สำนักข่าวชื่อดังใจกลางเมืองหลวงในเวลาเกือบสองทุ่มยังคงสว่างไสวและเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดและเสียงพูดคุยเรื่องประเด็นร้อนดังเซ็งแซ่ไปหมด แต่ที่โต๊ะทำงานมุมในสุดของแผนกข่าวสืบสวน ‘รินรดา’ นักข่าวสาวเจ้าของฉายา ‘กุหลาบไร้หนาม’ กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสายตามุ่งมั่น
ใบหน้าสวยหวานที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มยามออกหน้ากล้อง บัดนี้กลับเคร่งเครียด เส้นผมสีดำยาวถูกรวบขึ้นเป็นมวยลวกๆ เผยให้เห็นลำคอระหงที่ดูสะอาดตา
“ยังไม่กลับอีกเหรอลูกพี่? ข้อมูลไอ้มาเฟียทางเหนือนั่นมันขุดยากขนาดนั้นเลยเหรอ”
‘ต๋อง’ รุ่นน้องช่างภาพคู่ใจเดินเข้ามาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ รินรดาละสายตาจากหน้าจอที่เต็มไปด้วยผังโครงสร้างธุรกิจของตระกูลอัคคี
“มันไม่ยากหรอกต๋อง แต่มัน ‘สะอาด’ เกินไปต่างหาก” รินรดาเอนหลังพิงเก้าอี้พลางขมวดคิ้ว “อัคคีล้างมือจากธุรกิจค้ายาของพ่อเขาเกือบหมด เหลือแค่คาสิโนกับเงินกู้ ซึ่งมันก็เทาๆ แต่ฉันสังเกตมาหลายเดือนแล้ว ทุกคืนเดือนดับ... เขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่ลูกน้องคนสนิทก็ยังไม่รู้ว่าเขาไปไหน”
“เขาอาจจะไปหาอีหนูที่ไหนก็ได้นะเจ๊ ระดับนั้นแล้ว”
“คนอย่างอัคคีเนี่ยนะ?” รินรดายิ้มหยัน “สายข่าวบอกว่าเขาเก็บตัวเงียบอยู่ในคุ้มไม้สักนั่น แถมสั่งห้ามใครเข้าใกล้เด็ดขาด มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น... ฉันรู้สึกได้”
ยังไม่ทันที่ต๋องจะเถียงต่อ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มในชุดลำลองแต่ดูสมาร์ท เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงศอกเผยให้เห็นนาฬิกาเรือนหรูและผิวพรรณของผู้ดี ใบหน้าหล่อเหลาดูอบอุ่นประดับด้วยรอยยิ้มที่ทำให้สาวๆ ทั้งออฟฟิศต้องเหลียวมอง
‘ผู้กองธันวา’ นายตำรวจหนุ่มไฟแรงจากกองปราบปราม เดินตรงมาที่โต๊ะของรินรดาพร้อมกับถุงขนมเจ้าดังในมือ
“เลิกงานได้แล้วมั้งครับคุณนักข่าว ขยันจนผมที่เป็นตำรวจยังอายเลยนะเนี่ย”
“ผู้กองธันวา...” รินรดาคลี่ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวัน “ลมอะไรหอบมาถึงนี่คะเนี่ย หรือว่ามีคดีเด็ดจะมาขายข่าวให้ริน?”
“เปล่าครับ... ลมความคิดถึงน่ะ” ธันวาตอบพลางวางถุงขนมลง “แล้วก็... ลมแห่งความพะวงด้วย ผมได้ยินมาว่าคุณกำลังขุดเรื่องของ ‘อัคคี’ อยู่ใช่ไหม?”
บรรยากาศที่เคยผ่อนคลายเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที ธันวาลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ นัยน์ตาที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นเข้มงวดตามสัญชาตญาณตำรวจน้ำดี
“ริน... อัคคีไม่ใช่มาเฟียกระจอกแบบที่เราเคยเจอ เขาอันตรายและลึกลับเกินไป แม้แต่กองปราบยังเข้าไม่ถึงตัวเขาเลย ผมไม่อยากให้คุณเอาตัวเข้าไปเสี่ยง โดยเฉพาะตอนนี้ที่เสี่ยทรงชัยจากทางใต้อพยพคนขึ้นมาท้าทายอิทธิพลที่ภาคเหนือ เรื่องมันจะวุ่นวายกว่าที่คุณคิด”
“รินดูแลตัวเองได้ค่ะผู้กอง รินแค่อยากรู้ความจริง”
“ผมรู้ว่าคุณเก่ง แต่บางความจริง... มันก็อาจจะกัดกินเราได้นะ” ธันวาเอื้อมมือไปแตะบ่าเธอเบาๆ อย่างปลอบโยน “เอาเป็นว่า ถ้าจะไปเหนือเมื่อไหร่ บอกผม... ผมจะไม่ยอมให้คุณไปคนเดียวเด็ดขาด”
รินรดามองสบตากับพี่ชายที่แสนดีอย่างธันวา เธอรู้ว่าเขาเป็น ‘ธงเขียว’ ที่ชัดเจนที่สุดในชีวิตเธอ เขาคือความถูกต้อง ความปลอดภัย และความหวัง... แต่ในส่วนลึกของหัวใจ เธอกลับโหยหาปริศนาที่ซ่อนอยู่ใต้เงาจืดจางของชายที่ชื่ออัคคีอย่างประหลาด
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า... กลิ่นอายของ ‘ผู้ล่า’ ที่เธอเริ่มสืบค้นนั้น กำลังจะเปลี่ยนชีวิตที่เที่ยงตรงของเธอไปตลอดกาล