แม้ใบหน้าและร่างกายกำยำกำลังปะทะกับสายน้ำเย็นใต้ฝักบัวก็ตามที แต่คำพูดของใบบัวยังคงก้องอยู่ในหัว
“เอ๊ะ! พูดแบบนี้ คิดอะไรกับฉันรึเปล่า”
“เพ้อเจ้อ ผมเนี่ยนะ จะคิดอะไรกับคุณ ไม่มีทาง” สารวัตรหนุ่มยกมือลูบใบหน้าหล่อเหลาตนเองอย่างแรง ราวกับต้องการเรียกสติให้กลับมาดังเดิม
แต่! ยิ่งพยายามหยุดคิดมากเพียงใด ยิ่งชวนให้เสียงหวานนั้นดังก้องในหู ตามมาด้วยใบหน้าสวยที่กำลังยิ้มทะเล้นผุดขึ้นมาในความจำ
“แม่ง! เลิกคิดสักทีไอ้เพลิง”
เช้าวันต่อมา
สารวัตรหนุ่มกำลังจะเดินเข้าไปใน สน. กลับต้องชะงักและหยุดเดิน เมื่อคำทักทายของผู้กองภาวิต ชวนให้สารวัตรหนุ่มต้องรีบหันไปมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ในทันที
“สวัสดีครับสารวัตร เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอครับ”
“เป็นตำรวจหรือหมอดู” สารวัตรหนุ่มตอบกลับเสียงทุ้ม แต่ถ้อยคำเปี่ยมไปด้วยคำเหน็บแนม
“ใช่ไหมล่ะครับ ขอบตาดำขนาดนี้ เดาไม่ถูกได้ไง” ผู้กองภาวิตยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายสดใส ราวกับเด็กหนุ่มก็ไม่ปาน
“ขนาดนั้นเลย”
“มีเรื่องไม่สบายใจหรือคิดเยอะรึเปล่าครับ ระบายให้ผมฟังได้นะครับ” ผู้กองภาวิตเปลี่ยนโหมดเป็นน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง
พลันตั้งคำถามด้วยความเป็นห่วงสารวัตรหนุ่มไม่น้อย และยิ่งได้เห็นสภาพราวกับไม่ได้นอน ยิ่งชวนให้รู้สึกเป็นห่วงมากกว่าเดิมหลายเท่า
“ไม่มีอะไรหรอก” สารวัตรเพลิงกัลป์ตอบปัดไปในทันที เพียงเพราะไม่อยากสาธยาย ความคิดของตัวเองให้คนอื่นทราบสักเท่าไรนัก
“ถ้าเกิดเป็นเรื่องงาน สักวันเราจะจัดการไอ้ชวินได้ครับ” ผู้กองภาวิตตอบกลับสารวัตรด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาเด็ดเดี่ยวราวกับกำลังตั้งมั่น ช่วยสารวัตรหนุ่มทำงานให้หนักกว่าเดิม
“ไม่ใช่เรื่องงาน” สารวัตรหนุ่มรีบปฏิเสธในทันที เรื่องงานไม่สามารถทำให้เขานอนไม่พอเช่นนี้แน่นอน
คำตอบของสารวัตรหนุ่มสร้างความตกใจให้กับผู้กองภาวิตไม่น้อย จนเผลออุทานออกมาเสียงหลง
“หา! อย่าบอกนะครับ ว่าสารวัตรกำลังมีความรัก”
“ไร้สาระ” สารวัตรหนุ่มส่ายศีรษะปฏิเสธในทันที และหมายจะเดินเข้าไปใน สน. เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับผิดจากผู้กองภาวิต
แต่! กลับถูกผู้กองภาวิตเดินตามหลังมาติด ๆ พลันพรั่งพรูออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจ ดังลั่น สน.
“นี่อย่าบอกผมนะ สารวัตรรูปหล่อ อกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น”
“ผู้กองภาวิต เบาเสียงหน่อย” สารวัตรหนุ่มรีบหันกลับมาเอ่ยเตือนผู้กองภาวิตในทันที เมื่อสายตาทุกคู่กำลังจับจ้องมองมาที่เขาอย่างเปิดเผย
“สารวัตรทำให้ผมตกใจ จนอยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้น” ท่าทางไม่ได้นอนของสารวัตรหนุ่ม กลับทำให้ผู้กองภาวิตอยากเห็นหน้าหญิงสาวที่สามารถทำให้สารวัตรหนุ่มมีสภาพเช่นนี้ได้ไม่น้อย
“ผู้กองภาวิต เดาผิดแล้ว เลิกเป็นหมอดูและกลับไปทำงานเป็นตำรวจได้แล้ว” สารวัตรหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงและสีหน้านิ่ง พยายามเปลี่ยนประเด็นไปทางอื่น
จวบจนเสียงทุ้มต่ำเปี่ยมไปด้วยอำนาจ เอ่ยเรียกชื่อสารวัตรหนุ่มเอาไว้ ชวนให้บทสนทนาระหว่างผู้กองภาวิตและสารวัตรเพลิงกัลป์เงียบลงในทันที
“สารวัตรเพลิง พบผมที่ห้องหน่อย”
“ครับ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ และรีบเดินตามผู้กำกับไปยังห้องทำงานของท่านอย่างรวดเร็ว
สารวัตรหนุ่มเดินมาหยุดหน้าห้องทำงานของผู้กำกับ และเอ่ยปากขออนุญาตอย่างมีมารยาท ตามมาด้วยเสียงอนุญาตของผู้กำกับดังเล็ดลอดผ่านประตูออกมา
“ขออนุญาตครับ”
“เชิญ”
“ขอบคุณครับ” สารวัตรหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของผู้กำกับ ร่างสูงยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
“นั่งก่อนสิ” ผู้กำกับกิตติภพ ผายมือเชิญสารวัตรหนุ่มให้นั่งเก้าอี้ตรงข้ามตัวเองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ครับ”
“ที่ผมเรียกมา ไม่ได้จะตำหนิอะไรสารวัตรหรอก แค่จะมอบหมายงานให้ทำ” ผู้กำกับเปิดประเด็นสนทนาในทันที เกริ่นนำด้วยน้ำเสียงนิ่งแฝงไปด้วยความสุขุม
“งานอะไรเหรอครับ” สารวัตรหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ใบหน้าหล่อเหลานิ่งขรึม รอรับฟังคำสั่งของผู้กำกับอย่างเคร่งครัด
“จัดงานประชุม ตำรวจแห่งชาติ”
“ผมเนี่ยนะ” สารวัตรหนุ่มอุทานขึ้น พลันชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ราวกับต้องการความแน่ชัดอีกครั้ง
“ใช่ไง ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่คุณประสาน แต่เรื่องโรงแรมผมจัดการให้เรียบร้อยแล้ว” ผู้กำกับกิตติภพบอกกล่าวสารวัตรเพลิงกัลป์ด้วยน้ำเสียงดุดัน ราวกับไม่ต้องการได้ยินคำปฏิเสธจากลูกน้องหนุ่มก็ไม่ปาน
“แต่งานผมยุ่ง ผมต้องจัดการงานหลายอย่าง” สารวัตรเพลิงกัลป์พยายามปฏิเสธเสียงแข็ง แต่! ครั้งนี้ กลับถูกผู้กำกับสั่งการเสียงแข็ง ราวกับต้องการลงโทษก็ไม่ปาน
“พักงานพวกนั้นเอาไว้ก่อน”
“ได้ยังไงครับ”
“นี่คือคำสั่ง คุณกำลังขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาอยู่ รู้ตัวไหม” ผู้กำกับกิตติภพตอบกลับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีทีท่าโวยวายหรือตำหนิตรงตัว แต่! กลับทำให้สารวัตรเพลิงนิ่งลงในทันที
“ผมแค่รู้สึกว่า งานที่ได้รับมอบหมาย ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานของผมสักนิด”
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ถือว่าช่วยกัน”
“แต่ผมมีงานต้องทำ” สารวัตรหนุ่มยังคงโต้แย้งดังเดิม แต่! กลับถูกผู้กำกับสั่งงานเด็ดขาด จนยากจะหลีกเลี่ยงได้
“ใครก็มีหน้าที่ ที่ต้องทำทั้งนั้นแหละ”
“แต่จัดงานประชุม ไม่ใช่งานสักนิด”
“เอาเป็นว่า ตกลงตามนี้” ผู้กำกับกิตติภพตัดจบในทันที โดยไม่ปล่อยให้สารวัตรหนุ่มโต้แย้งอย่างที่เคยเป็น
“แต่” สารวัตรหนุ่มพยายามหาเหตุผลและต่อรอง แต่กลับถูกตัดบทในทันที ตามมาด้วยคำปลอบประโลม ที่ไม่สามารถทำให้หัวใจแกร่งเบาลงได้แม้แต่น้อย
“ถือว่าชดเชยความผิด ที่สารวัตรทำภารกิจล้มเหลว อ้อ อีกอย่างถือเป็นการพักงานเครียดไปในตัว”
“ผมไม่อยากทำ”
“แต่นี้คือคำสั่ง ส่วนนี้เอกสารรายละเอียดงานทั้งหมด” ผู้กำกับหนุ่มยื่นเอกสารจัดงาน ไว้ตรงหน้าสารวัตรเพลิงกัลป์ นั่นแสดงให้เห็นว่าสารวัตรหนุ่มไม่มีทางปฏิเสธได้อีกต่อไป
“ครับ” สารวัตรเพลิงกัลป์รับงานอย่างจำใจ พลันนึกทบทวนเหตุผลที่ตนเองได้รับงานนี้ในคราเดียว
“หวังว่างานนี้ คุณจะไม่ทำให้ผมผิดหวังอีกนะ”
“ไม่แน่ครับ ผู้กำกับอาจจะต้องผิดหวังยาวก็ได้” สารวัตรหนุ่มตอบกลับตามตรง เพียงเพราะงานนี้เขาไม่เคยจับหรือทำมาก่อนด้วยซ้ำ
“คุณกำลังขู่ผมอยู่ รู้ตัวรึเปล่า” ผู้กำกับกิตติภพตอบกลับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบเฉย หนักใจกับลูกน้องอย่างสารวัตรเพลิงกัลป์ไม่น้อย
“ผมแค่บอกครับ เพราะงานแบบนี้ ผมไม่ถนัดจริง ๆ”
“ผู้บริหาร พนักงานโรงแรม จะช่วยคุณเอง” ผู้กำกับกิตติภพตอบกลับเพียงเท่านั้น ก่อนที่จะผายมือเชิญสารวัตรเพลิงกัลป์ให้ออกจากห้องทำงานอย่างสุภาพ
“ก็ดีครับ งานนี้ถือว่าผมได้พักผ่อน เพราะหลังจากนี้ ผมจะเร่งงานของตัวเองเช่นกัน” สารวัตรเพลิงกัลป์ตอบกลับอย่างสุภาพ แต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความดุดันและมุ่งมั่น ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานผู้กำกับไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมาทำความเคารพ