เวลาผ่านไปจนเข้าสู่ช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
มาร์ตินก้าวเข้ามาเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า ได้สำเร็จตามที่เขาและครอบครัวคาดหวังไว้ รูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาโดดเด่น ประกอบกับเรือนผมสีดำสนิทที่รับกับใบหน้าคมคาย ทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองของสาวๆ ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เข้าเรียน
เขาควรจะมีความสุขกับชีวิตวัยรุ่นที่เพียบพร้อม มีเพื่อนฝูงรายล้อม และมี แก้มใส ที่คอยตามติดประกบเขาไม่ห่างเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
แต่ทว่า ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยและรอยยิ้มมุมปากที่มักจะส่งให้คนรอบข้าง ลึกๆ แล้วมาร์ตินกลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป และเขาเพิ่งรู้ตัวว่า สิ่งที่หายไปนั้นคือ รอยยิ้ม และ ดวงตากลมโตภายไต้เเว่นหนา ของใครบางคน
ร่างสูงนั่งเหม่อลอยอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปล่อยให้เสียงเจื้อยแจ้วของกลุ่มเพื่อนสนิทอย่าง แทนไท เอฟ และ เบียร์ดังผ่านหูไปโดยไม่ได้จับใจความ สายตาคมคริบจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เปิดค้างไว้ที่รูปถ่ายใบเก่ารูปของเด็กสาวผมหน้าม้า สวมแว่นตากรอบหนาเตอะ กำลังส่งยิ้มกว้างจนตาหยีมาให้กล้อง
นึกย้อนไป ตอนที่เขาจีบเธอใครจะบอกว่าเธอเฉิ่ม หรือใครจะหัวเราะเยาะว่าเธอไม่สวยยังไงก็ช่าง แต่สำหรับเขาพลอยชมพูน่ารักเสมอ ดวงตากลมๆ ที่มองผ่านเลนส์หนาเตอะคู่นั้น คือสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงได้ทุกครั้ง
ภาพเหตุการณ์ในวันปัจฉิมนิเทศยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่ทุกคืน รอยน้ำตาและแววตาที่แตกสลายของเธอ กรีดลึกลงในใจของเขาจนรู้สึกเจ็บหนึบ
ไม่มีใครรู้ความจริงเลยว่า เหตุผลที่แท้จริงที่เขาต้องบอกเลิกเธอด้วยถ้อยคำร้ายกาจพวกนั่นไม่ใช่เพราะรถสปอร์ตบ้าบออะไรนั่นเลยสักนิด.
รถพอร์ชที่พ่อเอามาล่อ เขาไม่เคยอยากได้มันเลย แต่ที่เขาต้องจำยอมสวมบทบาทผู้ชายเห็นแก่ตัวและทำร้ายคนที่ตัวเองรัก ก็เพราะอำนาจและอิทธิพลของ ภานุวัฒน์ ผู้เป็นพ่อต่างหาก พ่อเกลียดครอบครัวของพลอยชมพูเข้าไส้ และขู่คำขาดว่าหากเขาไม่ยอมเลิกราและหันไปคบกับแก้มใส ธุรกิจของครอบครัวพลอยชมพูจะต้องพบกับความพินาศย่อยยับด้วยมือของพ่อเขาเอง
เพื่อปกป้องเธอและครอบครัว มาร์ตินจึงต้องเลือกทางที่เจ็บปวดที่สุด.นั่นคือการผลักเธอออกไปให้พ้นจากชีวิต แม้จะต้องแลกกับการถูกเธอเกลียดไปตลอดชีวิตก็ตาม
"เฮ้อ..."
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นเสยผมสีดำสนิทของตัวเองอย่างหงุดหงิดพลางปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงเพื่อซ่อนความอ่อนแอ
แปะๆ
ฝ่ามือหนักๆ ของใครบางคนตบลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างจัง มาร์ตินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมอง
แทนไทเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมและรู้เรื่องราวระหว่างเขากับพลอยชมพูดีที่สุด แทนไททิ้งตัวลงนั่งข้างๆ หรี่ตามองเพื่อนรักด้วยแววตาจับผิด
"หน้าตามึงดูไม่ได้เลยว่ะไอ้มาร์ติน นั่งเหม่อเป็นหมาหงอยมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะมึง"
แทนไทเอ่ยทักท้วง ก่อนจะชะโงกหน้าเข้ามาใกล้แล้วลดระดับเสียงลงถามในสิ่งที่จี้ใจดำที่สุด
"มึง... ยังคิดถึงน้องพลอยอยู่หรอวะ?"
คำถามแทงใจดำนั้นทำให้มาร์ตินชะงักงัน ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขาเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาสีเข้มวูบไหวไปด้วยความเจ็บปวดที่ปิดบังเอาไว้ไม่มิด
เขาไม่ได้แค่คิดถึ แต่มาร์ตินรู้ดีว่า หัวใจของเขาไม่เคยลืมผู้หญิงที่ชื่อพลอยชมพูได้เลยแม้แต่วินาทีเดียวต่างหาก
มาร์ตินนิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยวบัดนี้กลับวูบไหวและเต็มไปด้วยความปวดร้าว เขาถอนหายใจออกมาอย่างยอมจำนนต่อความรู้สึกตัวเอง ก่อนจะเอ่ยปากตอบเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าหนักแน่น
"ใช่... กูคิดถึงพลอย"
แทนไทชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นเพื่อนยอมรับออกมาตรงๆ เขาตบไหล่มาร์ตินเบาๆ สองสามทีอย่างเข้าใจและเห็นใจ มาร์ตินเอนหลังพิงพนักม้าหินอ่อน ปล่อยให้ความคิดล่องลอยกลับไปหาเจ้าของดวงตากลมโตและรอยยิ้มสดใสในอดีต
เขายังจำได้ดีถึงคำสัญญาในวันวาน
วันที่พลอยชมพูเงยหน้ามองเขาด้วยแววตามุ่งมั่น พร้อมกับบอกเสียงเจื้อยแจ้วว่า
..พลอยจะตั้งใจเรียน แล้วสอบเข้ามหาลัยเดียวกับพี่มาร์ตินให้ได้เลย พี่มาร์ตินรอพลอยนะคะ..
รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มเย้ยหยันให้กับความขี้ขลาดของตัวเอง ไม่รู้ว่าป่านนี้เธอจะยังจำคำสัญญานั้นได้ไหม หรือจะยังรักษาสัญญาบ้าๆ นั่นอยู่หรือเปล่า หลังจากที่เขาทำร้ายจิตใจเธออย่างเลือดเย็นขนาดนั้น ผู้หญิงที่โดนหักหน้าและถูกทิ้งอย่างไม่ไยดี จะยังอยากสอบเข้ามหาลัยเดียวกับแฟนเก่าเฮงซวยแบบเขาอยู่อีกหรือ?
"แล้วมึงจะเอายังไงต่อวะไอ้มาร์ติน"
แทนไทถามขึ้นลายทำลายความเงียบ
"ในเมื่อมึงเลือกทางนี้แล้ว มึงก็ต้องยอมรับผลของมันนะเว้ย แล้วนี่ ตั้งแต่วันนั้น มึงได้เจอน้องเขาบ้างไหมวะ"
คำถามของเพื่อนทำเอามาร์ตินหน้าตึงขึ้นมาทันที ความหงุดหงิดและร้อนใจที่พยายามกดทับไว้เริ่มปะทุขึ้น
"นั่นแหละที่กูจะบ้าตายอยู่ตอนนี้..."
มาร์ตินยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ อย่างคนคิดไม่ตก
"กูไม่เห็นพลอยเลยว่ะไอ้แทน"
"ไม่เห็น? หมายความว่าไงวะ"
"ก็ปกติกูต้องเจอเธอแถวโรงเรียนบ้างดิวะ แค่แวบสองแวบก็ยังดี"
น้ำเสียงของมาร์ตินเริ่มร้อนรน แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและกระวนกระวาย
"มึงก็รู้ว่าบ้านกูกับโรงเรียนมันไม่ได้ไกลกันเลย แต่ตั้งแต่วันปัจฉิมฯ วันนั้น พลอยก็หายไปเลย กูพยายามขับรถวนดูแถวโรงเรียน แถวร้านขนมที่เธอชอบไป หรือแม้แต่ทางเดินกลับบ้านกูไม่เจอเธอเลยสักครั้ง เหมือนกับว่าเธอหายไปจากชีวิตกูจริงๆ แล้วว่ะ"
แทนไทขมวดคิ้วเข้าหากัน
"เห้ย.. น้องเขาคงไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหมวะ หรือว่า... ย้ายโรงเรียนหนีมึงไปแล้ว?"
ประโยคสันนิษฐานของแทนไททำเอามาร์ตินหัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดและหวาดกลัวตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ.ย้ายโรงเรียนหนีงั้นเหรอ?
ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็แปลว่าพลอยชมพูเกลียดเขาจนไม่อยากจะทนเห็นหน้า หรืออยู่ร่วมสภาพแวดล้อมเดียวกันอีกแล้วน่ะสิ
ยิ่งคิด หัวใจของคนเป็นพี่มาร์ตินก็ยิ่งปวดหนึบ เขาได้แต่ภาวนาในใจอย่างคนเห็นแก่ตัว ขอแค่ให้เธอมีความสุข ขอแค่ให้เธอสบายดี และลึกๆ แล้วเขาก็ยังแอบหวัง หวังว่าวันหนึ่งโชคชะตาจะใจดี พัดพาเจ้าของดวงตากลมโตคู่นั้นกลับมาให้เขาได้เห็นหน้าอีกครั้งแม้ว่าเธอจะไม่ได้มองเขาด้วยแววตารักใคร่เหมือนเดิมอีกแล้วก็ตาม