“ฉันเลือกล้างคราบเลือด” ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันแน่นจนแทบเป็นเส้นตรงก่อนที่ตะวันจะกัดมันเบา ๆ เพื่อกลั้นความหวั่นไหวในใจเอาไว้
เสียงที่เปล่งออกมาฟังดูมั่นคงราวกับเธอมีทางเลือกแต่ความจริงแล้วมันคือคำตอบจากคนที่แทบไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรเลย
แม้คืนนี้เธอจะตั้งใจแต่งตัวมายั่วยวนเขา ชุดที่สวมแนบเนื้อเผยให้เห็นสัดส่วนเย้ายวนอย่างจงใจแต่ไม่ได้หมายความว่าเธอพร้อมจะยอมให้ผู้ชายตรงหน้าแตะต้องร่างกายของเธอ
สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของตะวันคือการยั่วอารมณ์และปลุกความรู้สึกของภาคินให้ปั่นป่วนเท่านั้น
ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มจ้องมองเธอราวกับกำลังมองทะลุเข้าไปถึงความคิดด้านใน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่กำลังสนุกกับเกมที่ตัวเองเป็นฝ่ายกุมอำนาจ
“แต่ถ้ามึงนอนกับกู กูจะลดหนี้ให้” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเฉื่อยชาราวกับเป็นข้อเสนอที่ไร้ค่า คำพูดนั้นหลุดออกมาง่ายดายเหมือนเขากำลังต่อรองราคาสินค้าชิ้นหนึ่ง
“คุณอยากนอนกับฉันขนาดนี้เลยเหรอคะ” ตะวันย้อนถามพลางเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ตัวเองดูอ่อนแอ
ภาคินหัวเราะในลำคอเบา ๆ สายตาคมเข้มกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ปิดบัง
“แล้วมึงพร้อมไหมตะวัน ถ้าพร้อมก็แก้ผ้าต่อหน้ากูตอนนี้เลยสิ”
“…”
ตะวันนิ่งเงียบ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาของภาคินยังคงจับจ้องเธอไม่วางราวกับกำลังเพลิดเพลินกับการเห็นอีกฝ่ายถูกบีบให้จนมุม
“ว่ายังไงพร้อมหรือเปล่า”
“ฉันขอตัวก่อน”
แน่นอนว่าตะวันไม่พร้อม คำตอบของเธอทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของภาคินกระตุกยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นแม้แต่น้อย กลับกันมันชวนให้หวาดหวั่นมากกว่าเดิม ขาแกร่งก้าวเข้ามาใกล้อีกครั้งอย่างไม่รีบร้อนราวกับกำลังต้อนเหยื่อที่ไม่มีทางหนี
ตะวันที่เห็นแบบนั้นก็ถอยหลังโดยอัตโนมัติ ความกลัวฉายชัดบนใบหน้าสวย ภาพมือของเขาที่เปื้อนเลือดที่เอื้อมมาสัมผัสแก้มของเธอยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัวไม่หยุด กลิ่นคาวเลือดราวกับยังลอยแตะจมูกจนเธอรู้สึกสะอิดสะเอียน
“จะไปไหน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบแต่แฝงแรงกดดันจนทำให้ฝีเท้าของเธอชะงัก
สายตาคมสีรัตติกาลกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างคนที่กำลังสนุกกับความหวาดกลัวของอีกฝ่าย
“ไหนว่าอยากใช้หนี้ อยากให้หนี้หมดเร็ว ๆ ไม่ใช่เหรอ”
“แต่ทำไมตอนนี้ถึงเล่นตัว”
“ฉันไม่พร้อม”
“ผ่านมาเยอะขนาดนี้ยังไม่พร้อมอีกเหรอหรือมึงกำลังคิดว่าจะปฏิเสธกูได้”
