บทที่ 2

1705 Words
กรวิวัฒน์งงงวยเป็นอย่างมาก เขามองหน้าแขกอีกคนที่น่าจะเป็นเพื่อนกันกับรสิตา ก็พบกับอารียาที่พยักหน้ารัว ๆ นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีก การที่มาที่นี่แล้วบอกให้ไม่ต้องทำอะไร แค่นั่งเฉย ๆ มันจะเป็นไปได้อย่างไร เขามองดูไปรอบ ๆ ผู้คนต่างพากันเต้นหรือไม่ก็นั่งกันอย่างแนบชิดกับน้องโฮสต์ที่ตนเองเลือก แต่รสิตากลับบอกว่าไม่ต้องทำอะไร “เมื่อกี้คุณริต้าว่าไงนะครับ ผมได้ยินไม่ชัดเลย” เขายัง คงไม่ยอมแพ้ ยืนยันว่าจะต้องทำให้ผู้หญิงคนนี้ประทับใจให้ได้ ร่างสูงขยับเข้าไปหาหญิงสาวมากขึ้นไปอีกมือก็เอื้อมไปโอบไหล่เธอเอาไว้แล้วเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ทำทีว่าเมื่อครู่ไม่ได้ยินและต้องการให้เธอพูดอีกรอบ “ไม่ต้องทำอะไรค่ะ แล้วก็ช่วยขยับไปอีกหน่อยได้ไหม คุณเข้ามาใกล้เกินไปแล้ว” รสิตาเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนกรวิวัฒน์ ทั้งยังทำท่าคล้ายกลับว่ารังเกียจอีกด้วย ชายหนุ่มอ้าปากค้างเพราะไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน เขามั่นใจในตัวเองมาตลอดว่ารูปร่างหน้าตาเขาก็ดูดีระดับหนึ่ง แต่พอเจอแบบนี้มันก็รู้สึกเฟล “ขอโทษด้วยนะครับ ว่าแต่ผมไม่ได้ทำอะไรให้คุณไม่พอใจใช่ไหม” ถึงจะรู้สึกเสียหน้าแต่ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองก่อน เขาอาจจะยังประเมินลูกค้าได้ไม่ถี่ถ้วน ดังนั้นจึงต้องถามให้รู้เรื่องว่าเธอนั้นต้องการอะไร หรือตอนนี้ไม่พอใจอะไรเขาอยู่หรือเปล่า “ไม่ได้ไม่พอใจค่ะ แต่ฉันแค่ไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่าม” “ถ้างั้นที่มาที่นี่ในคืนนี้คุณไม่ได้มาเพื่อเลือกโฮสต์มาดูแลเหรอครับ” เขาไม่เข้าใจจริง ๆ เธอที่ไม่ชอบให้ใครเข้าไปวุ่นวายหรือยุ่มย่ามกับตนเองกลับมายังที่แห่งนี้ ที่ที่ใครก็ต่างรู้ดีว่ามันจะต้องมีการสัมผัสเนื้อตัว การใกล้ชิด และบางครั้งอาจจะไปต่อกันในค่ำคืนนี้อีกด้วย แต่เธอกลับทำตัวเหมือนคนไม่ได้อยากจะมา แล้วก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาดูแลถ้าเป็นเช่นนี้สู้อยู่บ้านไม่ดีกว่าหรือไง “อย่าไปถือสาริต้าเลยนะคะ ยายนี่อ่อนต่อโลกไม่เคยมีแฟนมาก่อน พ่อแม่ก็เลี้ยงแบบประคบประหงมมาตลอดไม่ยอมให้มีแฟนจนตอนนี้อายุก็ปาไปสามสิบกว่าแล้ว ก็เลยเป็นแบบนี้ล่ะค่ะ” อารียาแก้สถานการณ์ เธอเห็นได้ชัดว่าสีหน้าชายหนุ่มดูไม่พอใจเล็กน้อย เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ช่างเดาใจยาก แถมยังใช้คำพูดที่ดูเหมือนจะผลักไสเขาอีกด้วย เป็นใครก็คงจะต้องรู้สึกแบบกรวิวัฒน์นั่นแหละ “อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง ผมก็นึกว่าผมทำอะไรผิดไปจนคุณริต้าไม่พอใจน่ะครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะนั่งอยู่ตรงนี้ไม่เข้าไปใกล้ แล้วก็จะไม่โดนตัวคุณนะครับ” ชายหนุ่มเริ่มอารมณ์ดีขึ้นแล้วเมื่อได้เข้าใจหญิงสาวมากขึ้น