เข้าสู่กรงเล็บปีศาจ

1202 Words
“จับมันไว้! อย่าให้มันหนีไปบอกพวกไอ้อัคคีได้!” เสียงตะโกนของพวกสมุนเสี่ยทรงชัยดังไล่หลังมาติดๆ รินรดาใจเต้นระเบัวจนแทบระเบิด ในนาทีชีวิตที่ถูกต้อนจนมุม ทางเดียวที่เธอเห็นคือบานประตูเหล็กหนาที่ถูกปิดล็อคไว้เพียงชั้นเดียวจากภายนอกด้วยสลักเหล็กขนาดใหญ่ เธออาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังฝ่าดงหนามพุ่งตัวไปกระชากสลักนั้นออกแล้วเหวี่ยงตัวเองเข้าไปข้างในทันที ปัง! เธอลงกลอนจากด้านในด้วยมือที่สั่นเทา เสียงทุบประตูจากฝั่งโจรดังตามมาทันที แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้รินรดาหวาดกลัวที่สุดในตอนนี้... เพราะสิ่งที่อยู่ภายใต้ความสลัวในห้องใต้ดินนั้น ‘น่าสยดสยอง’ ยิ่งกว่า ภายในห้องที่อับชื้นและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นสาบสางที่รุนแรงจนแสบจมูก รินรดายืนพิงประตูที่สั่นสะเทือนจากการถูกกระแทก สายตาของเธอค่อยๆ ปรับให้ชินกับความมืด ก่อนจะพบกับสิ่งที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ร่างมหึมาขนาดยักษ์กำลังหมอบนิ่งอยู่ในเงามืด... มันคือสัตว์ร้ายที่หลุดออกมาจากตำนาน ขนสีเทาเงินของมันยาวเหยียดและเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดเหงื่อ กล้ามเนื้อที่ซ้อนทับกันดูทรงพลังเกินกว่าสัตว์ป่าชนิดใดจะพึงมี และที่สำคัญ... มันมีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์สองคนรวมกันเสียอีก! กรรร... เสียงขู่คำรามต่ำลึกดังสะท้อนมาจากลำคอหนา นัยน์ตาสีครามคู่มหึมาวาวโรจน์จ้องเขม็งมาที่เธอ มันคือแววตาของผู้ล่าที่มองเห็นเหยื่อหลงเข้ามาในรัง รินรดาเข่าอ่อนจนทรุดลงไปกองกับพื้น ลมหายใจติดขัดจนแทบจะกลายเป็นเสียงสะอื้น “ฮึก... มะ... ไม่จริง” เธอตัวสั่นงันงก สายตาจับจ้องไปที่โซ่ตรวนเส้นหนาที่ล่ามแขนและขาของสัตว์ร้ายตัวนั้นไว้ พละกำลังมหาศาลของมันทำให้เสาหินที่เป็นจุดยึดเริ่มมีรอยร้าวและส่งเสียงครืดคราดน่ากลัว ทุกครั้งที่มันขยับ โซ่เหล็กจะเสียดสีกับพื้นหินดังกังวานเย็นเยียบ มันค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนด้วยสองขาหลัง ความสูงของมันเกือบจะจดเพดานห้อง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง เธอไม่รู้ว่านี่คือ ‘อัคคี’ มาเฟียหนุ่มที่เธอตามหา ในหัวของเธอมีเพียงความคิดเดียวคือ... มันคืออสูรกาย สัตว์ร้ายย่างสามขุมเข้ามาหาเธอช้าๆ กรงเล็บแหลมคมจิกลงบนพื้นหินจนแตกละเอียด รินรดาพยายามจะถอยหนีแต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับประตูเหล็กที่พวกโจรยังคงทุบอย่างบ้าคลั่ง “ตายแน่ๆ... ฉันต้องตายที่นี่แน่ๆ” หมาป่าตัวนั้นก้มหน้าลงมาจนจมูกเปียกชื้นเกือบจะสัมผัสกับใบหน้าของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวที่พ่นออกมามีกลิ่นสาบป่าดิบและกลิ่นอายจางๆ ของอำนาจที่ทำให้เธอมึนหัว รินรดาหลับตาปี๋ ร่างกายสั่นระริกราวกับลูกนกที่กำลังจะถูกขย้ำ เธอสัมผัสได้ถึงกรงเล็บเย็นเยียบที่ค่อยๆ เลื่อนมาแตะที่ลำคอระหงของเธอเบาๆ ความกลัวสุดขีดทำให้สติของเธอแทบจะดับวูบ แต่ในขณะนั้นเอง สัตว์ร้ายกลับหยุดชะงัก มันเอียงคอเล็กน้อยราวกับกำลังสับสนในกลิ่นกายของหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาสีครามวาวโรจน์คู่นั้นเริ่มฉายแววบางอย่างที่ดูทรมานและโหยหา... เสียงฝีเท้าและเสียงโวยวายของพวกโจรด้านนอกยังคงดังต่อเนื่อง แต่รินรดากลับไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว นอกจากเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวสลับกับเสียงลมหายใจหนักหน่วงของปีศาจตรงหน้าที่กำลังจดจ้องเธอไม่วางตา! ปัง! ปัง! ปัง! เสียงกระแทกประตูเหล็กชั้นในดังสนั่นจนบานพับเริ่มบิดเบี้ยว รินรดาหมอบตัวสั่นงันงกอยู่แทบเท้าของสัตว์ร้ายตัวมหึมา น้ำตาแห่งความกลัวนองหน้าเมื่อเห็นพละกำลังที่เหนือมนุษย์ของพวกโจรด้านนอกที่ใช้ท่อนซุงพังประตูเข้ามาได้สำเร็จ “นั่นไง! มันอยู่นั่น!” หัวหน้ากลุ่มโจรตะโกนก้องเมื่อบานประตูเปิดออก แสงไฟฉายส่องสว่างวาบเข้ามาในห้องใต้ดินที่มืดสลัว เผยให้เห็นร่างเงาของหมาป่าขนาดยักษ์ที่ยืนตระหง่านบังนักข่าวสาวไว้ “เฮ้ย! ตัวอะไรวะนั่น!” พวกมันชะงักกึกด้วยความตกใจกลัว ทว่าด้วยความละโมบและคำสั่งเด็ดขาดของเสี่ยทรงชัย พวกมันจึงรีบยกปืนขึ้นเล็ง “กรรรรรรรรร!” เสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้ฟังดูเหมือนเสียงสัตว์ธรรมดา แต่เป็นเสียงที่สั่นไปถึงจิตวิญญาณดังกัมปนาทจนแก้วหูแทบแตก สัตว์ร้ายพุ่งตัวเข้าใส่ทันทีที่เห็นกระบอกปืน โซ่ตรวนที่ล่ามข้อมือข้างหนึ่งไว้ถูกกระชากจนเสาหินแตกละเอียดมันกวัดแกว่งแขนที่มีพละกำลังมหาศาลฟาดใส่กลุ่มโจรจนร่างปลิวไปกระแทกผนังราวกับตุ๊กตาหนาม รินรดาเบิกตากว้าง ภาพตรงหน้าคือการสังหารหมู่ที่สยดสยอง สัตว์ร้ายตัวนั้นฉีกกระชากปืนในมือของพวกโจรราวกับเป็นของเล่น กรงเล็บแหลมคมตวัดเพียงครั้งเดียวก็สร้างรอยแผลฉกรรจ์ไปทั่วร่างของศัตรู มันไม่ได้แค่ล่า... แต่มันกำลัง ‘ปกป้อง’ เธออย่างบ้าคลั่ง แต่ภาพความโหดเหี้ยมนั้นกลับทำลายสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของรินรดาจนหมดสิ้น! สำหรับเธอ... มันไม่ใช่ผู้ช่วยชีวิต แต่มันคืออสูรกายกระหายเลือดที่กำลังคลั่ง! เมื่อเห็นจังหวะที่สัตว์ร้ายกำลังขย้ำสมุนโจรคนสุดท้าย รินรดาอาศัยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดลุกขึ้นวิ่งหน้าตั้งฝ่าวงล้อมออกไปทางประตูที่เปิดค้างไว้ เธอวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นสู่ชั้นบน ลัดเลาะออกไปทางชายป่าที่มืดมิดโดยไม่คิดชีวิต “แกร่งงงงง! โฮก!” เสียงโซ่ตรวนที่ถูกกระชากจนขาดสะบั้นดังก้องมาจากห้องใต้ดิน ตามด้วยเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด เมื่อ ‘เป้าหมาย’ ที่มันพยายามปกป้องกลับวิ่งหนีมันไป สัญชาตญาณสัตว์ร้ายที่เคยถูกกดทับไว้ด้วยสติอันน้อยนิดของอัคคีได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง! การหนีของเธอคือการกระตุ้นสัญชาตญาณ ‘นักล่า’ ของมันให้ตื่นขึ้นเต็มตัว ร่างมหึมาสีเทาเงินพุ่งตัวออกจากห้องใต้ดินด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่ทัน มันทะยานผ่านรั้วไม้สักข้ามไปในป่าลึกอย่างบ้าคลั่ง ต้นไม้เล็กใหญ่หักโค่นตามทางที่มันผ่าน นัยน์ตาสีครามที่เคยมีแววทรมาน บัดนี้กลายเป็นสีแดงเพลิงด้วยความคลุ้มคลั่ง มันไม่สนกฎเกณฑ์ ไม่สนความลับ และไม่สนโซ่ตรวนอีกต่อไป... สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของหมาป่าคลั่งตอนนี้คือการตามล่า ‘ผู้หญิงคนนั้น’ กลับมาครอบครองให้ได้ ไม่ว่าเธอจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD