ไม่น่าเชื่อว่าการไปบาร์โฮสต์ครั้งนั้นจะได้ผล ตลอดเวลาที่กรวิวัฒน์นั้นเอนเตอร์เทนรสิตา เขาสามารถง้างปากเธอให้ตอบคำถามต่าง ๆ ได้ เดิมทีก็คิดว่าเป็นเพราะหญิงสาวนั้นเมาแต่ว่าหลังจากนั้นเธอก็มาที่นี่บ่อย ๆ เห็นได้ชัดว่าเธอเริ่มจะชอบแสงสีเสียงในบาร์โฮสต์แห่งนี้เสียแล้ว
“เหมือนเดิมค่ะ” รสิตาเอ่ยกับพนักงานร้านที่มารับ
ออร์เดอร์และแน่นอนว่าทุกครั้งที่เธอมาก็ได้เหมาเมนูอาหาร ที่มีในร้านทุกเมนูมาเรียงรายบนโต๊ะเช่นเคย
“ฉันว่านอกจากเอาอาหารมาให้เรา พวกเขาก็ต้องเตรียมกล่องไว้ด้วยนะเนี่ย เพราะทุกวันที่เธอมาก็จะได้ห่อกับข้าวกลับทุกที” อารียาแซวเพื่อนรักที่มาบาร์โฮสต์แห่งนี้เป็นรอบที่ห้าของเดือนแล้ว เมื่อวานก็มาวันนี้ก็มาอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรหรอก พี่ ๆ แม่บ้านพวกเขาบอกว่าอร่อย” ปากก็พูดกับเพื่อนแต่สายตากลับมองหาใครสักคนอยู่
รสิตากำลังส่องมองหาผู้เป็นโฮสต์คนประจำของตัวเองนั่นก็คือกรวิวัฒน์ จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าเขานั้นเป็นเจ้าของร้าน และดูเหมือนชายหนุ่มก็ชื่นชอบแขกกระเป๋าหนักคนนี้เสียด้วย เขายอมมาดูแลเธอเป็นการส่วนตัวบ่อย ๆ
“เจอกันอีกเหมือนเดิมเลยนะครับคุณผู้หญิง วันนี้จะดื่มอะไรดี ให้ผมเป็นคนชงให้ดีไหมครับ” กรวิวัฒน์กล่าวทักทายรสิตาที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว เธอยิ้มหวาน ๆ มาให้เขาก่อนจะขยับเล็กน้อยเพื่อให้เขามานั่งลงข้าง ๆ
“ได้ค่ะ” เธอตอบรับ กรวิวัฒน์จึงยกมือขึ้นเพื่อเรียกบริกรให้มายังที่นี่ก่อนจะสั่งเครื่องชงสุดพิเศษ ไม่นานนักอุปกรณ์สำหรับชงเครื่องดื่มก็ถูกนำมาส่งที่โต๊ะของรสิตา
อารียารู้สึกทึ่งเป็นอย่างมากที่เห็นเจ้าของร้านมาบริการชงเครื่องดื่มด้วยตัวเอง เห็นทีว่าสิทธิพิเศษนี้คงจะมีแค่รสิตาที่ได้รับ นั่นเป็นเพราะว่าทุกครั้งที่เธอมาเธอก็จะกลายเป็นแขกที่กระเป๋าหนักที่สุดในค่ำคืนนี้ไปโดยปริยาย
ท่วงท่าลีลาของกรวิวัฒน์ในการชงเครื่องดื่มให้แก่แขกสูตรพิเศษในค่ำคืนนี้ เชิญชวนให้เหล่าสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ที่ได้มาใช้บริการบาร์โฮสต์ของเขามาจดจ้องที่ตรงนี้เป็นตาเดียว ท่วงท่าการชงผสมเครื่องดื่มต่าง ๆ รวมไปถึงการเขย่าแก้วเรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดี มันช่างเข้ากันกับเสื้อเชิ้ตสีดำที่แหวกอกลงไปจนถึงกล้ามท้องที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามนั่นอีกด้วย
นอกจากคำว่าเพอร์เฟกต์ที่สุดก็ไม่สามารถมีคำไหนที่จะมาทดแทนกรวิวัฒน์ได้เลย ใบหน้าที่หล่อเหลาคมเข้ม รูปร่างสูงโปร่งทว่ากล้ามเนื้อแน่นหนั่น รอยยิ้มประดับบนใบหน้าชวนหลงใหล นี่ยังไม่นับความเก่งกาจในการบริหารบาร์โฮสต์ทั้งสามแห่งของเขาอีก เรียกได้ว่าชายคนนี้เด่นดังในย่านธุรกิจผับบาร์ที่สุด
แต่ใครจะรู้เล่าเบื้องลึกเบื้องหลังของชายคนนี้ที่มักจะอยู่ท่ามกลางผู้คน แต่ในใจกลับรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้านั้นเป็นเพียงรอยยิ้มของนักธุรกิจเท่านั้นแหละ
“เป็นไงครับ รสชาติดีไหม” เขาถามรสิตาที่รับแก้วเครื่องดื่มสีแดงสดดูน่ากลัว ทว่าเมื่อได้จิบแล้วกลับให้ความรู้สึกสดชื่นอยากบอกไม่ถูก
“อร่อยกว่าของเมื่อวานค่ะ นี่เขาเรียกว่าอะไรเหรอ” เธอยกแก้วในมือขึ้นจิบอีกครั้งก่อนจะถามเขา
“มันยังไม่มีชื่อหรอกครับ คงต้องรบกวนคุณริต้าตั้งชื่อให้มันแล้วแหละ”
“ไม่รู้สิคะริต้าไม่เก่งเรื่องตั้งชื่อ”
“ถ้างั้น ให้ชื่อว่าริต้าเป็นไงครับ เพราะผมตั้งใจชงให้คุณ” เขายังคงเก่งในเรื่องหว่านล้อมเช่นเดิม รสิตาอมยิ้มอย่างเขินอายก่อนจะพยักหน้ารับ และจิบเครื่องดื่มในมือจนหมด
ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่นั่งข้างกายอย่างไม่ละสายตา รู้สึกดีที่คนคนนี้ได้ลดกำแพงที่มีต่อเขาลงแล้ว ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้รู้สึกได้ว่าเขาสามารถนั่งใกล้เธอได้มากขึ้นกว่าเดิม โดยที่เธอไม่คิดจะขยับหนีหรือว่าเอ่ยร้องขอให้เขาถอยห่างออกไปอีกสักหน่อย
แต่กรวิวัฒน์ไม่ใช่คนชอบฉวยโอกาส เขาเป็นเพียงเจ้าของบาร์โฮสต์ที่กำลังทำหน้าที่เป็นโฮสต์ให้แก่แขกที่กระเป๋าหนักที่สุดในคืนนี้ก็เท่านั้นเอง มือที่วางอยู่พนักพิงบนโซฟา แม้ว่ามันจะสามารถโอบไหล่ของรสิตาได้ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ทำ ปล่อยให้มันว่างนิ่งอยู่ตรงนั้นตลอดทั้งคืน
“คุณกรรับดูแลนอกเวลางานไหมคะ” รสิตาตัดสินใจถามชายหนุ่มขณะที่เขาเดินมาส่งเธอที่รถในตอนที่ร้านใกล้จะปิดแล้ว
“ถามแบบนี้แปลว่าคุณริต้าสนใจใช้บริการผมนอกเวลางานเหรอครับ” เขาส่งสายตาเย้าแหย่มาให้เธอ แล้วการที่หญิงสาวตรงหน้าก้มหน้างุดไม่ยอมสบตานี้มันก็เป็นคำตอบได้เช่นกัน
“สนใจค่ะ เพราะว่าช่วงนี้งานริต้าในตอนกลางวันค่อน ข้างหนัก บางทีก็เลิกงานดึกกลัวว่าจะไม่มีเวลามาหาคุณน่ะค่ะ”
แบบนี้เรียกว่าคิดถึงได้ไหมนะ ชายหนุ่มนึกในใจแต่ไม่ได้ถามออกไป ตัวเขาเองก็ไม่ค่อยได้บริการลูกค้าจึงไม่รู้ว่าพนักงานโฮสต์จะพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้หรือไม่ แต่เท่าที่รวบรวมสถิติแล้วที่ร้านของเขาจะมีลูกค้าขาจรมากกว่าลูกค้าประจำ และเขาก็ไม่เคยละลาบละล้วงถามเรื่องส่วนตัวของพนักงานโฮสต์ในร้านว่ารับบริการนอกเวลางานหรือไม่
“ผมยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ คุณริต้าก็ต้องลองชวนผมในวันที่อยากให้ไปหาดูนะครับ หากผมว่างผมอาจจะได้ไปหา แต่ถ้าไม่ว่างก็คงจะไม่ได้ไป”
เพราะเขาต้องดูแลร้านถึงสามสาขาด้วยกัน จึงไม่สามารถตอบได้ว่าจะสามารถไปหาเธอได้ในวันที่เธอต้องการหรือไม่ ผู้ที่ทำงานตอนกลางคืนกลางวันก็นอนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เขาก็ไม่ได้ต่างจากคนทั่วไปนักเลิกงานตีสามตีสี่ทุกวัน เขาก็ต้องนอนในช่วงกลางวันและตื่นมาช่วงบ่าย หากเธอต้องการให้เข้าไปดูแลในตอนเช้าเขาก็อาจจะปฏิเสธเธอก็ได้
“โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวริต้าติดต่อไปนะคะ”
“ยินดีครับคุณริต้า เดินทางกลับบ้านปลอดภัยนะครับ” เขาเปิดประตูรถให้เธอโดยที่คนขับรถเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากอารียา
รถของทั้งคู่ขับจนลับตาไป พร้อมทั้งถอนหายใจเมื่อได้รู้ว่าเธอคนนี้ก็เป็นคู่ค้าของเขาอีกด้วย นึกขำที่รสิตาไม่รู้จักเขา จะว่าไปทั้งคู่ก็ไม่เคยคุยกันเรื่องธุรกิจจริง ๆ นั่นแหละ ส่วนมากแล้วจะเป็นลูกน้องของรสิตาเองมากกว่าที่มาคุยงานกับเขา ในเรื่องของการส่งของที่เพิ่มขึ้นและลดลงในแต่ละเดือน
คิดไปคิดมาก็นึกสนุกอยู่บ้างหากหญิงสาวรู้ว่าเขาเป็นใครจะทำหน้าอย่างไรกันนะ นึกถึงเมื่อหลายปีก่อนตอนที่เขาเริ่มทำบาร์โฮสต์ใหม่ ๆ เขาก็เป็นฝ่ายไปติดต่อทางบริษัทของรสิตาเพื่อรับสินค้ามาใช้ในร้านตัวเอง เพราะราคาที่นี่ค่อนข้างถูกแต่คุณภาพดีเทียบเท่ากับร้านอื่น ๆ ที่ราคาสูงกว่า
ในตอนนั้นผู้ที่เซ็นสัญญาก็คือพ่อของรสิตา เมื่อไม่กี่ปีก่อนเขาจำได้ว่าหลังจากที่เซ็นสัญญาไปไม่กี่เดือน พ่อและแม่ของรสิตาก็เกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิตทั้งคู่ เขาจำได้ว่ายังได้ไปร่วมงานศพอยู่เลย และนั่นเป็นครั้งแรกที่ได้พบกับหญิงสาวคนนี้ที่นั่งร้องไห้อยู่หน้าโลงศพของผู้เป็นพ่อและแม่อย่างน่าเวทนา
ได้รู้มาว่าเธอเป็นลูกสาวคนเดียวและได้รับช่วงต่อธุรกิจของผู้เป็นพ่อ มันก็เกิดความลุ่ม ๆ ดอน ๆ อยู่บ้างในช่วงแรก แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็ผ่านมาได้ด้วยดี สิ่งที่แปลกไปก็คงจะเป็นการที่เธอไม่เคยมาคุยธุรกิจด้วยตัวเองนี่แหละ คอยแต่ส่งลูกน้องมาหรือไม่ก็ส่งอีเมลมาให้
ไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะได้มาเป็นลูกค้าประจำที่ร้านของเขา แถมยังเลือกเขาไปเป็นโฮสต์ประจำตัวอีกด้วย นี่เธอซื่อหรือแกล้งเขาอยู่กันแน่นะ ทั้ง ๆ ที่อารียาก็รู้จักเขาแต่เหตุใดเธอถึงไม่รู้ตัวเสียที