หากเป็นอย่างที่อารียาพูดจริง ๆ ผู้หญิงคนนี้ก็ค่อนข้างจะน่าสงสารอยู่พอสมควร อายุอานามไม่ใช่น้อย ๆ ซ้ำแล้วยังไม่เคยมีแฟนมาก่อนอยากรู้ขึ้นมาเลยเชียวว่าพ่อแม่เลี้ยงมาอย่างไร เธอถึงได้เป็นคนอ่อนต่อโลกขนาดนี้ ดูท่าแล้วการมาที่นี่เหมือนจะโดนบังคับมาเสียด้วยซ้ำ หากเดาไม่ผิดก็คงเป็นอารียานี่แหละที่บังคับ “จะไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอคะ การที่เจ้าของร้านมาดูแลแขกแบบนี้ ไม่ดูเป็นการรบกวนเวลาทำงานของคุณเหรอคะ” อารียารู้สึกเกรงใจเพราะเธอรู้จักกรวิวัฒน์ดีว่าเขาเป็นใคร ชายคนนี้เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เขานั้นเป็นเจ้าของบาร์โฮสต์ขนาดใหญ่ แถมยังมีมากถึงสามสาขาด้วยกัน การจะ ได้เจอตัวเป็น ๆ นั้นยากพอสมควร ทุกคนต่างรู้ดีว่าเขานั้นไป ๆ มา ๆ ระหว่างสามร้าน หากไม่มีบุญจริงก็คงไม่ได้เจอ “ไม่เป็นไรครับวันนี้ผมว่างพอดี ไม่ต้องเกรงใจเลยนะครับ” รอยยิ้มพิมพ์ใจถูกส่งให้แก่อารียา เธอพยักหน้ารับและหันไปสนใจรอบข้างต่อ เห็นทีว่าวันนี้เธออาจจะต้องเลือกโฮสต์ของตัวเองบ้าง “เป็นยังไงบ้างครับวันนี้ เหนื่อยไหม รับเครื่องดื่มช่วยผ่อนคลายอีกสักแก้วไหมครับ” เขายังคงไม่ย่อท้อชวนรสิตาคุยไม่หยุด รสิตามองไปยังผู้ชายที่นั่งด้านข้าง เธอรู้สึกเขินมากจนทำตัวไม่ถูก ไม่รู้เพราะเหตุใดเธอไม่เคยรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขนาดนี้มาก่อน มือของเธอตอนนี้เริ่มชื้นเหงื่อเพราะรู้สึกประหม่าจนไม่รู้ว่าจะต้องแสดงออกอย่างไรแล้ว อารียาลุ้นอย่างมากว่าเพื่อนสาวของตัวเองจะทำยังไงต่อไป รสิตาพยักหน้าหนึ่งครั้ง เพียงเท่านั้นก็เรียกรอยยิ้มให้กับกรวิวัฒน์ได้ อย่างน้อยเธอคนนี้ก็ตอบรับอะไรบางอย่างจากเขาแล้ว ชายหนุ่มผู้ชำนาญกวักมือเรียกพนักงานให้มารับออร์เดอร์ พร้อมทั้งสั่งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่ำทว่ารสชาติละมุนลิ้นมาสองแก้วด้วยกัน เผื่ออารียาด้วย ส่วนเขานั้นก็สั่งเข้มขึ้นมาอีกหน่อย “ผมสั่งให้แล้วนะครับ ระหว่างนี้ลองทานนี่ดูก่อนไหมครับ มะม่วงหิมพานต์คั่วเกลือที่ร้านผมอร่อยมากเลยนะ รับรองว่าคุณไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน” เขาหยิบจานมะม่วงหิมพานต์คั่วเกลือตรงหน้าขึ้นมาให้กับหญิงสาว รสิตาที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับเสียงของเขาก็ยอมใช้ช้อนตักขึ้นมากิน ไม่รู้เพราะว่ากำลังเมาหรือเปล่าเธอจึงได้รู้สึกว่ามะม่วงหิมพานต์จานนี้อร่อยกว่าที่เคยกินมาจริง ๆ สีหน้าพึงพอใจทำให้กรวิวัฒน์รู้สึกเอ็นดูรสิตาขึ้นมาแล้วจริง ๆ นี่สินะที่เขาบอกว่าคนเมากินอะไรก็อร่อย จริง ๆ อาหารในร้านเขามันก็เหมือนร้านทั่ว ๆ ไปนั่นแหละไม่ได้ดีไปกว่าที่อื่นนักหรอก แต่เขาก็พอจะรู้มาบ้างว่าหากสติสตังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าอะไรก็อร่อยทั้งนั้น เขายังคงหยิบยื่นอาหารหลากหลายเมนูมาให้รสิตาได้ชิม