ทันทีหลังจากที่เดินพ้นรัศมีสายตาของกลุ่มหนุ่มวิศวะ พลอยชมพูก็ลอบผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตที่เคยสวมบทบาทนางพญาเย็นชาเมื่อครู่ กลับมาทอประกายสดใสตามปกติ เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดหรืออยากจะร้องไห้เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว กลับกัน ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่ซีดเผือดและแววตาเจ็บปวดของมาร์ติน กลับทำให้เธอรู้สึกสะใจลึกๆ
"หยุดตรงนี้เลยยัยพลอย
เล่ามาเดี๋ยวนี้ว่าเมื่อกี้มันคืออะไร"
โดนัทดักหน้าทันทีที่พวกเธอหาโต๊ะนั่งในโรงอาหารได้ ข้าวหอมเองก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยพลางจ้องจับผิดเพื่อนสนิท
พลอยชมพูหัวเราะเบาๆ เธอยกขาขึ้นไขว่ห้าง อวดรองเท้าผ้าใบสีขาว สุดฮิตที่เข้ากับชุดนักศึกษาได้อย่างลงตัว ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ
"ก็บอกแล้วไงว่าแค่คนเคยรู้จัก รู้จักตอนมัธยมน่ะ"
"คนเคยรู้จักบ้าอะไร มองแกตาละห้อยซะขนาดนั้น แถมยังเรียกชื่อเล่นแกซะสนิทสนม"
ข้าวหอมหรี่ตา
"ระดับพี่มาร์ติน อดีตเดือนวิศวะปีสามเลยนะเว้ย อย่าบอกนะว่า"
"แฟนเก่าฉันเองแหละ"
พลอยชมพูตอบกลับหน้าตาเฉย รอยยิ้มสดใสยังคงประดับบนใบหน้า ไร้ซึ่งร่องรอยความเศร้าหมองใดๆ
"แต่เป็นแฟนเก่าเฮงซวยที่ทิ้งฉันไปคบกับผู้หญิงรวยๆ น่ะ พวกแกไม่ต้องไปสนใจหรอก สำหรับฉัน เขาตายไปจากชีวิตนานแล้ว"
เพื่อนทั้งสองอ้าปากค้าง ก่อนที่โดนัทจะตบโต๊ะดังปัง
"โห!!โคตรตาถั่วเลย ทิ้งคนสวยๆ ระดับดาวคณะบัญชีอย่างแกไปได้ยังไงวะ สมน้ำหน้า เมื่อกี้หน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลยดิ สม"
พลอยชมพูยิ้มรับ เธอไม่ได้เล่ารายละเอียดว่าตอนนั้นเธอคือ ยัยแว่นสุดเฉิ่ม แต่เพียงเท่านี้เพื่อนของเธอก็พร้อมจะตั้งป้อมเป็นศัตรูกับมาร์ตินแล้ว
ตัดภาพมาที่อีกมุมหนึ่งของโรงอาหาร...
มาร์ตินนั่งเขี่ยข้าวในจานไปมาอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก ข้าวขาหมูเจ้าอร่อยตรงหน้าไม่สามารถเรียกน้ำย่อยเขาได้เลยแม้แต่น้อย เรือนผมสีดำสนิทยุ่งเหยิงจากการถูกเจ้าตัวขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชายหนุ่มยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา เรือนหรูครั้งเเล้วครั้งเล่าด้วยความกระวนกระวายใจ สายตาคมกริบเอาแต่ชะเง้อมองไปทางโซนโต๊ะของเด็กบัญชี หวังจะได้เห็นเสี้ยวหน้าของพลอยชมพูอีกสักครั้ง
"กินข้าวสิวะไอ้มาร์ติน มึงเขี่ยจนมันจะกลายเป็นข้าวต้มอยู่แล้ว"
เอฟบ่นพลางเคี้ยวข้าวแกงกะหรี่ตุ้ยๆ
"กูแดกไม่ลง"
มาร์ตินถอนหายใจเฮือกใหญ่
"มึงเห็นสายตาที่พลอยมองกูมั้ยวะ ? โคตรว่างเปล่าเลยว่ะ เหมือนเขาเกลียดกูจนไม่อยากจะหายใจร่วมโลกแล้ว"
"ก็มึงเล่นทำเขาไว้เจ็บแสบขนาดนั้น จะให้เขาวิ่งเข้ามากอดมึงหรือไง"
แทนไทซ้ำเติมอย่างไม่เกรงใจ
มาร์ตินกำลังจะอ้าปากเถียง แต่เสียงแหลมปรี๊ดของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"มาร์ตินขา... "
ร่างเพรียวบางของแก้มใสในชุดนักศึกษารัดรูปเดินนวยนาดเข้ามาหา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเบียดชิดจนหน้าอกหน้าใจแทบจะเกยกับแขนของมาร์ติน หญิงสาวตวัดสายตามองเพื่อนๆ ในโต๊ะอย่างไม่เป็นมิตรนัก ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ร่างสูง
"แก้มตามหามาร์ตินตั้งนานแน่ะ ทักไลน์ไปก็ไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับ เปิดเทอมวันแรกเราไปกินบิงซูกันหลังมอไหมคะ"
มาร์ตินขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดที่สะสมอยู่แล้วพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที เขาดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของแก้มใสอย่างไม่รักษาน้ำใจ
"ฉันไม่ว่าง ต้องไปเข้าช็อปเตรียมรับน้อง"
เสียงทุ้มตอบกลับอย่างเย็นชา
"อะไรกันคะ แค่วันแรกก็ไม่มีเวลาให้แก้มแล้วเหรอ"
แก้มใสทำหน้างอ
"เดี๋ยวแก้มฟ้องคุณลุงภานุวัฒน์จริงๆ ด้วย"
คำขู่เดิมๆ ที่เคยใช้ได้ผลเมื่อสองปีก่อน บัดนี้กลับทำให้มาร์ตินรู้สึกขยะแขยงตัวเอง เขาพลาดทิ้งผู้หญิงที่ดีที่สุดอย่างพลอยชมพูไป เพียงเพราะต้องมาทนอยู่กับผู้หญิงที่เอาแต่ใช้อำนาจพ่อมาขู่เขาแบบนี้เนี่ยนะ?
ชายหนุ่มตวัดสายตาดุดันมองหน้าแก้มใสจนหญิงสาวสะดุ้ง
"อยากฟ้องก็เชิญฟ้องไปเลย ไปสิ"
มาร์ตินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากุญแจรถยุโรปคู่ใจขึ้นมาถือไว้
"แล้วก็เลิกตามเกาะติดฉันสักที มันน่ารำคาญ"
พูดจบ ร่างสูงก็เดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากโต๊ะทันที ทิ้งให้แก้มใสนั่งอ้าปากค้างด้วยความอับอายและโกรธจัด ท่ามกลางเสียงกลั้นหัวเราะของแก๊งเพื่อนวิศวะ
มาร์ตินตัดสินใจแล้ว สองปีที่ผ่านมาเขาทำพลาดมามากพอแล้ว ต่อจากนี้ไป เขาจะไม่ยอมเป็นไอ้ขี้ขลาดที่ยอมทำตามคำสั่งพ่ออีก เขาจะทำทุกวิถีทาง เพื่อตามง้อและทวงคืนพลอยชมพูกลับมาเป็นของเขาให้ได้แม้จะต้องหน้าด้านหน้าทนแค่ไหนก็ตาม