แรงกดดันจากสายตาของภาคินทำให้ตะวันแทบหายใจไม่ออก หญิงสาวกัดฟันแน่นก่อนจะตัดสินใจถามออกไปอีกครั้ง
“ถ้าฉันนอนกับคุณ ฉันจะได้ครั้งละเท่าไหร่”
คำถามนั้นทำให้ภาคินชะงักไปเสี้ยววินาทีก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อจะค่อย ๆ ขยายกว้างขึ้นราวกับได้ยินเรื่องที่น่าสนุกที่สุดในโลก
แต่ตะวันไม่ได้ถามเพื่อประกอบการตัดสินใจ เธอถามเพราะกำลังคิดหาทางหนีให้ตัวเอง ในเมื่อเขาอยากนอนกับเธอนัก เธอก็จะใช้เรื่องนี้เป็นหมากเล่นกับเขาและแน่นอนคนอย่างเธอไม่มีวันยอมขึ้นเตียงกับคนโรคจิตอย่างภาคินเด็ดขาด
“ที่แท้ก็จะอัพราคา” ภาคินพึมพำออกมาอย่างคนที่มองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง สายตาคมจับจ้องใบหน้าของตะวันราวกับกำลังประเมินมูลค่าบางอย่างในตัวเธอ
เขาคิดไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย การเล่นตัวของเธอบางทีมันอาจไม่ใช่เพราะความกลัวหรือความไม่กล้าแต่อาจเป็นเพียงกลวิธีแบบเดียวกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เขาเคยซื้อมา
ผู้หญิงที่ยอมให้ซื้อได้ ถ้าราคามันสูงพอ
แทบทุกคนล้วนพยายามอัพราคาของตัวเองให้ดูมีค่าเพราะต่างก็รู้ดีว่าภาคินไม่เคยกินซ้ำ เขาไม่เคยผูกมัดกับใครและตั้งใจจะไม่ทำแบบนั้นตลอดชีวิต
ภาคินรู้ดีแม้แต่คนที่ขึ้นชื่อว่า คนรัก ยังหักหลังกันได้อย่างเลือดเย็น แล้วนับประสาอะไรกับผู้หญิงที่ซื้อมาเพียงชั่วคราว
“ทุกครั้งที่ฉันยอม หนี้ของฉันมันจะลดลงครั้งละเท่าไหร่”
“สามหมื่น”
“แล้วฉันต้องนอนกับคุณอีกกี่ชาติ”
“แค่ชาติเดียวก็พอ”
สายตาคมกริบทอดมองเธอช้า ๆ เหมือนกำลังครอบครองบางอย่างด้วยสายตา แน่นอนว่าชาติต่อไปภาคินคงไม่ได้คิดจะเจอกับตะวันอีกแล้ว สำหรับเขาทุกอย่างควรจบลงในชาตินี้ ทั้งเรื่องของเธอและหนี้ที่เธอแบกอยู่
“ตัวคุณเหม็นเลือดออกไปนะ” มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกแกร่งของภาคินไม่ให้เข้ามาใกล้มากกว่านี้ ใบหน้าสวยรีบหันหนีทันทีที่กลิ่นคาวเลือดลอยฟุ้งออกมาจากร่างกายของเขา
เพียงแค่กลิ่นที่อบอวลอยู่ในห้องก็แทบทำให้เธอหายใจไม่ออกแล้วแต่เขากลับยังเดินเข้ามาใกล้ไม่หยุดราวกับตั้งใจจะยัดเยียดมันให้เธอรับรู้
มันเป็นครั้งแรกในชีวิตของตะวันที่ได้เห็นเลือดมากขนาดนี้ ภาพมันยังติดอยู่ในหัว ติดจนทำให้มือของเธอสั่นโดยไม่รู้ตัว
“แล้วกูต้องสนใจเหรอ” ภาคินตอบอย่างไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย ริมฝีปากยกยิ้มเย็นชาก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ราวกับคำพูดของเธอไม่มีความหมายอะไรเลย
ระยะห่างระหว่างทั้งสองถูกลดลงจนแทบไม่เหลือ ใบหน้าของเขาก้มลงต่ำก่อนจะปล่อยลมหายใจอุ่นเฉียดผ่านลำคอขาวของเธออย่างจงใจ
ตะวันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงไอร้อน แม้ภาคินจะเคยพูดว่าเธอไม่มีอะไรดีแต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้คือร่างกายของเธอ
ผิวขาวเนียนที่โผล่โชว์ให้เห็นกำลังยั่วสายตาของเขาอย่างร้ายกาจจนชายหนุ่มแทบละสายตาไปไหนไม่ได้มันชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังถูกท้าทายและความรู้สึกนั้นกำลังทำให้ภาคินแทบคลั่ง
“แต่ฉันไม่ชอบ รู้ไหมว่ามันเหม็น เลือดใครก็ไม่รู้”
“อยากรู้ไหมละว่าเลือดใคร”
“คุณคงไม่ได้ฆ่าใครหรอกใช่ไหม”
“อาจจะเป็นใครสักคนที่มองมึง”
ประโยคนั้นทำให้ใบหน้าสวยซีดเผือดทันที ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างเล็กรีบถอยหนีจากเขาอย่างจงใจ
ตะวันจำได้ดีก่อนหน้านี้มีผู้ชายหลายคนมองเธอเพราะเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่แต่ถ้าพวกเขาถูกทำร้ายเพียงเพราะเหตุผลแค่นั้นจริง ๆ เธอคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต
“คุณภาคิน คุณบ้าไปแล้วเหรอ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความกระวนกระวาย หัวใจของเธอเต้นแรงราวกับจะหลุดออกจากอก
ความกลัวค่อย ๆ ถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง กลัวว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ เพราะตะวันรู้ดีว่าเขาเป็นคนแบบไหน
ภาคินไม่ใช่คนที่พูดเล่น เขาพูดจริงและทำจริงเสมอ ความหวาดกลัวที่เธอมีต่อเขากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนตะวันเริ่มรู้สึกว่าการอยู่ใกล้เขาแบบนี้ อาจทำให้ชีวิตของเธอตกอยู่ในอันตรายได้ทุกเมื่อ
ตอนนี้เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าเขาไม่ได้พาเธอมาเพียงเพื่อขัดดอกหรือใช้หนี้เท่านั้นแต่เหมือนกำลังจงใจเอาเธอมาไว้ข้างตัวเพื่อทรมานให้ความกลัวค่อย ๆ กัดกินหัวใจของเธอทีละนิด
“ตอบได้หรือยัง”
“ตอบไม่ได้ก็ล้างคราบเลือดแต่ถ้าล้างไม่สะอาด รู้ใช่ไหมว่าจะโดนอะไร”
คำขู่นั้นทำให้ตะวันยังไม่ทันได้ตั้งตัวดีเพราะในวินาทีถัดมา ใบหน้าหล่อคมคายกลับก้มลงซบกับหน้าอกนุ่มของเธออย่างจงใจ
ร่างเล็กแข็งค้างทันที สองมือของเขาที่ยังเปื้อนเลือดสด ๆ บีบขยำแรงจนตะวันหน้าเสีย ความเย็นเหนียวของเลือดทำให้เธอขนลุกไปทั้งตัวก่อนที่ภาคินจะซบหน้าลงแน่นกว่าเดิม ริมฝีปากของเขาขบเม้มลงอย่างแรง คมฟันกัดลงบนผิวเนื้อขาวจนเลือดซิบออกมา
“อ๊ะ ! ฉันเจ็บนะ”
“มึงจะเจ็บกว่านี้แน่”
พูดจบเขาก็ผละออกทันที ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องน้ำอย่างไม่สนใจอะไรอีก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นเลือดจาง ๆ และร่องรอยการกระทำของเขาบนร่างกายของเธอ
ตะวันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หอบหายใจแรง มือสั่นเล็กน้อยเมื่อก้มมองรอยกัดที่ยังเจ็บแปลบ
“แล้วใครจะอยู่ให้ตัวเองเจ็บตัวอีก”
“ฉันจะหนี หนีไปจากคนโรคจิตอย่างคุณ”
❤️
ลูกสาวหนีแล้วค่ะ
เป็นฉัน ฉันก็หนี โรคจิตขนาดนี้ ใครเอามันก็เอา ฉันขอบาย