และแน่นอนว่าเธอดูพึงพอใจกับทุก ๆ อย่าง “นี่เลยครับคุณริต้าผมสั่งมาให้เพราะเห็นว่าแอลกอฮอล์มันอ่อน น่าจะเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มต้นนะครับ” เขายื่นแก้วบรั่นดีสีฟ้าอมเขียว แอบมองดี ๆ คล้ายกับมีกลิตเตอร์อยู่ในนั้น โดยรวมแล้วเครื่องดื่มแก้วนี้ราวกับว่ามันคือน้ำที่มาจากมหาสมุทร รสิตารับมาอย่างเต็มใจ เธอจ้องมองมันอยู่ชั่วครู่เพราะรู้สึกแปลกตาเหลือเกิน ที่บริษัทของเธออาจจะส่งออกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็จริง แต่นั่นเป็นเพราะว่ามันอยู่ในขวดสีทึบจึงทำให้เธอไม่ค่อยรู้เรื่องของสีเครื่องดื่มสักเท่าไร หากเทออกมาแล้วเป็นสีนี้ก็แอบน่าเสียดายที่จะต้องมาที่ร้านเหล้าเท่านั้นถึงจะได้เห็น “มันสวยใช่ไหมล่ะครับ” “ใช่ค่ะ มันดูเหมือนน้ำทะเลเลย อันนี้เขาเรียกว่าอะไรเหรอคะ ที่บ้านฉันทำบริษัทส่งออกเครื่องดื่มแล้วฉันจะลองเอามาเปิดดูสักขวด” เป็นครั้งแรกที่รสิตาพูดยาวขนาดนี้ หากพูดถึงธุรกิจหรือสินค้าแน่นอนว่าเธอสามารถพูดได้ทั้งวันนั่นแหละ “อันที่จริงมันไม่ได้เป็นสีนี้ตั้งแต่แรกหรอกครับ มันเกิดจากการผสมผสานส่วนผสมหลายอย่างจนเกิดเป็นเครื่องดื่มนี้ขึ้นมา ถ้าหากคุณริต้าสนใจสูตรการผสมเครื่องดื่ม ผมสามารถสอนคุณได้นะครับเพราะเครื่องดื่มทุกอย่างในร้านนี้ผมชงเป็นหมดเลย” ชายหนุ่มพรีเซนต์ตัวเอง ทว่าก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นการอวดเก่งเลยแต่เป็นการเชื้อเชิญเสียมากกว่า “ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะว่ามันสามารถทำอะไรได้เยอะ แยะขนาดนี้ ริต้าคิดว่าแค่มาเปิดขวดแล้วดื่มทั้งอย่างนั้น” “ถ้าจะดื่มแบบนั้นก็ได้ครับแต่มันอาจจะแรงไปหน่อย บางครั้งหลาย ๆ ร้านเขาก็ชงผสมกับน้ำผลไม้เพื่อให้ดื่มง่ายขึ้น ไม่เชื่อลองจิบดูสิครับ” รสิตาเชื่อฟังเขาพร้อมยกเครื่องดื่มในมือขึ้นมาจิบ รสชาติเปรี้ยวอมหวานและมีกลิ่นแอลกอฮอล์ปะปนด้วย เธอรู้สึกว่ามันแปลกใหม่สำหรับเธอเป็นอย่างมากจนต้องยกขึ้นมาจิบอีกครั้งเพื่อตรวจสอบรสชาติมันอีกที “รสชาติดีเลยนะคะเนี่ย” เธอรู้สึกสดชื่นมากกว่าเดิม เริ่มจะเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยให้กับคนที่นั่งด้านข้าง การที่เป็นแบบนี้แปลว่ากรวิวัฒน์เริ่มละลายน้ำแข็งในใจของเธอได้แล้วสินะ เขาคิดแล้วยกยิ้มอย่างพอใจ การที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกค้าที่ยิ้มยากแบบนี้เหมือนกับว่าได้รับรางวัลอย่างไรอย่างนั้น ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี รสิตารู้สึกว่าเธอผ่อนคลายพอสมควรพลางคิดว่าหากมาที่นี่อีกครั้งก็จะเลือกให้กรวิวัฒน์มาเป็นโฮสต์ของตัวเอง เธอพึงพอใจถึงขั้นที่ขอนามบัตรเขาไว้เลยทีเดียว แล้วเขาก็ยื่นนามบัตรของตัวเองให้เธอก็ไม่ได้เอะใจสักนิดว่าเหตุใดโฮสต์คนนี้จึงมีนามบัตรของตัวเอง เมื่อกลับบ้านมาแล้วหญิงสาวจึงทิ้งตัวลงนอนไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD