ท้องฟ้าเหนือยอดดอยทางภาคเหนือในคืนนี้มืดมิดสนิทราวกับมีใครเอาหมึกดำมาเลงทับ แสงดาวที่เคยระยิบระยับถูกเมฆหมอกหนาปกคลุมจนมิดชิด... มันคือ ‘คืนเดือนดับ’ คืนที่คนในคุ้มอัคคีต่างรู้ดีว่าเป็นคืนต้องห้ามที่อันตรายที่สุด
ภายในโถงกว้างชั้นใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กและผนังเก็บเสียงอย่างหนา บรรยากาศเย็นเยียบและกดดันจนน่าขนลุก ‘อัคคี’ ทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แสงไฟสลัวจากผนังทอดเงาร่างสูงใหญ่ของเขาให้ดูน่าเกรงขามและลึกลับ เขากำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำเนื้อดีออกช้าๆ เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักรูปหมาป่าที่พาดผ่านจากหัวไหล่ลงไปถึงแผ่นหลัง
“สิงห์... พาทุกคนออกไป”
น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบ ทว่ากลับทรงพลังและเย็นจัดจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลัง มันไม่ใช่คำสั่งขอร้อง แต่เป็นประกาศิตที่ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืน
“แต่นายครับ คืนนี้...” สิงห์ มือขวาคนสนิทขยับตัวด้วยความกังวล
อัคคีตวัดสายตาคมกริบที่เริ่มมีประกายสีครามจางๆ วาบขึ้นมาจ้องมองนิ่งๆ เพียงแค่นั้นสิงห์ก็ถึงกับชะงักคำพูดไปทันที
“ฉันบอกให้ลูกน้องทุกคนออกไปจากรัศมีหนึ่งกิโลเมตร ใครที่ขัดคำสั่ง... ฉันจะถือว่ามันเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองในเงื้อมมือฉัน”
คำพูดที่นิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยเจตนาฆ่าทำให้อากาศในห้องคล้ายจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง แม่นมสายที่ยืนหลบมุมอยู่ปาดน้ำตาเบาๆ เธอรู้ดีว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น อัคคีกำลังแบกรับความเจ็บปวดที่มนุษย์ธรรมดาจะจินตนาการได้
เมื่อบานประตูเหล็กกล้าถูกปิดลงและล็อกจากภายนอกอย่างแน่นหนา อัคคีก็ทรุดกายลงนั่งบนพื้นหินเย็นเฉียบ เขาหยิบโซ่ตรวนเหล็กกล้าเส้นหนาที่ล่ามติดกับเสาเข็มลึกใต้ดินขึ้นมา พันธนาการข้อมือและข้อเท้าของตัวเองไว้ช้าๆ ราวกับเป็นพิธีกรรมที่คุ้นเคย... และเกลียดชัง
แกร่ง... แกร่ง...
เสียงโซ่กระทบพื้นหินดังก้องในความเงียบ
“ครั้งที่ 81...” เขาพึมพำกับตัวเองเพียงแผ่วเบา นัยน์ตาจ้องมองความมืดมนสลัวรอบกายด้วยความสมเพชในโชคชะตา “อีกไม่นาน... ฉันคงไม่เหลือความเป็นคนไว้สั่งการใครอีก”
ทันใดนั้น เส้นเลือดตามลำคอและท่อนแขนของเขาก็เริ่มปูดโปนขึ้นมาอย่างน่าสยดสยอง อัคคีกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นรูป เสียงกระดูกบิดดัง กร๊อบ สนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องเก็บเสียง เขายันฝ่ามือลงกับพื้นหินจนเล็บมนุษย์เริ่มเปลี่ยนเป็นกรงเล็บแหลมคมจิกลงไปในเนื้อหินจนแตกละเอียด
“อึก...”
เขายังคงไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาแม้จะเจ็บปวดเจียนตาย ผิวหนังร้อนผ่าวราวกับมีไฟเผาผลาญจากภายใน ขนสีเทาเงินเริ่มทิ่มแทงออกมาจากรูขุมขนอย่างรวดเร็ว โครงสร้างใบหน้าเริ่มขยายและบิดเบี้ยวไปสู่รูปทรงของสัตว์ล่าเนื้อตัวฉกาจ
โซ่เหล็กเส้นใหญ่ถูกกระชากจนตึงเปรี๊ยะ พละกำลังอหาศาลมหาศาลขยายตัวขึ้นตามขนาดร่างกายที่ขยายใหญ่ขึ้นเกือบสองเท่าในเวลาไม่กี่นาที หมาป่าตัวมหึมานัยน์ตาสีครามวาววับหมอบนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืด หายใจหอบถี่จนเกิดเป็นไอฝ้าท่ามกลางอากาศเย็น
มันจ้องมองโซ่ที่ล่ามขากับแขนของมันไว้นิ่งๆ สัญชาตญาณสัตว์ร้ายพยายามจะฉีกทึ้งทุกอย่างให้กระจุยกระจาย แต่จิตใต้สำนึกสุดท้ายของอัคคียังคงสั่งให้ตัวเองอดทน...
เขาจะติดอยู่ในกรงขังนี้ จนกว่าแสงแรกของดวงอาทิตย์จะมาเยือน เพื่อรักษาความลับที่เปื้อนเลือดนี้ไว้ไม่ให้โลกภายนอกได้รับรู้... โดยเฉพาะศัตรูที่จ้องจะเล่นงานเขาในยามที่เขาอ่อนแอที่สุดเช่นนี้