ใบบัวกลับเข้ามาในคอนโดฯ ในช่วงเย็นของวัน เธอกำลังเดินมุ่งไปยังลิฟต์ เพื่อขึ้นไปยังห้องพักของตนเอง
แต่! ร่างบางกลับชะงัก เมื่อเสียงเข้มปนดุ ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งเดินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว
“เดี๋ยว!”
“สารวัตรมินิ มีอะไรกับฉันอีกเหรอคะ” ใบบัวกอดอก มองหน้าสารวัตรหนุ่มและเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าอย่างมีจริต
“ปากแบบนี้ ระวังโดนตบด้วยปาก” สารวัตรหนุ่มตักเตือนร่างบางเสียงเข้ม มองร่างบางราวกับตำหนิ
“อี๋! ไอ้ลามก” ใบบัวเบะปากด้วยความหมั่นไส้ ดวงตากลมโตมองค้อนสารวัตรหนุ่มอย่างเปิดเผย
“ผมเนี่ยนะ ลามก” สารวัตรหนุ่มตอบกลับด้วยสายตาและน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ มองร่างบางราวกับต้องการให้เธอหวนทวนตัวเอง
“ก็ใช่ไง ลามกที่สุดเลย”
“เหอะ! ผู้หญิงอย่างคุณ สุภาพมากมั้ง” สารวัตรหนุ่มตอบกลับด้วยสายตาและน้ำเสียงติเตือน
“ฉันสุภาพมากค่ะ” ใบบัวตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ พลันยิ้มยียวนกวนประสาทกลับ
“ผู้หญิงสุภาพที่ไหน? วิจารณ์เป้าคนอื่นแบบคุณ ทั้งที่คุณยังไม่ได้เห็น ไม่เคยสัมผัสด้วยซ้ำ”
“นี่คุณ! คุณจะจริงจังทำไม ฉันแค่ล้อเล่นเฉย ๆ” ใบบัวยกมือทั้งสองข้างขึ้น ราวกับจำนน ตามมาด้วยคำอธิบายจากหญิงสาวด้วยรอยยิ้มเจื่อนลง เมื่อได้สบตากับนัยน์ตาดุดันที่กำลังจ้องมองเธออยู่
“เรื่องแบบนี้ ผู้ชายที่ไหนก็ไม่สนุกหรอกนะ”
“นั่นมันเรื่องของคุณค่ะ ช่วยหลีกทางด้วย” ใบบัวถอนหายใจพรืดยาวด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนที่ร่างบางจะยกธงขาวยอมถอยเสียก่อน และหมายจะเดินหนี
แต่กลับถูกสารวัตรหนุ่มรั้งข้อแขนเอาไว้ และพาเธอเดินเข้าไปในลิฟต์ กดชั้นที่พักของตัวเองเสร็จสรรพ
“มานี่”
“เดี๋ยวสิคุณ ปล่อยฉันนะ” ใบบัวพยายามสะบัดข้อแขนตัวเองให้หลุด แต่ยิ่งสะบัด ร่างสูงกลับจับยิ่งแน่นกว่าเดิม
“ผู้หญิงอย่างคุณ ต้องถูกลงโทษ ข้อหาปากเสียไปเรื่อย” สารวัตรหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ไม่ ฉันไม่ไป ปล่อย” ใบบัวพยายามดิ้นให้หลุดอีกครั้ง พลันเบี่ยงตัวเองออกห่างจากสารวัตรหนุ่มให้ไกลที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้
“กลัว?”
