เสียงเครื่องยนต์รถ SUV สีดำสนิทคำรามแผ่วเบาขณะเคลื่อนตัวผ่านเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นสู่ยอดดอย หมอกหนาโรยตัวต่ำจนมองเห็นเพียงเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่ข้างทาง ‘รินรดา’ กระชับพวงมาลัยแน่น นัยน์ตาคู่สวยฉายแววกังวลแต่ยังคงเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น
เธอมาที่นี่โดยไม่ได้บอก ผู้กองธันวา เพราะรู้ดีว่าเขาต้องสั่งห้ามเด็ดขาด ข้อมูลล่าสุดจากสายข่าวระบุว่า มีความเคลื่อนไหวแปลกๆ ของพวกคนเสี่ยทรงชัยรอบบริเวณนี้ และเป้าหมายของพวกมันคือการลอบเข้าไปใน ‘คุ้มอัคคี’ คืนนี้... ซึ่งเป็นคืนเดือนดับ
“ถ้าไม่สืบตอนนี้ ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว” เธอกระซิบปลอบใจตัวเอง
เมื่อรถมาถึงเขตป่าทึบที่เป็นจุดสิ้นสุดของถนนสาธารณะ รินรดาตัดสินใจจอดรถซ่อนไว้ในพุ่มไม้และเดินเท้าต่อ แสงไฟฉายกระบอกเล็กส่องนำทางผ่านม่านหมอกที่ดูหนาตาผิดปกติ ยิ่งเข้าใกล้เขตคุ้ม อากาศรอบตัวก็ยิ่งเย็นจัดจนผิวหนังลุกเกรียว แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องหยุดกึกคือ... กลิ่น
มันไม่ใช่กลิ่นหอมของป่าหลังฝน แต่มันเป็นกลิ่นสาบสางที่รุนแรงและดิบเถื่อน ผสมกับกลิ่นคาวจางๆ ที่ลอยมาตามลม
โฮก... กรรร...
เสียงคำรามทุ้มต่ำที่ไม่เหมือนเสียงสัตว์ชนิดใดที่เธอเคยรู้จัก ดังสะท้อนออกมาจากทางทิศที่เป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ไม้สักทอง รินรดาหมอบลงหลังโขดหินใหญ่ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอเห็นแสงไฟสลัวจากหน้าต่างห้องใต้ดินของคุ้มอัคคีวาบผ่านออกมา
ทันใดนั้น เสียงกระแทกของเหล็กกระทบหินดังกึกก้อง แกร่ง! ตามด้วยเสียงโหยหวนที่แฝงไปด้วยอำนาจจนนกป่าพากันบินพรึบพรับหนีออกจากรัง
รินรดาค่อยๆ คลานเข้าไปใกล้ช่องลมเล็กๆ ที่อยู่ระดับพื้นดินของห้องใต้ดินนั้นตามสัญชาตญาณนักข่าว เธอพยายามจะไม่ส่งเสียงแม้แต่ลมหายใจ แต่แล้วภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้เธอแทบจะลืมหายใจ
ท่ามกลางแสงสลัว ร่างสูงใหญ่กำยำของชายหนุ่มที่เธอเคยเห็นในรูปข่าว บัดนี้กำลังบิดเกร็งอยู่บนพื้น โซ่ตรวนเหล็กกล้าถูกกระชากจนสั่นสะเทือน ผิวหนังของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาเงิน ขนหนาเริ่มปกคลุมไปทั่วตัว ดวงตาที่เคยมองโลกอย่างเย็นชาบัดนี้กลายเป็นสีครามวาวโรจน์ดุจปีศาจร้าย!
สวม!
ฝีเท้าที่เหยียบลงบนใบไม้แห้งด้านหลังทำให้รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบหันขวับไปมอง เห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดดำ แววตาพวกมันเต็มไปด้วยความละโมบและถืออาวุธครบมือ... พวกคนของเสี่ยทรงชัย!
“นั่นไง... ทางเข้าห้องลับมันอยู่นั่น ส่วนนั่นก็นักข่าวสาวที่เสี่ยบอกนี่หว่า ลาภลอยชัดๆ!”
พวกมันพุ่งเข้าหาเธอทันที รินรดาพยายามจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่เสียงเธอกลับหายไปในลำคอเมื่อเห็นหมาป่าตัวมหึมาในห้องใต้ดินหยุดชะงักสัญชาตญาณสัตว์ร้ายของมันเปลี่ยนทิศทางทันทีที่ได้ยินเสียงคุกคามจากภายนอก
อัคคีในร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์หันขวับมาทางช่องลม นัยน์ตาสีครามจ้องเขม็งมาที่รินรดา... มันไม่ใช่สายตาของผู้ล่าที่มองเหยื่อ แต่มันคือสายตาของ ‘จ่าฝูง’ ที่กำลังโกรธจัดเพราะมีใครกล้ามาแตะต้อง ‘สิ่งของ’ ของมัน!