หนึ่งวันผ่านไป
วันนี้ฉันมีเรียนภาคเช้าจนถึงบ่ายฉันไม่ได้มาเรียนเองเหมือนทุกครั้งคุณไคสั่งพี่พงษ์ให้มาส่งฉันที่มหาลัยในทีแรกชั้นปฏิเสธไปแต่คุณไคก็ไม่ยอมฉันจึงจำใจต้องให้พี่พงษ์มาส่งฉันบอกให้เขาจอดที่หน้ามหาลัยแต่พี่พงษ์กับขับเข้ามาที่หน้าคณะของฉันคนทั้งคณะต่างมองที่รถหรูซุปเปอร์คาร์คันสีดำฉันไม่กล้าแม้แต่จะก้าวลงจากรถพี่พงษ์ที่รู้ว่าฉันกำลังรู้สึกอายไม่กล้าลงไปก็เดินลงจากรถแล้วมาเปิดประตูให้กับฉัน
"เชิญครับคุณข้าวสวย"
เขาไม่รู้หรือไงว่ายิ่งทำอย่างนี้ฉันยิ่งไม่กล้าลงจากรถแต่สุดท้ายก็ต้องจำใจลงเมื่อลงจากรถได้ฉันรีบเอากระเป๋าปิดหน้าแล้ววิ่งออกมาจากตรงนั้นอย่างไม่คิดชีวิต
เมื่อวิ่งออกมาจากตรงนั้นได้แล้วฉันก็ค่อยๆเดินช้าๆตามปกติจนกระทั่งเห็นเพื่อนทั้ง 4 คนที่เดินมาพร้อมกันน้ำฟ้าออยและคิน
เพื่อนสาวทั้ง 3 เห็นฉันก็รีบวิ่งมาหาฉันแล้วลอบยิ้มออกมาก่อนที่ทั้ง 3 จะบอกคินว่าขอไปเข้าห้องน้ำแล้วก็ดึงฉันให้เดินตามไปด้วย
"เมื่อวานพวกฉัน 3 คนไปหาแกที่ห้อง"
เป็นยัยออยที่พูดขึ้น ฉันหันหน้าไปหาเพื่อนทั้ง 3 ที่ตอนนี้กำลังฉีกยิ้มหน้าบานอยู่
ฉันจึงรู้ว่าเพื่อนทั้ง 3 น่าจะรู้แล้วว่าเมื่อวานคุณไคมาหาฉันที่ห้อง แต่เมื่อวานคุณไคกลับไม่บอกฉันเลยว่าเจอเพื่อนสาวทั้งสามคน
"แกกับคุณไคมันยังไงกันแน่พูดมาเดี๋ยวนี้เลยยัยข้าว" น้ำถามแต่ริมฝีปากยังคงฉีกยิ้มอยู่
"ก็ไม่มีอะไรนี่คุณไคเขาแค่เอาสัญญามาให้ฉันเซ็นก็เท่านั้น"
ฉันบอกเพื่อนพร้อมกับปั้นหน้าจริงจัง
"แกอย่ามาโกหกเมื่อวานที่พวกฉันเห็นคือคุณไคอยู่ในชุดคุมอาบน้ำมิหนำซ้ำเขายังพูดว่าแกนอนหลับอยู่ในห้องแกเพลียมากตื่นมาต้อนรับแขกไม่ไหว" ฟ้าพูดขึ้นพร้อมสายตามองมาหาฉันด้วยสายตาจับผิด
คุณไคเขาบอกกับเพื่อนฉันแบบนั้นสินะถึงว่าเมื่อวานฉันถามว่ามีใครมาหาฉันหรือเปล่าแต่เขากลับตอบแบบอึกอะมิหน่ำซ้ำเขายังพูดกับเพื่อนฉันว่าฉันเพลียมากลุกมาต้อนรับไม่ไหวใครที่ได้ยินแบบนี้ใครมันจะไปคิดเรื่องอื่นได้นอกจากเรื่องอย่างว่า
ตอนนี้ฉันอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนอยากจะมุดแทรกแผ่นดินหนีตอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอดฉันรู้สึกได้เลยว่าไบหน้าของฉันมันคงจะแดงมาก
"แล้วสรุปยังไงเรื่องของแกกับเขามันยังไงกันแน่ยัยข้าว"ออยถามพลางเดินมาจับไหล่ฉัน
"นั่นน่ะสิทำไมแกถึงต้องโกหกพวกฉันด้วยมันมีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหมคุณไคเขาบังคับแกหรอ หรือเขา!!!!!"ยัยน้ำพูดพลางเอามือป้องปากตัวเอง ฉันจึงรีบพูดขึ้นเพราะรู้ว่าเพื่อนกำลังคิดอะไรอยู่
"เปล่าไม่ใช่เขาไม่ได้บังคับหรือขืนใจฉัน ฉันเออฉันยอมเขาเอง" ฉันตัดสินใจบอกความจริงกับเพื่อนทั้งหมด
"คือถ้าฉันเล่าให้พวกแกฟังพวกแกจะไม่โกรธฉันใช่ไหม"ฉันถามและมองปฏิกิริยาของเพื่อนถ้าฉันพูดความจริงออกไปกลัวเพื่อนจะโกรธ
แต่เพื่อนทั้ง 3 ของฉันก็พยักหน้า
"พวกฉันทั้ง 3 คนจะไม่โกรธแกเพราะพวกฉันรู้ว่าแกเป็นคนมีเหตุผลเพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าพวกฉันจะโกรธแค่แกพูดความจริงให้พวกฉันฟังพวกฉันก็จะพร้อมรับฟังเหตุผลของแก"
"OK คือคุณไคเขาให้ฉันเซ็นสัญญาเป็นผู้หญิงบนเตียงเขา 1 ปีและทำหน้าที่หน้าที่เมีย 1 ปีแล้วในข้อสัญญาก็ระบุว่าห้ามคิดเกินเลยห้ามรู้สึกเกินเลยต่อกันทั้งฉันและเขาสามารถที่จะมีใครก็ได้จะรักใครก็ได้เขาจะไม่เข้ามาก้าวก่ายกับเรื่องส่วนตัวของฉันฉันก็จะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขาเหมือนกันแล้วถ้าใครผิดสัญญาหรือคิดที่จะยกเลิกสัญญาต้องจ่ายเงินให้อีกฝ่าย 20 ล้านบาท"พอฉันพูดจบเพื่อนทั้งสามคนต่างก็ชะงักและอึ้งในสิ่งที่ฉันพูดไป
"แล้วแกก็ยอม"
ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบให้กับเพื่อนทั้งสาม
"แล้วก่อนที่แกจะเซ็นสัญญาแกได้อ่านสัญญาก่อนไหมหรือแกโดนเขาหลอกให้เซ็น"
ฟ้าถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน
"อ่านฉันอ่านในสัญญาข้อที่ 6 ระบุว่าตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ฉันอยู่ในฐานะผู้หญิงบนเตียงของเขาเขาจะให้เงินฉันทุกเดือนเดือนละ 5 ล้านแล้วทุกครั้งที่มีเซ็กส์กันเขาจะจ่ายให้ฉันอีก....ครั้งละ 2 ล้าน"
ฉันพูดพลางก้มหน้าลงเริ่มจะรู้สึกผิดขึ้นมาแล้วสิตอนนี้ฉันเหมือนคนเห็นแก่เงินฉันยอมรับว่าฉันเห็นแก่เงินจริงๆเงินมากมายขนาดฉันไม่สามารถหามาได้ง่ายๆถ้าฉันทำงานนี้ฉันก็แทบไม่ต้องหางานทำเลยทำงานนี้ได้เงินเยอะแล้วไม่ลำบากพ่อศักผู้ที่มีพระคุณกับฉันด้วยฉันยังสามารถส่งเงินให้พ่อได้ด้วย
"OK แล้วถ้าวันนึงแกเกิดรู้สึกกับเขาขึ้นมาแล้วแกจะทำยังไง"น้ำถามเพื่อนรักเพราะกลัวว่าสักวันหนึ่งเธออาจจะตกหลุมรักไคแล้วคนที่ต้องเจ็บปวดที่สุดก็คือเพื่อนรักของเธอเพราะเธอได้ยินชื่อเสียงของไคมาก็ไม่น้อยเขาไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหนถึงแม้มีคู่หมั้นแล้วก็ยังไม่คิดที่จะหยุดไคคือผู้ชายที่อันตรายอีกอย่างเขามีศัตรูอยู่รอบตัวเธอกลัวว่าเพื่อนรักของเธอจะตกอยู่ในอันตรายเพราะศัตรูของอีกฝ่าย
"ฉันรู้ว่าพวกแกทั้งสามคนเป็นห่วงฉันแต่ไม่ต้องห่วง ฉันรู้สถานะตัวเองดีฉันจะไม่มีวันเผลอรักผู้ชายคนนี้เด็ดขาดฉันรู้ว่าผู้ชายคนนี้อันตรายเขาเจ้าชู้และไม่เคยคิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหนมิหนำซ้ำเขายังมีศัตรูอยู่รอบตัวอีกต่างหากเพราะฉะนั้นพวกแกไม่ต้องกลัวว่าฉันจะตกหลุมรักผู้ชายคนนั้นเพราะในใบสัญญาก็ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามมีความรู้สึกต่ออีกฝ่ายเด็ดขาดแล้วฉันก็สามารถมีแฟนได้เขาจะไม่เข้ามาก้าวก่ายและยุ่งเกี่ยวเรื่องส่วนตัวของฉันเพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงนะ"
ฉันพูดพร้อมกับจับมือเพื่อนทั้ง 3 คนเพื่อให้พวกเธอคลายกังวลกับเรื่องของฉัน
"แล้วนี่แกรู้หรือเปล่าว่าคุณไค เขามีคู่หมั้นแล้วและกำลังจะแต่งงานกันอีกไม่นาน"
ฉันถึงกับอึ้งในคำพูดของเพื่อนคุณไคไม่เคยบอกกับฉันเรื่องนี้เรื่องที่เขามีคู่หมั้นแล้วและกำลังจะแต่งงานกันอีกไม่นานแต่ฉันก็ไม่ได้ซีเรียสเพราะถึงวันที่เขาแต่งงานกันก็คงเป็นวันที่สัญญาจบลง
"ฉันไม่รู้หรอกคุณไค เขาไม่เคยบอกกับฉันเรื่องนี้แต่ก็คงไม่เป็นไรหรอกเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาเขาไม่จำเป็นที่จะต้องบอกฉันและอีกอย่างถ้าถึงวันที่เขากับคู่หมั้นแต่งงานกันก็คงจะเป็นวันที่สัญญาจบลง"