“ฉันไม่ได้กลัวคุณ แต่ฉันไม่อยากไปกับคุณต่างหากเล่า”
“จะไปดี ๆ หรือไปด้วยน้ำตา” สารวัตรหนุ่มยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาขบขันกับท่าทางเลิ่กลั่กของหญิงสาวไม่น้อย
“นี่คุณเป็นตำรวจภาษาอะไร ใช้กำลังและรังแกประชาชน”
“ตอนนี้คือเวลาเลิกงาน และผมกำลังอยากสั่งสอนประชาชนอยู่พอดี” สารวัตรหนุ่มตอบกลับในทันที พลันยกนาฬิกาข้อมือโชว์เวลาร่างบางไปที
ใบบัวโวยวายตลอดทางเดิน แต่! ชายหนุ่มทำราวกับไม่ได้ยินเสียงร้องโวยวายของเธอ และรั้งร่างบางมายังห้องพักของตนเองอย่างใจเย็น
“ไอ้บ้า! พาฉันมาห้องคุณ อีกทำไมเนี่ย”
“มาดู” สารวัตรหนุ่มตอบกลับเพียงสั้น พลันหลุบตามองเป้ากางเกงของตนเองไปที
“หา! ดูอะไร ฉันไม่ดู” ใบบัวอุทานเสียงหลง ดวงตากลมโตเบิกตาด้วยความตกใจ พลันโวยวายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก และยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดหน้าตัวเอง
“เปิดตา” สารวัตรหนุ่มเอ่ยปากสั่งร่างบางเสียงเข้ม พลันใช้มือของตัวเองจับมือเล็กที่กำลังปิดหน้าตัวเองออก
แต่! ร่างบางยังคงดื้อรั้นและไม่มีทีท่ายอม ทำตามคำสั่งของชายหนุ่ม เธอยังคงใช้มือปิดหน้าและก้าวถอยหลังช้า ๆ
“ไม่”
“เปิดตา ผมไม่ยอมให้คุณเห็นของดี ของผมง่าย ๆ หรอก”
“อี๋! พูดมาได้ ของดีอะไร จะอ้วก” ร่างบางโวยวายขึ้นอีกครั้ง เมื่อถูกสารวัตรหนุ่มพยายามยัดเยียดให้เธอเปิดตามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
“ปากเสียแบบนี้ ระวังเอาไว้เถอะ” สารวัตรหนุ่มยิ้มบาง พลันเอ็นดูท่าทางเลิ่กลั่กปนร้อนรนของหญิงสาวไม่น้อย แต่! กลับต้องพยายามทำหน้าขรึมเอาไว้ให้เธอเกรงกลัวเสียบ้าง
“ลากฉันมาห้องคุณทำไม” ใบบัวยังคงตั้งคำถามที่ตัวเองสงสัย และคำตอบที่ได้ ทำให้ร่างบางลดมือที่ปิดหน้าลงอย่างลืมตัว
“ลงโทษ”
“คุณมีสิทธิ์อะไร มาลงโทษฉัน” ใบบัวยกมือเท้าเอวตัวเอง มองค้อนร่างสูงด้วยสายตาไม่พอใจ
“สิทธิ์ที่ถูกกล่าวหา” สารวัตรหนุ่มย้ำความผิดของหญิงสาว ตามใจของตัวเอง
“แต่ฉัน” ใบบัวที่พยายามจะเถียงชะงักไปเล็กน้อย กับข้อหาที่เธอกระทำต่อสารวัตรหนุ่มเอาไว้
“อย่าเถียงว่าพูดเรื่องจริง คุณยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ”
“เออ ๆ เอาเป็นว่าฉันขอโทษ” ร่างบางยกธงขาว ยอมแพ้ในทันที เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มเสียเปรียบสารวัตรหนุ่ม
“พูดดีก็เป็น” สารวัตรเพลิงกัลป์พยักหน้ารับเบา ๆ พลันเอ่ยชมร่างบางด้วยคำเหน็บแนม
“ฉันกลับได้ยัง” เมื่อใบบัวคิดว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว เธอชี้ไปยังหน้าประตูห้อง หมายจะขอตัวกลับ
แต่! กลับถูกสารวัตรหนุ่มห้ามเอาไว้ด้วยประโยคสั้น โดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ ให้ชัดเจน
“ยัง”
“เอ๊ะคุณ! คุณเป็นตำรวจ อย่ามาใช้อำนาจในทางที่ผิดนะ”
“ตอนนี้นอกเวลางาน ผมแค่ผู้ชายคนหนึ่ง” ณ ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่ง ไม่มียศ ตำแหน่งใดทั้งสิ้น
“ต้องการสื่ออะไร” ใบบัวขมวดคิ้วเข้าหากัน พลันตั้งคำถามด้วยความสงสัยกับประโยคที่ได้ยิน และยิ่งมึนงงหนักไปมากกว่าเดิม เมื่อคำถามของสารวัตรหนุ่มยังคงคลุมเครือกว่าเดิม
“ไม่ชอบตำรวจ ไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ ไม่ชอบเอามาก ๆ เลย” ใบบัวตอบตามความจริงจากใจของเธอ โดยไม่เกรงกลัวนัยน์ตาคมที่จับจ้องมองเธออยู่
“อดทนนะ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับเพียงสั้น พลันยกยิ้มมุมปากราวกับกำลังยั่วโมโหหญิงสาวก็ไม่ปาน
“ฉันต้องการกลับห้องของตัวเอง”
“ทำอาหารให้ผมทาน แลกกับสิ่งที่คุณกล่าวหาผม”
“ไม่” ใบบัวปฏิเสธในทันที ไม่มีทีท่าครุ่นคิดหรือยอมแต่โดยดี แต่! เธอกลับหัวแข็งดังเดิม
“งั้นผมจะจองเวรจองกรรมคุณอยู่แบบนี้” น้ำเสียงเรียบเฉย นัยน์ตาดุดัน มองเธอราวกับเจ้ากรรมนายเวรที่กำลังประกาศกร้าว ทำให้ใบบัวยอมจำนน และตอบรับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าปลงตก และคำพูดแดกดันกลับ
“เออ! จะแดกอะไร”
“พูดเพราะ ๆ หน่อย สัมมาคารวะหัดมีบ้าง เดี๋ยวเขาจะหาว่าที่บ้านไม่อบรม” สารวัตรหนุ่มตักเตือนหญิงสาวด้วยถ้อยคำหยาบ แต่น้ำเสียงกลับเบาลงกว่าครั้งไหน
“โห่! แรง” ใบบัวอุทานเสียงหลง พลันมองค้อนชายหนุ่มไปที เมื่อได้ยินคำดุดันจากปากชายหนุ่ม
“ถ้ารีบกลับ ก็รีบทำสิ”
“คุณรู้ได้ยังไง ว่าฉันทำอาหารเป็น” ใบบัวตั้งคำถามด้วยความสงสัย พลันมองหน้าสารวัตรหนุ่มนิ่งราวกับจับผิด
“เดา” สารวัตรหนุ่มตอบกลับเพียงสั้น ใบหน้าเรียบเฉย ไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย
“เหรอ”
“อือ พูดมาก หรืออยากอยู่กับผมนาน ๆ ถึงได้เกี่ยงเวลาแบบนี้”
“เหอะ! ช่างคิดได้” ใบบัวเบะปากด้วยความหมั่นไส้ ความมั่นหน้าของผู้ชายคนนี้ เธอยกคะแนนให้เต็มสิบไม่มีหัก
“อย่าคิดหนี เพราะผมสามารถตามไปลากคอ คุณได้ยี่สิบสี่ชั่วโมง” สารวัตรหนุ่มตักเตือนหญิงสาวเสียงเข้ม ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ปล่อยให้หญิงสาวจัดการอาหารในโซนครัวด้วยตัวเอง
ใบบัวยืนนิ่งอยู่โซนครัว เธอพึมพำกับตัวเองราวกับกำลังครุ่นคิดและทบทวนกับตัวเองพลาง ๆ และสบถออกมาท่าทางหัวร้อน
“อะไรวะ? มึนงงไปหมดแล้วนะ เกิดอะไรขึ้น ทำไม ฉันต้องทำอาหารให้หมอนั่นด้วย”
“คิดว่าฉันจะยอม ถูกกลั่นแกล้งฝ่ายเดียวรึไง ไม่มีทาง”
รอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้าสวย เธอฮัมเพลงท่าทางอารมณ์ดี ต่างจากอารมณ์ก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง โดยที่ทุกเมนูล้วนแต่มีเกลือเป็นส่วนผสมหลัก จนเกือบหมดครัว
ใบบัวจัดการอาหารที่เธอทำสองเมนู วางตรงหน้าสารวัตรหนุ่มที่ออกจากห้องนอนมาด้วยชุดเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นสบายตัว เดินมาทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้โต๊ะอาหารอย่างใจเย็น
“เสร็จแล้ว ฉันไปได้ยัง” ใบบัวตั้งคำถามด้วยรอยยิ้มสดใส ชวนให้ชายหนุ่มสังเกตเห็นความผิดปกติได้ในทันที
“ยัง”
“อะไรอีกเล่า อาหารฉันก็ทำให้ทานแล้ว” ใบบัวร้องโอดโอยในทันที เมื่อสารวัตรหนุ่มไม่อนุญาตให้เธอกลับ ดั่งที่ควรจะเป็น
“ผมกลัวคุณวางยา ชิมทุกเมนูให้ผมเห็นที” สารวัตรหนุ่มหยิบช้อนยื่นให้กับใบบัว ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ต่างจากใบบัวที่เผลอตกใจจนอุทานออกมาเสียงหลง
“หา”
“ตกใจอะไร” สารวัตรหนุ่มตั้งคำถามขึ้นด้วยความสงสัย ใบหน้ายังคงเรียบเฉย แต่สายตามองร่างบางราวกับตำหนิ
“เปล่า ๆ ฉันไม่คิดทำร้ายคุณถึงตายหรอกน่า”
“คำพูดฟังดูแปลกดีนะ”
“อาหารของฉันปลอดภัย หายห่วง” ใบบัวยืนกรานอาหารที่อยู่ตรงหน้า ด้วยสายตาและสีหน้าเลิ่กลั่ก
“งั้นชิม” สารวัตรหนุ่มยื่นช้อนให้กับร่างบางเช่นนั้น ชวนให้ร่างบางตัดสินใจหยิบช้อนนั้นถือเอาไว้ด้วยมือที่สั่นเทา
“โอเค ชิม ชิมเดี๋ยวนี้เลย” ใบบัวลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลันตักอาหารฝีมือตัวเองชิมในทันที
“อร่อยไหม” สารวัตรหนุ่มตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ตามมาด้วยรอยยิ้มมุมปากด้วยความชอบใจ
“ที่สุดเลย คุณลองชิมดูสิ” ใบบัวกลืนอาหารทั้งหมดลงคอ รสชาติที่เค็ม กรีดยาวลงลำคออย่างยากลำบาก แต่หญิงสาวกลับต้องเก็บสีหน้าเอาไว้ให้นิ่งที่สุด พลันยื่นช้อนให้กับสารวัตรหนุ่มได้ชิมอาหารตรงหน้าบ้าง
แต่! สารวัตรหนุ่มกลับยันตัวลุกจากเก้าอี้ และปฏิเสธการชิมอาหารของหญิงสาวอย่างไร้เยื่อใย
“ไม่ละ พอดีผมไม่หิว เชิญคุณกลับไปได้แล้ว”
“ไอ้สารวัตรมินิ ไอ้” ใบบัวเผลอสบถออกมาหัวเสีย พลันชี้หน้าสารวัตรหนุ่มด้วยสายตาเอาเรื่อง แต่! กลับต้องชะงัก เมื่อเจอคำเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกจากชายหนุ่ม
“พูดจาไม่เพราะอีกที ผมตบด้วยปากนะครับ อ้อ ถ้าเกิดไม่รีบกลับ นอนเล่นที่ห้องผมก่อนก็ได้นะ ”