โรงเรียนมัธยมชื่อดังเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะ วันนี้คือวันปัจฉิมนิเทศ วันที่นักเรียนชั้น ม.6 ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยเพื่อก้าวสู่อีกขั้นของชีวิตการเป็นนักศึกษา เเต่สำหรับมาร์ตินชายหนุ่มหน้าตาดีดีกรีว่าที่เฟรชชี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ กลับยืนถอนหายใจด้วยใบหน้าเคร่งเครียดอยู่ที่มุมหนึ่งของสวนพฤกษศาสตร์หลังโรงเรียน
เพราะคำขาดของภานุวัฒน์ผู้เป็นพ่อยันคงดังก้องอยู่ในหัวของเขาตั้งแต่เมื่อคืน
‘แกสอบติดวิศวะตามที่ฉันหวังได้ก็ดี แต่ข้อตกลงของเรายังเหมือนเดิม แกต้องเลิกกับลูกสาวของไอ้พิพัฒน์ซะฉันเกลียดมัน และจะไม่มีวันรับลูกมันมาเป็นสะใภ้เด็ดขาด ถ้าแกยอมเลิกกับยัยเด็กนั่น แล้วหันไปคบกับหนูแก้มใส ลูกสาวคู่ค้าของฉันเเล้วรถพอร์ชคันที่แกอยากได้ ฉันจะซื้อให้เป็นของขวัญเข้ามหาลัยทันที’
สำหรับเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งเรียนจบมัธยมรถสปอร์ตสุดหรูคือความฝันที่ยากจะปฏิเสธ ประกอบกับความขี้ขลาดที่ไม่อยากงัดข้อกับผู้เป็นพ่อ มาร์ตินจึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายเห็นแก่ตัว เขาตัดสินใจนัด พลอยชมพู แฟนสาวของเขามาที่นี่ เพื่อจบทุกอย่าง และเขาไม่ได้มาคนเดียว
"มาร์ตินคะ แก้มรอนานแล้วนะ ยัยแว่นนั่นจะมาตอนไหนเนี่ย"
เสียงแหลมใสของเเก้มใสหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่แต่งหน้าจัดเต็มเกินวัยนักเรียน เอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาควงแขนร่างสูงอย่างถือวิสาสะ เธอคือลูกสาวคู่ค้าทางธุรกิจที่พ่อของเขาจับคู่ให้ มาร์ตินไม่ได้ปัดแขนเธอออก เขาเพียงแค่มองไปตามทางเดินด้วยแววตาสับสน
และในจังหวะนั้นเองพลอยชมพูเดินเข้ามาพอดี
ตุบ!!
เสียงของหล่นกระทบพื้นเรียกให้มาร์ตินและแก้มใสต้องหันไปมอง ภาพที่เห็นคือพลอยชมพูในชุดนักเรียนที่เรียบร้อยชิดคอ สวมแว่นตากรอบหนาเตอะ กำลังยืนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
กล่องของขวัญที่เธอตั้งใจทำขึ้นมาเองกับมือเพื่อแสดงความยินดีกับเขา หล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้น นาฬิกาข้อมือเรือนสวยที่เธอเก็บเงินซื้อให้เขาหลุดออกจากกล่องอย่างน่าใจหาย
"พี่มาร์ติน... ท...ทำไม"
เสียงของพลอยชมพูสั่นเครือ หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอท้นกรอบแว่นหนา เธอมองมือของแก้มใสที่ควงแขนแฟนหนุ่มของเธอแน่นราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของ
นี่น่ะหรือคือเหตุผลที่เขาบอกให้เธอมาหาที่หลังตึก?
มาร์ตินมองใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยความเสียใจของคนรัก ก้อนเนื้อในอกกระตุกวูบหนึ่งด้วยความรู้สึกผิด แต่เมื่อนึกถึงรถสปอร์ตและคำสั่งของพ่อ เขาจึงสูดหายใจลึกและปั้นหน้าเย็นชา สายตาที่เคยมองเธอด้วยความอ่อนโยน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า
"มาพอดีเลยพลอย..."
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ
"ฉันมีเรื่องจะบอกเธอ"
"เรื่องอะไรคะ... แล้วทำไมแก้มใสถึง..."
"เราเลิกกันเถอะ"
ประโยคนั้นตัดบททุกคำถามของพลอยชมพูราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ร่างบอบบางชาวาบไปทั้งตัว คล้ายกับมีคนเอาค้อนปอนด์มาทุบที่หัวอย่างจัง
"ทำไมคะ พลอยทำอะไรผิด"
เธอพยายามกลั้นสะอื้น ถามด้วยน้ำเสียงที่แทบจะขาดใจ
"เธอไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก"
มาร์ตินแค่นหัวเราะในลำคอ แสร้งทำเป็นรำคาญเต็มทน
"แต่ฉันอายเพื่อนว่ะพลอย อายที่มีแฟนเฉิ่มๆ ใส่แว่นหนาเตอะแบบเธอ เดินควงไปไหนก็มีแต่คนหัวเราะเยาะ ฉันเบื่อแล้วที่ต้องมาคอยตอบคำถามใครๆ ว่าทำไมถึงคบกับยัยเพิ้งแบบเธอ"
คำพูดไร้เยื่อใยเหล่านั้นกรีดลึกลงไปในหัวใจของคนฟังจนเหวอะหวะ พลอยชมพูส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาเม็ดโตหยดแหมะลงบนแก้ม
"และที่สำคัญ..."
มาร์ตินปรายตามองแก้มใสที่กำลังยิ้มเยาะสะใจ "ฉันกำลังจะเข้ามหาลัย ฉันต้องการคนที่เชิดหน้าชูตาฉันได้ ไม่ใช่เด็กเรียนจืดชืดแบบเธอ แก้มใสคือคนที่พ่อฉันเลือกให้ และฉันก็คิดว่าเธอเหมาะสมกับฉันมากกว่า"
"ได้ยินชัดแล้วใช่มั้ยจ๊ะยัยแว่น"
แก้มใสเหยียดยิ้มร้าย
"มาร์ตินเขาไม่ได้รักเธอแล้ว
เลิกทำตัวน่ารำคาญแล้วไสหัวไปซะที"
พลอยชมพูยืนนิ่งงันก้มมองกล่องของขวัญที่ตกอยู่แทบเท้า หัวใจของเธอแตกสลายไม่มีชิ้นดี ความรักตลอดเวลาที่ผ่านมาถูกทำลายลงอย่างง่ายดายเพียงเพราะความอายและข้ออ้างจอมปลอมของเขา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามอย่างหนักที่จะไม่ล้มพับลงไปตรงนั้น เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่เธอเคยรักหมดหัวใจผ่านม่านน้ำตาเป็นครั้งสุดท้าย
"เข้าใจแล้วค่ะ..."
เสียงหวานสั่นพร่าแต่พยายามเค้นมันออกมาให้ดังที่สุด
"ขอให้โชคดีกับสิ่งที่มาร์ตินเลือกนะคะต่อจากนี้ไป เราอย่าได้เจอกันอีกเลย"
พูดจบ ร่างเล็กก็หันหลังวิ่งหนีออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่สองขาจะทำได้ ทิ้งกล่องของขวัญและความรักที่พังทลายไว้เบื้องหลัง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความโง่เขลาไหลรินเป็นทาง
มาร์ตินมองแผ่นหลังเล็กที่วิ่งห่างออกไปจนลับสายตา ความรู้สึกหน่วงลึกๆ ก่อตัวขึ้นในใจ เขาได้รถสปอร์ต ได้ทำตามคำสั่งพ่อ
แต่ทำไม.. เขาถึงไม่ได้รู้สึกดีใจอย่างที่คิดเอาไว้เลยแม้แต่นิดเดียว