“พี่อนงค์ ช่วยไปประกาศรับสมัครตำแหน่งเลขาให้ผมด้วย เดี๋ยวผมจะเป็นคนสัมภาษณ์เอง” กฤตนัน ควอตซ์ หรือ นัน หนุ่มลูกครึ่งดีกรีรองประธานบริษัทเอ่ยเสียงเรียบนิ่งกับเลขาอายุรุ่นป้า
“น้องนันนนนนทำแบบนี้กับพี่ไม่ได้นะคะ พี่ทำอะไรผิด ทำไมต้องหาคนใหม่มาแทนพี่ด้วย ฮึก ฮืออ ฮืออ ” อนงค์สาวมีอายุใกล้เลยเลขสามโวยวายเสียงดังบีบน้ำตาร้องห่มร้องไห้ปานจะขาดใจ ทิ้งร่างอรชอนที่เริ่มมีเนื้อมีหนังลงกับพื้น สองมือบางที่เริ่มเหี่ยวย่นคว้าหมับเข้าที่เท้าข้างขวาของคนเป็นนาย พลางเขย่าไปมาอย่างคนเสียสติ
“พี่อนงค์” นันพูดเสียงเรียบพร้อมกับมองร่างของคนที่เขาเคารพด้วยสายตาเอือมระอา อนงค์หยุดการกระทำทุกอย่างลงทันที พร้อมกับเบ้หน้าด้วยความไม่ชอบใจ
“สักวัน พี่จะทำให้น้องนันชื่นชมในตัวพี่ให้จงได้ว่าพี่นี่แหล่ะ ดาราเจ้าบทบาทที่ผู้กำกับทุกคนกำลังตามหา” อนงค์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารมาให้นันเซ็นด้วยท่าทีขึงขัง
“ผมเชื่อว่าสักวันมันจะเป็นแบบนั้น” นันบอกด้วยสีหน้าที่เจือรอยยิ้ม มือขวาข้างถนัดบรรจงจรดปลายปากกาลงบนกระดาษที่เลขาสาวส่งมาให้ อนงค์ยกยิ้มพอใจ
“แต่เร็วที่สุดอาจจะเป็นชาติหน้า” อนงค์อ้าปากค้างทันทีเมื่อได้ฟัง นันลุกจากเก้าอี้เดินอ้อมโต๊ะมายืนข้างๆอนงค์ พร้อมกับยื่นหน้ามาหอมแก้มเลขาสาวฟอดใหญ่
“อย่าลืมจัดการเรื่องที่ผมสั่งให้ด้วยนะป้า” นันพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับยกยิ้มมุมปากด้วยความอารมณ์ดี อนงค์ได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกับคำพูดสุดแสนจะร้ายกาจของคนเป็นนาย ด้วยความสนิทสนมรู้ใจดั่งญาติสนิทมิตรสหาย ทำให้ทั้งคู่หยอกล้อกันเกินเจ้านายกับลูกน้องได้อย่างสนิทใจ และอนงค์เองก็เห็นนันเป็นเหมือนน้องชาย ส่วนนันก็เห็นอนงค์เป็นเหมือนพี่สาวเช่นกัน จึงไม่แปลกถ้าพวกเขาจะพูดจาใส่กันแบบนั้น
“ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย” อนงค์บ่นแบบปลงๆกับตัวเองเหมือนทุกครั้งหลังจากลงประกาศรับสมัครเลขาคนใหม่ที่จะมาเป็นผู้ช่วยของเธอ
ที่เธอบ่นแบบนั้นก็เพราะว่าที่ผ่านมา มีเลขาเข้าๆออกๆบริษัทของนันเป็นว่าเล่น อายุการทำงานก็ไม่เคยเกินหนึ่งเดือนเลยสักคน มากสุดก็เดือนครึ่ง สาเหตุมันก็มาจากเจ้านายตัวดีของเธอนั่นแหล่ะ
หนุ่มเจ้าชู้หน้าตาดีที่ฟันสาวๆไปทั่ว แต่เวลาทำงานกลับจริงจังสุดโต่ง ทำให้บรรดาเลขาที่พลีร่างกายเพื่อหวังไต่เต้าโดยเอาเต้าไต่ไปไม่รอดสักราย หากสมองไม่ดี! นันก็ไม่เอาไว้! แต่นันก็ทำแบบนี้เฉพาะกับพนักงานที่หวังพลีกายให้เขาเท่านั้น ส่วนคนที่รักในงาน รักในบริษัทจริงๆ แม้จะไม่ได้เก่งกาจอะไรแต่อาศัยความขยันและความซื่อสัตย์ นันก็ยังคงรักษาไว้ราวกับทรัพยากรที่มีค่าของบริษัทไม่ต่างจากพนักงานระดับหัวกระทิ อาจจะเพราะเหตุนี้ทำให้นันเป็นที่รักของพนักงานทั่วไป ตั้งแต่ระดับ รปภ. ไปจนถึงระดับผู้บริหาร อายุเพียงแค่ 25 ปี แต่กลับได้รับความไว้วางใจจากคนในครอบครัวให้เป็นรองประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีบริษัทในเครือมากมายทั้งในและต่างประเทศ แน่นอนว่า… กฤตนัน ควอตซ์ คนนี้ไม่ธรรมดา
………………………..………………..
…วันสัมภาษณ์งาน…
อรัญญานั่งรอสัมภาษณ์งานที่โซฟาสีชาแสนแพงภายในห้องสี่เหลี่ยมสุดหรู มีผู้หญิงเดินเข้าเดินออกจากห้องสัมภาษณ์มาก็หลายคน บางคนก็ทำหน้าเศร้า แต่บางคน…
“กริ๊ดดดดดด แก พี่เขาหล่อ หล่อมากกกกกกก โอ้ยย น้ำเดิน คิกคิก” หญิงสาวหน้าตาดีหุ่นดีคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องสัมภาษณ์พร้อมกับแสดงอาการกระดี๊กระด๊าเหมือนปลากระดี่ได้น้ำใส่เพื่อนสาวที่มาสมัครงานด้วยกัน
อัญเหลือบสายตาไปมองหญิงสาวคนดังกล่าวเล็กน้อย ทรวดทรงองค์เอวรึก็อรชอนอ้อนแอ้น ใส่กระโปรงสั้นรัดร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวล เสื้อแนบเนื้อราวกับจะยึดติดไปกับเนื้อหนัง แน่นอนว่ามันเผยให้เห็นหน้าอกหน้าใจที่อวบอิ่มราวกับลูกแตงโมได้อย่างชัดเจน
“แก เขาบอกว่าตอนเย็นเจอกัน กริ๊ดดดด ฉันต้องได้งานนี้แน่ๆๆแกร๊! แต่ถ้าไม่ได้ฉันก็ไม่เสียใจ เพราะฉันต้องได้เป็นเมียเขาแน่เลยอ่า โอ้ยยยย เขินน” หญิงสาวคนนั้นยังคงดีดดิ้นต่อไปอย่างคนไม่มีสติ อรัญญาขมวดคิ้วผูกปมเป็นโบว์บนใบหน้าเล็กน้อย ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น เธอลุกขึ้นยืนแล้วก้มมองดูร่างของตนเองอย่างพินิจพิจารณา เสื้อเชิ้ตพอดีตัวสีขาวใสสะอาดมีเสื้อคลุมสูทสีดำทรงผู้หญิงครอบทับอยู่ ส่วนด้านล่างก็เป็นกระโปรงทรงเอเข้ารูปที่ลากยาวมาถึงเข่า มองๆดูแล้วมันก็ดูเรียบร้อยดูทางการ และยิ่งชุดสัมภาษณ์งานนี้มาอยู่บนร่างระหงของอรัญญาที่ดูดีสมส่วนไปซะหมดไม่ว่าจะหน้าตาหรือรูปร่างที่ไม่มีที่ติราวกับนางฟ้านางสวรรค์นั่นแล้ว แน่นอนว่าเธอไม่สะทกสะท้านกับถ้อยคำกล่าวอ้างของผู้หญิงคนนั้น เธอจะใช้ความรู้ความสามารถ ความมั่นใจและความคิดบวกของตัวเองต่อสู้เพื่อให้ได้งานนี้!!
อรัญญาเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องสัมภาษณ์ ตอนนี้ถึงคิวของเธอแล้ว สองมือเรียวสวยกอบกุมเข้าหากันแน่น ลมหายใจถูกพ่นออกมาอย่างแรงแล้วสูดกลับเข้าไปใหม่ยาวๆ
“สู้ๆอัญ เธอทำได้!” อัญเอ่ยบอกกับตัวเองเสียงหนักแน่นก่อนจะใช้มือข้างถนัดเอื้อมไปเปิดประตูสัมภาษณ์เบาๆ อรัญญาเดินไปยืนอยู่หน้าโต๊ะสัมภาษณ์งานที่มีหนุ่มหน้าตาดีมากกกกกกก นั่งอยู่คนเดียว เธอรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายตรงหน้านี้คือใคร เพราะก่อนมาสมัครงานนี้เธอได้ทำการบ้านเกี่ยวกับบริษัทนี้มาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้ชายตรงหน้าที่จะมาเป็นเจ้านายของเธอในอนาคตอันใกล้
“สวัสดีค่ะ” อัญยกมือพนมไหว้ทักทายอย่างสวยงามตามมารยาทไทย ใบหน้าเจือรอยยิ้มนิดๆไม่เยอะไม่น้อยจนเกินไป
“เชิญนั่งครับ” นันเอ่ยเสียงเรียบนิ่งพร้อมกับผายมือเชื้อเชิญให้หญิงสาวตรงหน้านั่งลงตรงเก้าอี้ที่เขาจัดไว้
“ขอบคุณค่ะ” อัญกล่าวคำขอบคุณก่อนจะเคลื่อนย้ายพาร่างสะสวยของตัวเองไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวงาม นันนั่งมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยท่าทีนิ่งๆ ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่
“เล่าเรื่องราวของคุณให้ฟังหน่อย? ขอเป็นภาษาอังกฤษครับ” นันเริ่มเอ่ยถามเสียงเรียบนิ่งเพื่อจะดูไหวพริบในการตอบคำถามของหญิงสาว
“ดิฉันนางสาวอรัญญา ฤทธิพฤษพงษ์ อายุ 23 ปี ค่ะ….” อัญเริ่มแนะนำเกี่ยวกับตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ โดยเน้นเกี่ยวกับเรื่องงานเป็นหลักเพื่อให้นันรับรู้ว่าเธอมีศักยภาพในด้านการทำงานมากน้อยเพียงใด
“คุณรู้เกี่ยวกับบริษัทนี้มากน้อยแค่ไหนครับ?”
“บริษัท swanky inter group เป็นบริษัทผลิตสินค้าด้านอุปโภคบริโภคที่ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแทบจะทุกด้านค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เพชรพลอย และอาหารการกิน นอกจากนี้ยังผลิตสินค้าส่งออกไปยังต่างประเทศมากมายอีกด้วยค่ะ….”
“ช่วยบอกจุดอ่อนจุดแข็งของคุณให้ผมฟังหน่อย?” …
“ทำไมผมถึงต้องจ้างคุณ?” …
“ทำไมคุณถึงอยากทำงานที่นี่?” …
อรัญญาตอบคำถามอย่างฉะฉานและมีไหวพริบ นันยกยิ้มพอใจ เขาชื่นชมอีกฝ่ายอยู่ในใจมากพอสมควร ตั้งแต่สัมภาษณ์มา อรัญญาคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ตอบคำถามได้ดีขนาดนี้ แต่มันยังไม่หมดหรอก เขายังต้องทดสอบคนที่จะมาเป็นเลขาของเขาอีกเยอะ เขาเองก็ไม่อยากจะหาเลขาคนใหม่อีกแล้ว ครั้งนี้จึงต้องเคี่ยวมากเป็นพิเศษสักหน่อย
“คุณรู้อะไรเกี่ยวกับผมบ้าง?” นันพูดเสร็จก็เริ่มออกลาย สองเท้ายาวก้าวมายืนอยู่ข้างๆหญิงสาว ใบหน้าคมเข้มตามสไตล์ลูกครึ่งไทยอังกฤษก้มลงมาใกล้ๆใบหน้าสวยหวานเพื่อรอฟังคำตอบ อรัญญานั่งนิ่งตัวแข็งทื่อ เธอไม่คิดว่าชายหนุ่มจะแสดงท่าทางแบบนี้ออกมาให้เห็น
“อ..คุณชื่อกฤตนัน ควอตซ์ เป็นรองประธานบริษัท คุณดูแลในส่วนของเสื้อผ้าและเครื่องประดับค่ะ” อรัญญาพยายามประคับประคองสติตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุด หากแต่ในใจตอนนี้กลับไม่นิ่งสักนิด มันเต้นเร็วแรงยิ่งกว่าคนวิ่งสี่คูณร้อยเมตร ยิ่งได้กลิ่นหอมๆจางๆเฉพาะตัวของชายหนุ่มยิ่งทำให้เธอเคลิ้มจนอยากจะฉีกทึ้งเสื้อผ้าของตัวเองออกแล้วพลีร่างกายให้ชายหนุ่มได้ขยุมขย้ำดั่งเสือร้ายที่กระทำต่อกวางน้อย
“แล้วยังไงอีก” นันเอ่ยถามต่อพร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวมากกว่าเดิม พรวด! อรัญญารีบลุกออกจากเก้าอี้ทันทีเมื่อรับรู้ถึงใบหน้าของนันที่เข้าใกล้เธอมากเกินไป เธอไม่เคยเตรียมตัวกับการสัมภาษณ์เมื่อเจอสถาณการณ์แบบนี้ แน่นอนว่าเธอทำอะไรไม่ถูก นันยกยิ้มมุมปากอย่างเสือร้ายจ้องตะครุบเหยื่อ
“ผมเป็นคนที่เข้าถึงง่ายแต่ก็จริงจังกับงานมาก ชอบคนที่ตรงต่อเวลา เกลียดคนโกหก เรื่องมาก ขี้ใจร้อน อารมณ์รุนแรง รู้แบบนี้แล้วคุณยังอยากจะทำงานเป็นเลขาผมอีกมั้ย” นันเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่มีแม้แต่ความขี้เล่นในน้ำเสียง
“ดิฉันตั้งใจมาสมัครงานนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นยังไง ดิฉันก็พร้อมที่จะเรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้งานออกมาดีที่สุดค่ะ”อรัญญาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เลขาของผม ต้องทำงานได้ตลอดเวลา”
“ค่ะ”
นันยกยิ้มเจ้าเล่ห์ สองเท้าก้าวเดินมายืนอยู่ตรงหน้าของหญิงสาว
“ผมรับคุณเข้าทำงาน อาทิตย์หน้าเริ่มงานได้”
อรัญญาแทบจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ เธอไม่คิดไม่ฝันว่าอีกฝ่ายจะบอกผลการสัมภาษณ์งานเร็วไวขนาดนี้
“ขอบคุณค่ะ ดิฉันจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด” อัญกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือความดีใจ
“อ่อ ผมลืมบอกอะไรบางอย่าง” นันยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้หญิงสาว
“ผมสนิทกับลูกน้องแบบเนื้อแนบเนื้อทุกคน” อรัญญารีบถอยหลังดึงตัวเองออกไปจากใบหน้าหล่อทันที พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง อรัญญาแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“คิดอะไรอยู่ ผมก็แค่จะบอกว่า พวกเราทำงานกันแบบพี่แบบน้อง แบบคนในครอบครัว ที่บอกว่าเนื้อแนบเนื้อ ผมก็แค่เอ่ยขึ้นมาเปรียบเปรยเพื่อให้เห็นภาพ” นันพูดออกมาด้วยท่าทีสบายๆราวกับไม่มีเรื่องเครียดเลยในชีวิตนี้
อัญเม้มปากแน่น…เปรียบเปรยได้เห็นภาพจริงๆ อัญคิด