ใช่ ..มาร์ตินทำอย่างที่ลั่นวาจาเอาไว้จริงๆ นับตั้งแต่วันนั้น เขาเปลี่ยนสถานะตัวเองจากอดีตเดือนวิศวะสุดฮอตที่ใครๆ ต่างจับตามอง กลายมาเป็นเงาที่คอยตามติดชีวิตของพลอยชมพูอย่างเงียบเชียบ
ไม่ว่าพลอยชมพูจะไปนั่งอ่านหนังสือที่ห้องสมุด ไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าในวันหยุด หรือแม้แต่ตอนที่คินขับรถไปส่งเธอที่หน้าหอพัก รถยุโรปสีเข้มของมาร์ตินก็จะขับตามไปจอดซุ่มดูอยู่ห่างๆ เสมอ เขาพรางตัวใต้หมวกแก๊ปสีดำและแว่นตากันแดด นั่งเฝ้ามองผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเดินเคียงคู่ไปกับผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความเลวทราม
การต้องทนดูคนที่ตัวเองรักส่งยิ้มหวานให้คนอื่น มันคือขุมนรกที่แผดเผาหัวใจของเขาให้มอดไหม้ลงช้าๆ ทุกวัน
วันหยุดสุดสัปดาห์ ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมือง...
พลอยชมพูในชุดเดรสเข้ารูปสีอ่อนกำลังเดินดูของอยู่กับคิน หญิงสาวพยายามรักษาระยะห่างอย่างพอดี เธอไม่ได้ยอมให้เขาถูกเนื้อต้องตัวง่ายๆ แม้จะตกลงคบหาดูใจกันเพื่อประชดใครบางคน แต่ลึกๆ แล้วสัญชาตญาณของเธอก็คอยเตือนให้ระวังตัวเสมอ
คินพยายามจะเอื้อมมือไปโอบเอวบางของเธอหลายครั้ง แต่พลอยชมพูก็แกล้งเบี่ยงตัวเดินไปหยิบของชิ้นนั้นชิ้นนี้เพื่อหลบเลี่ยงอย่างแนบเนียน
ปฏิกิริยาเหล่านั้นล้วนตกอยู่ในสายตาของมาร์ตินที่ยืนหลบมุมอยู่หลังชั้นวางหนังสือในร้านใกล้ๆ ทั้งหมด!
"ไอ้ระยำเอ๊ย..."
มาร์ตินสบถลอดไรฟัน ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นสายตาหื่นกระหายของไอ้คินที่ลอบมองทรวดทรงของพลอยชมพูตอนที่เธอเผลอ สันดานดิบของพวกนักล่าแต้มมันปิดกันไม่มิด และมาร์ตินก็ดูออกทะลุปรุโปร่งว่าไอ้รุ่นพี่คนนี้มันไม่ได้คิดจะคบกับพลอยชมพูด้วยความจริงใจเลยสักนิด
โชคดีที่พลอยชมพูไม่ได้หัวอ่อนและยอมให้มันแตะต้องตัวง่ายๆ ทำให้มาร์ตินพอจะผ่อนลมหายใจออกมาได้บ้าง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่กล้าละสายตาไปจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว
"มึงตามติดน้องเขายิ่งกว่าวิญญาณอาฆาตอีกนะไอ้มาร์ติน"
เสียงของแทนไทที่ดังขึ้นในสายโทรศัพท์ ทำให้มาร์ตินต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูโดยที่สายตายังคงจดจ้องไปที่ร่างบาง
"กูปล่อยให้พลอยคลาดสายตาไม่ได้ว่ะ มึงก็รู้ว่าไอ้คินมันไว้ใจไม่ได้ ถ้ากูพลาดไปแค่วินาทีเดียว พลอยอาจจะตกอยู่ในอันตราย"
มาร์ตินตอบกลับเสียงเครียด
"เออ กูรู้ แล้วนี่มึงจะตามแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่วะ ขืนน้องเขารู้ตัวขึ้นมา มึงจะยิ่งโดนเกลียดหนักกว่าเดิมนะเว้ย"
"เกลียดก็เกลียดไป กูยอมเป็นไอ้โรคจิตตามสตอล์กเกอร์เธอ ดีกว่าปล่อยให้เธอโดนไอ้เหี้ยนั่นทำร้ายก็แล้วกัน"
มาร์ตินตอบอย่างไม่ลังเล เขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ไม่ว่าพลอยชมพูจะผลักไสเขาแค่ไหน เขาก็จะขอทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ในมุมมืดแบบนี้ต่อไปจนกว่าไอ้คินจะเผยธาตุแท้ออกมาให้เธอเห็นด้วยตาตัวเอง
ในขณะที่มาร์ตินกำลังคุยโทรศัพท์อยู่นั้นเอง คินที่เดินตามหลังพลอยชมพูก็ล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาพิมพ์ข้อความยิกๆ ส่งหาใครบางคน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากของประธานสโมสรหนุ่ม ก่อนที่เขาจะรีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงแล้วปรับสีหน้าให้เป็นรุ่นพี่ผู้แสนดี แสร้งเดินเข้าไปชวนพลอยชมพูคุยต่อ
"น้องพลอยครับวันศุกร์นี้เพื่อนๆ พี่ที่คณะเขาจัดปาร์ตี้เล็กๆ กันที่ผับของไอ้ตั้ม พี่อยากพาพลอยไปแนะนำให้พวกมันรู้จักในฐานะคนพิเศษของพี่นะ พลอยจะรังเกียจมั้ยครับถ้าจะไปนั่งดื่มด้วยกันสักนิด"
พลอยชมพูชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างชั่งใจ เธอไม่ค่อยชอบสถานที่อโคจรแบบนั้นเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเห็นสายตาเว้าวอนของคินที่ดูเหมือนจะให้เกียรติเธอเอามากๆ หญิงสาวจึงพยักหน้ารับเบาๆ
"ก็ได้ค่ะ... แต่พลอยคงอยู่ดึกมากไม่ได้นะคะ"
"ไม่มีปัญหาครับ แค่พลอยยอมไป พี่ก็ดีใจแล้ว"
คินยิ้มกว้างจนตาหยี ทว่าแววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความมาดร้ายอย่างปิดไม่มิด