ร่างบอบบางวิ่งฝ่าฝูงชนออกมาทั้งน้ำตา เธอไม่สนใจเสียงเรียกของใคร หรือแม้แต่สายตาของคนที่มองมาตลอดทางที่วิ่งผ่านร้านรวงต่างๆ หน้าโรงเรียน หัวใจของเธอแตกสลายจนแทบไม่มีชิ้นดี ภาพของมาร์ตินที่ยืนควงแขนผู้หญิงคนอื่น และคำพูดเหยียดหยามพวกนั้นยังคงตามหลอกหลอนซ้ำไปซ้ำมา
ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน พลอยชมพูวิ่งตรงขึ้นชั้นบน พุ่งตัวเข้าไปในห้องนอนแล้วกดล็อกประตูแน่นหนา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพิงบานประตูแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น เสียงสะอื้นไห้ดังก้องไปทั่วห้องกว้าง เธอร้องไห้จนตัวโยน ร้องจนแทบจะขาดใจตายไปตรงนั้น ความรักสามปีที่เธอเฝ้าทะนุถนอมและซื่อสัตย์มาตลอด กลับถูกทำลายลงเหยียบย่ำจนจมดินเพียงเพราะคำว่า อายที่เธอเป็นเเบบนี้
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนน้ำตาแทบจะเหือดแห้ง พลอยชมพูค่อยๆ พยุงร่างอันไร้เรี่ยวแรงของตัวเองลุกขึ้นก้าวเดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกบานใหญ่
นัยน์ตาคู่สวยที่ตอนนี้บวมช้ำจนน่าสงสาร จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกผู้หญิงผมหน้าม้าหนาเตอะ สวมแว่นตากรอบดำทรงเชย รูปร่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้าตัวหลวมโคร่ง ดูจืดชืดและไร้เสน่ห์ดึงดูดใจใดๆ
ฉันอายเพื่อนว่ะพลอย อายที่มีแฟนเฉิ่มๆ ใส่แว่นหนาเตอะแบบเธอ เดินควงไปไหนก็มีแต่คนหัวเราะเยาะ
ประโยคใจร้ายของมาร์ตินดังก้องขึ้นมาในหัวอีกครั้งราวกับมีคนมากดปุ่มเล่นซ้ำ
หญิงสาวแค่นยิ้มสมเพชให้กับตัวเอง น้ำตาหยดใสไหลกลิ้งลงมาอาบแก้มอีกระลอก เพราะเธอไม่สวยงั้นเหรอ? เพราะเธอใส่แว่นหนาเตอะแบบนี้ใช่ไหม เขาถึงไม่เลือกเธอ เขาถึงกล้าทิ้งความผูกพันของเรา แล้วหันไปหาผู้หญิงที่สวยและเพียบพร้อมกว่าเพื่อเอาไปอวดใครต่อใครสินะ
ความเสียใจที่เกาะกินหัวใจเมื่อครู่ เริ่มถูกหลอมรวมเข้ากับความเจ็บแค้น
มือเล็กที่สั่นเทายกขึ้นถอดแว่นตากรอบหนาที่บดบังใบหน้าของตัวเองออก ก่อนจะปามันลงพื้นอย่างแรงจนเลนส์กระเด็นหลุดออกจากกรอบ
"เพราะฉันเฉิ่ม เพราะฉันไม่สวย นายถึงกล้าเหยียบย่ำหัวใจฉันขนาดนี้ใช่ไหมพี่มาร์ติน"
พลอยชมพูกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นัยน์ตาที่เคยอ่อนโยนและยอมคนมาตลอด บัดนี้แข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวขึ้นมาอย่างที่ตัวเธอเองก็ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าออกอย่างลวกๆ เชิดหน้าขึ้นมองตัวเองในกระจกอีกครั้งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
"ได้... ในเมื่อพี่รังเกียจยัยแว่นสุดเฉิ่มคนนี้หนักหนา ฉันก็จะลบมันทิ้งซะ แล้วเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ให้ดู"
พลอยชมพูสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ประกาศกร้าวกับเงาของตัวเองในกระจกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเย็นชา
"แล้วเราจะได้เห็นดีกันคะพี่มาร์ติน คอยดูกันต่อไปสิว่ายัยเฉิ่มที่นายทิ้งไปในวันนี้ จะทำให้นายเสียดายจนแทบกระอักเลือดได้ยังไง"
รุ่งเช้าวันต่อมา ดวงตาที่เคยบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักเริ่มทุเลาลง แต่ความเจ็บปวดในใจยังคงฝังรากลึก พลอยชมพูมองชุดนักเรียนมัธยมปลายที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
ความจริงแล้วเธอเพิ่งจะเรียนอยู่แค่ชั้น ม.5 ในขณะที่ พี่มาร์ตินเพิ่งเรียนจบ ม.6 และกำลังจะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย แม้เขาจะเรียนจบและไม่ต้องไปโรงเรียนเดียวกันแล้ว แต่บ้านของเขาก็อยู่ห่างจากโรงเรียนไปเพียงไม่กี่ซอย โอกาสที่เธอจะต้องเดินสวนทาง บังเอิญเจอเขาตามร้านอาหารแถวโรงเรียน หรือแม้แต่ต้องทนเห็นเขาควงคู่กับผู้หญิงคนใหม่มาเย้ยหยันกันนั้นมีมากเกินกว่าที่หัวใจอันบอบช้ำของเธอจะรับไหว
"พลอยไม่อยากเห็นหน้าพี่มาร์ตินอีกแล้ว..."
หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแผ่วเบาแต่เด็ดเดี่ยว นึกย้อนไปถึงคำพูดเหยียดหยามเมื่อวานแล้วก้อนสะอื้นก็ตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอ
'พี่อายเพื่อนว่ะพลอย อายที่มีแฟนเฉิ่มๆ ใส่แว่นหนาเตอะแบบเธอ’
คำว่าพี่ที่เขาเคยใช้แทนตัวเองด้วยความอ่อนโยน บัดนี้กลายเป็นหนามแหลมที่ทิ่มแทงใจ
"พลอยจะไม่อยู่ที่นี่ให้พี่ต้องมาหัวเราะเยาะพลอยอีก"
คิดได้ดังนั้น ร่างบอบบางจึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินลงไปชั้นล่างเพื่อตามหาพิพัฒน์และชลธิชา ผู้เป็นพ่อและแม่ที่กำลังนั่งดื่มกาแฟกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร
"คุณพ่อคะ คุณแม่คะ"
พลอยชมพูสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้าทั้งหมดที่มี
"พลอยพลอยขอย้ายโรงเรียนได้ไหมคะ?"
คำขอที่กะทันหันทำเอาผู้เป็นพ่อและแม่ถึงกับชะงัก ชลธิชารีบวางแก้วกาแฟลงแล้วเดินเข้ามาลูบผมลูกสาวสุดที่รักด้วยความห่วงใย เมื่อสังเกตเห็นร่องรอยความบอบช้ำบนใบหน้าหวาน
"เกิดอะไรขึ้นลูกพลอย ทำไมจู่ๆ ถึงอยากย้ายโรงเรียนกะทันหันแบบนี้ล่ะลูก
แล้วนี่ ร้องไห้มาเหรอ?"
ผู้เป็นแม่ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"ใครทำอะไรลูกพ่อ บอกพ่อมาเดี๋ยว
นี้" พิพัฒน์ขยับตัวลุกขึ้นยืน แววตาขึงขังขึ้นมาทันทีด้วยสัญชาตญาณความเป็นพ่อ
พลอยชมพูเม้มริมฝีปากแน่น พยายามอย่างหนักที่จะไม่ร้องไห้ออกมาอีก เธอไม่อยากเล่ารายละเอียดเรื่องความใจร้ายของพี่มาร์ตินให้พ่อกับแม่ฟัง เพราะรู้ดีว่าพ่อของเธอไม่ชอบครอบครัวของเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากรู้ว่าลูกชายบ้านนั้นมาทำร้ายจิตใจเธอ เรื่องคงบานปลายใหญ่โต และเธอแค่ต้องการหนีไปให้พ้นจากผู้ชายคนนี้เงียบๆ
"ไม่มีใครทำอะไรพลอยหรอกค่ะ..."
เธอฝืนยิ้มบางๆ บีบมือแม่เบาๆ เพื่อให้ท่านคลายกังวล
"พลอยแค่รู้สึกว่าพลอยอยากเริ่มต้นใหม่ค่ะ พลอยไม่อยากเรียนที่นี่แล้ว บ้านเราพอจะมีคนรู้จักที่โรงเรียนอื่น หรือโรงเรียนประจำที่ไกลจากที่นี่บ้างไหมคะคุณพ่อ พลอยอยากย้ายไปให้เร็วที่สุด"
แม้จะรู้ว่าลูกสาวไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด แต่เมื่อเห็นแววตาที่เว้าวอนและเด็ดเดี่ยว พิพัฒน์และชลธิชาต่างก็มองหน้ากันด้วยความเข้าใจ พ่อแม่อย่างพวกเขาเลี้ยงลูกมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ทำไมจะดูไม่ออกว่าลูกกำลังแบกรับความเสียใจเอาไว้หนักหนาแค่ไหน
"ถ้าลูกตัดสินใจดีแล้ว พ่อก็จะไม่ขัดใจ"
พิพัฒน์เอื้อมมือมาบีบไหล่ลูกสาวเบาๆ
"เดี๋ยวพ่อจะจัดการเรื่องย้ายโรงเรียนให้เร็วที่สุด ไม่ต้องห่วงนะลูก"
"ขอบคุณค่ะคุณพ่อ ขอบคุณค่ะคุณแม่..."
พลอยชมพูโผเข้ากอดผู้เป็นพ่อและแม่แน่น น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลรินออกมาเงียบๆ อ้อมกอดนี้คือที่พักพิงเดียวที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอ
ในใจของเธอได้ปิดตายความรู้สึกที่มีต่อผู้ชายใจร้ายคนนั้นไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ ลาก่อนความรักโง่ๆ...
ลาก่อนความทรงจำที่แสนเจ็บปวด...
และลาก่อนค่ะพี่มาร์ติน
นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป พลอยชมพูคนเดิมที่ยอมให้พี่ทำร้ายจิตใจไม่มีอีกต่อไปแล้ว