว ฝืนยืนหยัดทำใจดีสู้เสือ ทั้งที่หัวใจกำลังบอบช้ำยับเยิน “กูบอกให้มึงระวังปากเพราะนัดต่อไปกูจะไม่ยิงเฉียดแบบนี้แน่” “ถ้าคุณยิงฉันตาย คุณก็ติดคุก” ปลายกระบอกปืนยังคงจ่อมาทางตะวันไม่คลาด ร่างบางสั่นเทา ความกลัวที่พยายามกดไว้แน่นในตอนนี้กลับถูกเปิดโปงจนไม่อาจซ่อนเร้น “คิดว่าตัวเองมีอำนาจมากหรือไง เป็นใครใหญ่โตมาจากไหนถึงเที่ยวเอาปืนชี้หน้าคนอื่น” “ใหญ่พอที่จะทำให้ไอ้พวกตำรวจไม่กล้ามายุ่งแน่หากมึงสองแม่ลูกกลายเป็นศพ” “สิบล้านที่แม่ฉันเป็นหนี้คุณ ถามจริง ๆ เถอะว่าเงินต้นเท่าไหร่” เธอกัดฟันถามน้ำเสียงสั่นแต่แววตาไม่ยอมแพ้ สำหรับตะวัน เด็กสาวอายุยี่สิบ เธอเป็นสาวน้อยห้าวหาญ ไม่เกรงกลัวใคร รอบตัวร่ายล้อมท่ามกลางเพื่อนผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เธอไม่เคยยำเกรงสิ่งใดและมักมีคำพูดที่พร้อมจะก่อเรื่องให้เข้าตัวอยู่เสมอ ตั้งแต่เล็กจนโต เธอถูกเลี้ยงดูโดยพ่อเป็นหลัก ถูกประคบประหจนงมมาอย่างดีเพราะตอนเด็กมีปัญหาเรื่องสุขภาพทำให้ต้องหยุดเรียนไปถึงสองปี เธอแทบไม่มีความอ่อนหวานแบบผู้หญิงเพราะคนเป็นพ่อไม่ได้สอนให้อ่อนแอแต่กลับสอนให้ลูกสาวแข็งแกร่งท่ามกลางปัญหาสุขภาพที่รุมเร้าในตอนเด็กแต่เมื่อพ่อจากไป คำว่า ครอบครัว ก็เลือนหายไปพร้อมกัน เธอสงสัยว่าทำไมแม่ถึงพูดแบบนี้แต่ทว่าเมื่อคิดทบทวนให้ดีกลับไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักเพราะความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกแทบไม่เคยมีอยู่จริง “มึงบอกไปสิไอ้มานพว่าอีแก่นี่เอาเงินต้นมาเท่าไหร่” “สารเลวไม่พอยังหยาบคายอีก” เอ่ยด่าจบตะวันก็จ้องเขม็งไปยังชายในชุดสูทที่ยืนอยู่ข้างภาคินผู้เป็นนายใหญ่ เธอตั้งใจฟังคำตอบอย่างไม่กะพริบตา อยากรู้ว่าในยอดหนี้สิบล้านนั้นจะมีเงินต้นเหลืออยู่สักเท่าไหร่เพราะสำหรับคนหน้าเลือดไร้ความปรานีอย่างภาคิน ดอกเบี้ยคงโหดเหี้ยมเกินกว่าสิ่งใด “เงินสดแปดล้านแสนห้าที่เหลือดอก” “หน้าเลือด ดอกอะไรเป็นล้าน” “ก่อนโทษฉัน โทษแม่เธอก่อนไหมที่ผีพนันมันเข้าสิง หากแม่เธอไม่ติดพนันคงไม่มีหนี้ท่วมหัวแบบนี้หรอก” ตะวันไม่เคยโทษแม่ของตัวเองเลย กลับกันเธอเลือกโทษเขา คนที่ยื่นเงินกู้ให้ทั้งที่เงินก้อนนั้นสามารถนำไปต่อยอดชีวิต สร้างตัวหรือเริ่มต้นธุรกิจให้ดีขึ้นได้แต่กานต์ดากลับเอาไปถลุงกับการพนันจนหนี้ท่วมหัว “ทำไมแม่ทำแบบนี้” ตะวันเอ่ยถามทั้งน้ำตา เสียงสั่นเครือ น้ำใสไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ เธอไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมทุกอย่างถึงพังทลายลงตรงหน้า แม้ความสัมพันธ์ในครอบครัวจะไม่เคยดีนักแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะสงสัยว่าแม่มีแนวโน้มติดการพนัน ถึงจะไม่ได้พูดคุยกันมาก ไม่ได้เห็นหน้ากันบ่อย แม้อยู่ใต้หลังคาเดียวกันแต่ในทุกวันที่ตะวันกลับบ้านหลังเลิกเรียน เธออุ่นใจเสมอเพียงเพราะรู้ว่าอย่างน้อยแม่ยังอยู่ที่นี่ในบ้านหลังเดียวกัน “อยากช่วยฉันไหมละ ถ้าอยากช่วยก็ใช้ตัวเองขัดดอกสิตะวัน” คนเป็นแม่ยังคงพูดออกมาอย่างไม่ลังเล สายตาแข็งกร้าวแน่วแน่ ไม่แม้แต่จะสนใจความรู้สึกของลูกสาว สำหรับเธอหากสามารถปลดหนี้ได้ ไม่ว่าวิธีไหนก็ยอมรับได้ทั้งนั้น ยกเว้นความตายที่เธอไม่ต้องการเผชิญ “แม่ !” ตะวันร้องออกมาสุดเสียง เธอหันมองหน้าคนเป็นแม่สลับกับภาคิน ความกลัวเริ่มกัดกินหัวใจอีกครั้ง ขณะที่ความเสียใจถาโถมเข้ามาจนแทบพยุงตัวเองไม่ไหว “เอามันไปเลยค่ะคุณภาคิน คุณจะทำอะไรกับมันก็ได้ ถือว่ามันเป็นของขัดดอกฆ่าเวลาที่ฉันหาเงินใช้หนี้ของคุณ” ถ้อยคำเย็นชาไร้หัวใจหลุดออกมาจากปากของคนเป็นแม่ เธอเอาแต่ดิ้นรนหาทางเอาตัวรอด โดยไม่สนใจชะตากรรมของลูกสาวแม้แต่น้อย ในความคิดของกานต์ดา เธอเลี้ยงดูเด็กคนนี้มาจนโต หากจะตอบแทนก็ต้องเป็นตอนนี้ ตอนที่เธอกำลังตกอยู่ในความเดือดร้อนที่สุด “เห็นไหมว่าแม่เธอนี่มันใจหมาจริง ๆ” “คุณคงไม่ใจหมาอีกคนถูกไหม พูดเองว่าไม่เคยเอาผู้หญิงไปขัดดอก” “แต่สำหรับเธอมันไม่ใช่ อยากใช้หนี้แทนแม่ก็เอาตัวมาแลก ฉันจะสนองให้เธอได้ทำงานใช้หนี้สมใจอยากเลยละ” ❤️ ไม่เคยเอาผู้หญิงไปขัดดอก ไม่ได้แปลว่าจะเอาไปไม่ได้ เด็กขัดดอกหมายเลขที่ 1 = ตะวัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD