ร้อนรักคุณภรรยาข้ามวัน - บ้านใหม่ของสุรางค์รัตน์

1347 Words
สุรางค์รัตน์อดรู้สึกร้อนวูบไปตามแขนของเธอไม่ได้ หญิงสาวรู้สึกราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไปทั่วเรือนร่างของหล่อน สุรางค์รัตน์คลี่ยิ้มและยอมให้ชายหนุ่มพาออกมาด้านนอกแต่โดยดีราวกับเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามัน ทิ้งให้เจ้าหน้าที่ยืนมองความรักหวานชื่นของหนุ่มสาวอย่างอิจฉาตาร้อน อากาศร้อนระอุหากแต่สุรางค์รัตน์ยังอยู่ในอากัปกิริยายืนนิ่งท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มตกกระทบหมวกของหล่อน ธนนนท์กระแอมไอเล็กน้อยอย่างยั่วประสาทหญิงสาว เรียวปากบางของชายหนุ่มขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว “เซ็นสัญญาแล้วก็ขึ้นรถซิ เดี๋ยวผมไปส่ง” เสียงเข้มของชายหนุ่มเอ่ยกำชับแกมสั่ง “ไม่เป็นไรค่ะ ออยกลับเองได้” สุรงค์รัตน์เอ่ยด้วยสีหน้ามุ่ยดวงหน้าหวานงอง้ำกว่าเดิม อากัปกิริยาเมื่อครู่ของสุรางค์รัตน์ทำให้ชายหนุ่มคนที่แอบลอบมองยกยิ้มอย่างขำขัน ทว่าเวลานี้ธนนนท์จำเป็นต้องแสร้งตีหน้าบึ้งใส่หญิงสาว “เป็นสามีภรรยากันแล้วคนอื่นจะว่าไม่ดีเอาได้” เสียงเข้มเอ่ยปรามอารมณ์สุรางค์รัตน์ที่เอาแต่ใจในเวลานี้ “ขึ้นรถซิ” คนร่างยักษ์เอ่ยพลางเปิดประตูรถให้สุรางค์รัตน์ด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ก็ได้” สุรางค์รัตน์ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม หญิงสาวสาวเท้าขวาพลางก้าวขึ้นรถยนต์คันหรูอย่างรวดเร็ว สุรางค์รัตน์หย่อนก้นลงนั่งบนเบาะหนานุ่มแล้วพิงหลังลง หญิงสาวอดรู้สึกไม่ได้ว่าเวลานี้เธอช่างสบาย ธนนนท์ปิดประตูรถลงอย่างเงียบเชียบ เขาก้าวขึ้นมาบนรถข้างที่นั่งคนขับข้างหญิงสาว เรียวปาก บางเอ่ยเรียกหญิงสาวแกมสั่ง “คาดเข็มขัดสิ” ธนนนท์เอ่ยขึ้น “คาดก็ได้” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม สุรางค์รัตน์อด นึกโมโหในใจไม่ได้ ไวเพียงชั่วขณะความคิด ดวงหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้ใบหน้าสวยชายหนุ่มเผลอสบสายตากับหญิงสาวอย่างไม่ทันตั้งตัว อารามตกใจทำให้ธนนนท์เบือนหน้าหนีทันที “นายเป็นอะไร” สุรางค์รัตน์ที่เพิ่งอายุครบ 22 ปีบริบูรณ์เอ่ย ถามเขาอย่างไม่เข้าใจ “ต่อไปนี้เรียกฉันว่าเฮียนนท์” เสียงเข้มของธนนนท์เอ่ย กำชับเธอด้วยใบหูแดงเรื่อ “ทำไมต้องให้เรียกเฮียด้วย” สุรางค์รัตน์เอ่ยถามอย่างสงสัย “ก็ฉันอยากให้เธอเรียก” ธนนนท์เอ่ยขึ้น พลางยักคิ้วข้าง หนึ่งอย่างยั่วอารมณ์ของหญิงสาว “ก็ได้” สุรางค์รัตน์เอ่ยเสียงห้วนกว่าเดิม รถคันหรูแล่นทะยานออกไปแล้ว หากแต่เวลานี้สุรางค์รัตน์ ยังคงนั่งอารมณ์เสียข้างคนขับรถผู้หล่อเหลาราวเทพบุตร “เป็นอะไรนั่งหน้าบูด” เสียงเข้มของธนนนท์เอ่ยขึ้นขณะขับ รถยนต์คันหรูให้หญิงสาวนั่ง “เปล่า” สุรางค์รัตน์ตอบเขาเสียงเข้ม “เหรอ” ธนนท์เอ่ยถามอย่างเลียนเสียงของเธอ “ค่ะ” สุรางค์รัตน์กระแทกเสียงใส่ชายหนุ่ม “ถามดี ๆ ก็ตอบดี ๆ ซิครับ” ธนนนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียง ไม่พอใจหญิงสาวเล็กน้อย “ต่อไปนี้เธอต้องมาอยู่กับฉันที่บ้านใหม่” มาเฟียหน้าหล่อ เอ่ยขึ้น ท้ายประโยคชายหนุ่มแสร้งเอ่ยเสียงดุ “รู้แล้วค่ะ” สุรางค์รัตน์กล่าวอย่างอารมณ์เสียไม่น้อย “รู้ก็ดี…ต่อไปก็ทำหน้าที่ของเธอด้วยล่ะ” ธนนนท์กล่าวด้วย สีหน้าราบเรียบ หากแต่ลมหายใจของหญิงสาวกระตุกขึ้นมาอย่างลืมตัว “แล้วพ่อกับน้องชายฉันล่ะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยถามธนนนท์อย่างกังวลใจ “พวกเขาสบายดีอย่างแน่นอน เพราะเธอก็เซ็นสัญญากับฉันแล้ว ผมรับรองได้” ธนนนท์เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าถมึงทึง สุรางค์รัตน์นั่งเงียบไปตลอดทาง รถยนต์คันหรูแล่นผ่านเข้าไปในรั้วบ้านใหม่หลังโตอย่างรวดเร็ว กระจกของรถยนต์คันหนึ่งกดลงโดยนิ้วเรียวของหญิงสาว ใบหน้าสวยยื่นหน้าออกไปมองทิวทัศน์รอบบ้านอย่างตื่นตะลึง ดวงตากลมโตแป๋วของหญิงสาวจับจ้องมองไปยังลานกว้างที่มีบ่อน้ำพุตั้งอยู่ เสียงน้ำซ่านกระเซ็นไม่อาจทำให้สุรางค์รัตน์ละสายตาจากลานกว้างใหญ่ได้เลย “ถึงแล้ว” ธนนนท์เอ่ยขึ้นเพื่อเรียกสติของหญิงสาวที่ยังไม่ ยอมลงจากรถยนต์คันหรูของเขาซะที “ที่นี่เหรอ” สุรางค์รัตน์เอ่ยถามมาเฟียหนุ่มหล่อด้วยสีหน้าตื่นตะลึง “ใช่นี่แหละบ้านใหม่ของเธอ” มาเฟียหนุ่มกล่าวพลางลอบมองอากัปกิริยาของหญิงสาวอย่างนึกขันในใจ บรรยากาศรอบบ้านน่ารื่นรมย์เกินไปสำหรับสุรางค์รัตน์ เธอเพิ่งสังเกตว่าบ้านหลังนี้ใหญ่เกินกว่าจะอยู่คนเดียวได้ “นี่บ้านหรือสวนสนุกนะ” สุรางค์รัตน์อดประชดประชันไม่ได้ หญิงสาวเดินไปรอบ ๆ บ้านหลังโตอย่างประหลาดใจ ตั้งแต่เกิดมาหญิงสาวไม่เคยเห็นบ้านรูปทรงลักษณะประหลาดตาแบบนี้ที่ไหนมาก่อน สุรางค์รัตน์อดมองบ้านทรงสี่เหลี่ยมด้วยความประหลาดใจไม่ได้ อาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายกล่องลูกบาศก์ หากแต่ขนาดยาวกว่ามากถึงเท่าตัวตั้งตระหง่านเรียงร้อยต่อกันเป็นชั้นสูงพอประมาณ ดวงตาคู่กลมโตสุกใสของสุรางค์รัตน์เหลือบมองเห็นผืนน้ำเปล่งประกายในสระว่ายน้ำขนาดกว้างเท่ากับขนาดของสี่เหลี่ยมลูกบาศก์สองลูกต่อกัน แววตาของหญิงสาววาววับยามเมื่อเห็นผีเสื้อตัวหนึ่งบนดอมดมมวลหมู่ดอกไม้ที่ถูกปลูกไว้อยู่ซุ้มกอเดียวกัน ปีกของผีเสื้อสีขาวพิสุทธิ์บินฉวัดเฉวียนไปกับสายลมที่พัดโชยกลิ่นมวลบุปผาให้แตะจมูกของสุรางค์รัตน์อย่างจัง “กลิ่นหอมจัง กลิ่นเหมือนดอกดารารัตน์” เสียงหวานเอ่ยขึ้นยามเมื่อเหลือบมองเห็นดอกแดฟโฟดิลสีเหลืองเบ่งบานตระการตาชูปลิวไสวล้อผีเสื้อปีกสีขาวพิสุทธิ์ ความสงสัยใคร่รู้ระคนความประหลาดใจทำให้รองเท้าส้นสูงของสุรางค์รัตน์ก้าวย่ำบริเวณพื้นหญ้าเขียวขจีที่ธนนนท์หวงแหนทันที “ว้าว…มีผีเสื้อสีขาวด้วย” สุรางค์รัตน์เอ่ยน้ำเสียงสดใส แววตาของหญิงสาวเปล่งประกายระยับ มือเรียวบางของสุรางค์รัตน์เอื้อมไปยังดอกดารารัตน์ที่ชูช่อไสวหมายจะคว้าหมับเจ้าผีเสื้อตัวร้ายที่หญิงสาวโปรดปราน “มานี่มา มาให้จับซะดีดี” เสียงหวานสดใสเอ่ยขึ้น ท้ายประโยคหญิงสาวเอ่ยเสียงเข้ม ผีเสื้อตัวใหญ่บินวนไปมาทำให้หญิงสาวออกแรงจับผีเสื้อสีขาวหลายครั้งทว่า ครั้งนี้หญิงสาวก็ไม่ลดละความพยายาม สุรางค์รัตน์กระโดดสุดตัวแล้วออกแรงเหวี่ยงฟาดมือออกไปหมายจะจับตายผีเสื้อปีกสีขาวสวยตัวนั้น หญิงสาวคิดจะลงโทษผีเสื้อปีกขาวสีเดียวที่ดื้อด้านกับเธอ “โอ๊ย” เสียงเข้มของธนนนท์เอ่ยขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อหญิงสาวที่เขาพามาดันฟาดเข้าที่ศีรษะของเขาอย่างจัง “ว้าย ขอโทษค่ะ” สุรางค์รัตน์หันไปขอโทษเจ้าของต้นเสียงอย่างไม่หันไปมองหน้าของชายหนุ่ม “ออย เฮียนนท์เอง” เสียงเข้มของธนนนท์เอ่ยขึ้นอย่างดุดันพลางจับใบหน้าของหญิงสาวที่หลับตาให้หันมาทางตนเอง เพียงแค่ปลายนิ้วมือของธนนนท์สัมผัสกับใบหน้านวลผ่องหมดจดของหญิงสาวทำให้สุรางค์รัตน์ลืมตาขึ้นมาทันที นัยน์ตากลมโตของหญิงสาวสบสายตากลับดวงตาเรียวรีอย่างไม่ทันตั้งตัว ราวกับเวลาบนโลกหยุดหมุน ธนนนท์รู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านเรือนกายของเขา ดวงหน้าสวยคมของสุรางค์รัตน์อยู่ใกล้ชายหนุ่มแค่คืบ เรียวปากชวนหลงใหลของหญิงสาวมิอาจทำให้ชายหนุ่มอดทนรอได้อีกต่อไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD