ความจริง

1301 Words
สองเท้าของ รินรดา ก้าวไปบนพื้นดินที่ปกคลุมด้วยใบไม้แห้งอย่างรวดเร็วเท่าที่แรงจะอำนวย เธออาศัยแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาเป็นระยะเพื่อนำทาง เสียงแมลงกลางคืนและลมพัดผ่านยอดสนทำให้บรรยากาศรอบตัวดูน่าสะพรึงกลัว แต่ความดื้อรั้นที่จะหนีจาก "อสูร" ในบ้านพักนั้นมีมากกว่า เธอมุ่งหน้าลงตามทางลาดชันมาได้ไกลพอสมควร จนเริ่มเห็นแสงไฟจากถนนใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปเบื้องล่าง ความหวังเริ่มผุดขึ้นในใจ “อีกนิดเดียว... ฉันจะรอดแล้ว” กริ๊ก! เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นใต้ฝ่าเท้า ทันใดนั้น ร่างของรินรดาก็ถูกกระชากอย่างแรงจนลอยหวือขึ้นจากพื้นดิน! “ว้ายยย!” เธอกรีดร้องสุดเสียงเมื่อพบว่าตัวเองถูกตาข่ายเชือกขนาดใหญ่รวบตัวขึ้นไปแขวนไว้กับกิ่งไม้สูง ร่างบางพยายามดิ้นรนแต่ตาข่ายนั้นรัดแน่นจนขยับไม่ได้ ศัตรูที่คาดไม่ถึง “แหม่... กวางน้อยหลงทางมาติดกับจนได้” ลูกน้องของ เสี่ยทรงชัย สามคนเดินออกมาจากพุ่มไม้หนา พวกมันสวมชุดเดินป่าและพกอาวุธปืนครบมือ หัวหน้ากลุ่มเงยหน้ามองรินรดาด้วยรอยยิ้มหื่นกาม “เสี่ยบอกว่าถ้าเจออีนังนี่ ให้จับมันไปเป็นตัวล่อไอ้อัคคีลงมาจากดอย” มันหันไปสั่งลูกน้อง “เตรียมปล่อยรอกลงมา มัดมือมัดเท้ามันไว้ เดี๋ยวไอ้อัคคีมันรู้ตัว มันจะตามมาแหกอกพวกเราก่อน” “พี่... แล้วถ้าไอ้อัคคีมันเอาตำรวจมาล่ะ?” ลูกน้องคนหนึ่งถามอย่างกังวล “มันไม่กล้าหรอก คนอย่างมันมีความลับเยอะจะตายไป จับนังนี่ได้ เราก็มีไพ่เหนือกว่ามันแล้ว!” พวกมันหารู้ไม่ว่า... สิ่งที่กำลังตามล่าพวกมันอยู่นั้น ‘น่ากลัวยิ่งกว่าตำรวจ’ หลายเท่า มัจจุราชที่พวกมันไม่รู้จัก “กรรร...” เสียงคำรามต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกดังขึ้นจากเงามืดหลังต้นสนใหญ่ พวกลูกน้องเสี่ยทรงชัยชะงักกึก สาดส่องไฟฉายไปทั่วบริเวณด้วยความลนลาน “ตัวอะไรวะ? เสือเหรอ?” “บ้านมึงดิ เสือที่ไหนจะคำรามดังขนาดนี้!” ทันใดนั้น เงาร่างมหึมาสีเทาเงินก็พุ่งทะยานออกมาจากม่านหมอกด้วยความเร็วปานสายฟ้า! มันไม่ใช่สัตว์ที่พวกมันเคยเห็นในตำรา แต่มันคือ อสูรกายขนาดยักษ์ ที่นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยสีครามเข้ม “เฮ้ย! ยิงมัน! ยิง!” ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนรัวขึ้นหลายนัด แต่สัตว์ร้ายตัวนั้นกลับว่องไวเกินกว่าที่มนุษย์จะเล็งเป้าได้ มันพุ่งเข้าตะปบลูกน้องคนแรกจนกระเด็นไปกระแทกหินจนสิ้นใจทันที อีกคนพยายามจะหนีแต่ถูกคมเขี้ยวขย้ำเข้าที่หัวไหล่แล้วเหวี่ยงทิ้งราวกับเศษขยะ พวกมันร้องโหยหวนด้วยความสยดสยอง พวกมันไม่ได้รู้เลยว่าอสูรตรงหน้าคือ ‘อัคคี’ ชายหนุ่มที่พวกมันกำลังตามหา พวกมันคิดเพียงว่าได้ล่วงล้ำเข้าไปในเขตของ ‘ปีศาจเจ้าป่า’ เข้าเสียแล้ว การช่วยเหลือท่ามกลางคาวเลือด อสูรร้ายหันมาทางรินรดาที่ยังถูกแขวนอยู่ เธอตัวสั่นงันงก มองดูภาพการนองเลือดเบื้องล่างด้วยความช็อก สัตว์ร้ายกระโดดขึ้นไปบนกิ่งไม้ใหญ่เพียงครั้งเดียว ก่อนจะใช้กรงเล็บแหลมคมตัดเชือกตาข่ายจนขาดสะบั้น ตุบ! ร่างของรินรดาร่วงลงมา แต่กลับถูกวงแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและขนหนานุ่มรับเอาไว้ได้อย่างนุ่มนวล กลิ่นเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นกายที่เธอเริ่มคุ้นเคยลอยมาปะทะจมูก อสูรกายนิ่งไปครู่หนึ่ง มันก้มลงใช้จมูกอุ่นๆ ดอมดมที่ซอกคอของเธอเหมือนตรวจสอบว่าเธอได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ รินรดาหลับตาปี๋ไม่กล้าสบตา แต่เธอกลับรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในอกของมัน... มันเป็นเสียงคำรามที่ดูอ่อนโยนและห่วงใยอย่างน่าประหลาด ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและควันปืนที่ยังคละคลุ้ง รินรดาในอ้อมกอดของอสูรกายตัวยักษ์ยังคงสั่นสะทกไปทั้งตัว สัตว์ร้ายนัยน์ตาสีครามก้มลงมองเธอด้วยแววตาที่สับสนระหว่างสัญชาตญาณนักล่าและความห่วงใยที่ลึกซึ้ง แต่วินาทีแห่งความสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ฝ่าดงไม้เข้ามาอย่างบ้าคลั่ง “หยุดอยู่ตรงนั้นนะ! ปล่อยผู้หญิงลงเดี๋ยวนี้!” แสงไฟฉายแรงสูงสาดส่องเข้ามาปะทะดวงตาของอสูรกายจนมันต้องหรี่ตาลง ผู้กองธันวา พุ่งออกมาจากพุ่มไม้พร้อมปืนคู่กายในมือ ภาพที่เขาเห็นเบื้องหน้าคือร่างของรินรดาที่ดูเหมือนกำลังจะถูกสัตว์ร้ายขย้ำ ท่ามกลางซากลูกน้องของเสี่ยทรงชัยที่นอนตายเกลื่อน “รินรดา! ไม่ต้องกลัว ผมมาช่วยแล้ว!” ธันวาตะโกนด้วยความโกรธแค้น เขาไม่สนว่าสัตว์ตรงหน้าจะเป็นตัวอะไร สิ่งเดียวที่เขาเห็นคือผู้หญิงที่เขารักกำลังอยู่ในอันตราย “กรรรรรรรรร!” อสูรกายคำรามกึกก้อง มันพยายามจะส่งสัญญาณเตือนไม่ให้ธันวาเข้ามาใกล้ แต่ในสายตาของตำรวจหนุ่ม นั่นคือการข่มขู่เตรียมจะสังหารเหยื่อ ปัง! ปัง! ปัง! ธันวาตัดสินใจเหนี่ยวไกทันที กระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่และลำตัวของสัตว์ร้ายจนเลือดสีเข้มสาดกระเซ็น มันเซไปตามแรงปะทะแต่ยังคงใช้ร่างกายที่กำยำปกป้องรินรดาไว้แน่น รินรดากรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นเลือดของสัตว์ร้ายหยดลงบนแขนของเธอ “อย่า! ผู้กองอย่า!” เธอพยายามจะร้องห้าม แต่น้ำเสียงกลับหายเข้าไปในลำคอด้วยความช็อก อสูรกายรู้ดีว่าหากเขายังอยู่ที่นี่ต่อไป รินรดาอาจจะโดนลูกหลง และเขาเองก็อาจจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวจนคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง มันตัดสินใจกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ก่อนจะกระโจนพรวดเดียวขึ้นไปบนยอดไม้ด้วยพละกำลังมหาศาล “หยุดนะ! ไอ้ปีศาจ! ส่งเธอคืนมา!” ธันวายิงไล่หลังไปอีกหลายนัด แต่มันสายไปเสียแล้ว อสูรสีเทาเงินอุ้มหญิงสาวหายลับไปในม่านหมอกสีขาวหนาทึบของป่าลึก ทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อนของความเงียบและความว่างเปล่าที่ทำให้ธันวาแทบจะคลั่งตายอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางป่าลึก อสูรร้ายพารินรดาหนีมาไกลจนถึงโขดหินสูงหน้าถ้ำลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืดของหุบเขา มันค่อยๆ วางร่างของเธอดลงบนพื้นหญ้านุ่มอย่างเบามือ บาดแผลจากกระสุนปืนทำให้มันเริ่มเสียหลัก ร่างมหึมาทรุดลงข้างๆ เธอ ลมหายใจหอบถี่และรุนแรง รินรดามองดูอสูรกายที่กำลังเจ็บปวดตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป... แม้มันจะดูน่ากลัว แต่มันเพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้ถึงสองครั้ง และตอนนี้มันกำลังจะตายเพราะช่วยเธอ “คุณ... คุณเจ็บมากไหม?” เธอค่อยๆ ยื่นมือสั่นๆ ไปแตะที่ใบหน้ามหึมาของมัน ในวินาทีนั้นเอง แสงจันทร์วันเพ็ญเริ่มเคลื่อนคล้อยผ่านเมฆหนาลงมาอาบไล้ร่างของสัตว์ร้าย ร่างกายที่เคยปกคลุมด้วยขนเริ่มหดเล็กลง เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบแกร๊บที่น่าสยดสยองดังขึ้น พร้อมกับความจริงที่รินรดาต้องจดจำไปตลอดชีวิต... ร่างของหมาป่ายักษ์ค่อยๆ สลายไป กลายเป็น ‘อัคคี’ ชายหนุ่มที่เธอกำลังสงสัย ในสภาพเปลือยเปล่าและโชกไปด้วยเลือด!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD