บทที่ 5

1528 Words
หลังจากที่กรวิวัฒน์กลับมาจากที่ทำงานเขาก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อนตามกิจวัตรประจำวันของเขาที่แสนเบื่อหน่าย ก่อนจะหลับไปก็นึกถึงหญิงสาวที่เรียกใช้เขาในฐานะโฮสต์ในเกือบทุกค่ำคืน และล่าสุดก็ต้องการเขาให้มาดูแลเธอในตอนกลางวันด้วย เรียกได้ว่าเธอคนนี้ช่างใสซื่อแต่ก็ดูมีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจพอสมควร คนที่เรียกได้ว่าเป็นหญิงสาวที่เก่งและเพอร์เฟกต์แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะขี้เหงาขนาดนี้ จะคล้ายกับเขาหรือเปล่านะที่รู้สึกเปล่าเปลี่ยวแม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนที่รายล้อมอยู่ทุกคืนวัน เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งความร่ำรวย สำหรับคนที่พ่อแม่ตามใจทุกอย่างอย่างกรวิวัฒน์นั้นไม่ได้ต้องการแม้แต่น้อย สิ่งที่ตัวเขานั้นปรารถนามากที่สุดคือการที่พ่อแม่ร้องขอให้เขากลับบ้านเสียที นี่ก็ผ่านมาร่วมปีแล้วที่ไม่ได้เจอกับพ่อและแม่ แต่ไหนแต่ไรพวกท่านคอยแต่ผลักให้เขาออกไปเผชิญโลกกว้าง ท่านมักจะบอกเสมอว่าเขาต้องดูแลตัวเองให้ได้ เพราะท่านไม่สามารถดูแลเขาไปตลอดชีวิตได้ เขารู้ดีว่าชีวิตมันก็แบบนี้แหละ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเสมอ แต่ทำไมในตอนที่เขาทำผิดจึงไม่เคยคิดจะต่อว่าหรือตำหนิเขาบ้าง เอาแต่ให้ท้ายและปล่อยให้เขาไปไหนมาไหนตามใจตัวเองแบบนี้ กรวิวัฒน์ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนดื้อขนาดนั้น เพียงแค่พ่อแม่บอกว่ากลับบ้านเราเถอะลูก เขาก็พร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อกลับไปเป็นเด็กโง่อยู่บ้านให้พ่อกับแม่เลี้ยงดู ไม่ต้องดิ้นรนทำให้ตัวเองเป็นคนเก่งแบบนี้ ชายหนุ่มนึกขำตัวเอง คนส่วนมากต้องการให้พ่อแม่ปล่อยให้เป็นอิสระ แต่เขากลับอยากให้พ่อแม่กำกับชีวิตเลิกเลี้ยงดูแบบตามใจเสียที ร่างสูงตื่นขึ้นมาในช่วงบ่ายของวัน เพราะว่ามีสายโทรศัพท์ดังเข้ามาจากรสิตา ยังดีที่อีกไม่กี่นาทีก็เป็นเวลาที่เขาจะต้องตื่นมาทำงานแล้วจึงไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใด “สวัสดีครับ” “คุณกร?” รสิตารู้สึกงงงวยเล็กน้อยเมื่อเสียงที่ตอบรับจากเบอร์ของกรวิวัฒน์นั้นมันดูแปลกพิกล “ใช่ครับผมเอง คุณริต้าติดต่อมามีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ” เขายังคงถามด้วยน้ำเสียงที่งัวเงีย “อะ...เอ่อคือ ทำไมเสียงของคุณกรเป็นแบบนี้ล่ะคะ” รสิตารู้สึกว่าเสียงแบบนี้มันทำให้เธอใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก “อ๋อ ผมพึ่งตื่นน่ะครับ” เขายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อให้ปรับให้เข้ากับแสงสลัวภายในห้อง “ริต้ารบกวนคุณใช่ไหมคะ งั้นริต้าวางดีกว่าค่ะ” “ไม่ได้รบกวนเลยครับ อีกไม่กี่นาทีผมก็ต้องตื่นแล้ว พอดีว่าคุณโทร.มา ผมว่าผมลุกดีกว่า” ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งก่อนจะบิดขี้เกียจไปมาเพื่อคลายความปวดเมื่อยจากการนอน “ปกติคุณกรทำงานกี่โมงคะ นี่เพิ่งจะบ่ายสามเอง ปกติโฮสต์ต้องเข้างานเร็วขนาดนี้เลยเหรอคะ” เขาอยากจะขำให้กับความใสซื่อของเธอเสียจริง นี่เธอยังคงคิดว่าเขาเป็นพนักงานโฮสต์อยู่สินะ เห็นทีว่าเขาจะต้องตามน้ำไปอีกสักพักแล้วล่ะ “ก็เข้าเร็วอยู่นะครับ ผมต้องไปเตรียมตัว” “ถ้าเกิดว่าเหมาตั้งแต่บ่ายไปจนถึงคุณเลิกงาน คุณจะคิดเท่าไรเหรอคะ” รสิตาไม่รอช้าบอกความต้องการของตัวเองในทันที “คุณริต้ามีงบเท่าไรล่ะครับ ยังไงเราก็เป็นคนกันเองแล้ว เผื่อผมจะมีราคาพิเศษให้” แม้จะตกใจอยู่เล็กน้อยแต่เขาก็อยากจะเล่นกับเธออีกสักหน่อย ออดอ้อนคนปลายสายอย่างที่เคยสอนให้เด็กในร้านใช้เวลาอ้อนลูกค้า “ริต้ามีงบไม่อั้นค่ะ ขอแค่มาอยู่เป็นเพื่อนริต้าก็พอ” “ข้อเสนอน่าสนใจนะครับ ถ้างั้นผมขอเวลาอาบน้ำแต่งตัวสักชั่วโมงนะครับ แล้วจะรีบไปหาคุณที่บริษัทเลยครับ” เขาตกลงในทันที ราวกับว่าเป็นคนร้อนเงินก็ไม่ปาน แท้จริงแล้วเขาแค่อยากจะรู้ว่าเวลาทำงานเธอจะเป็นคนอย่างไรต่างหากล่ะ “ไม่ต้องให้ริต้าส่งคนไปรับเหรอคะ” “หากคุณริต้าต้องการจะทำแบบนั้นผมก็ไม่ขัดครับ” “ถ้างั้นส่งโลเคชันมานะคะ” “ได้เลยครับ” เขาอาบน้ำด้วยความรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ปกติแล้วเขาไม่ได้รับดูแลใครเป็นการส่วนตัวเลยสักครั้ง อาจจะมีบ้างที่ดูแลตอนที่อยู่ในบาร์ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ติดแหง็กอยู่โต๊ะเดียวทั้งคืนอย่างที่ทำกับรสิตา การเข้าใจผิดในวันนั้นมันนำมาสู่การว่าจ้างที่ต่อเนื่องมาได้ขนาดนี้เชียวหรือ เมื่อคิดแล้วก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ตนเองยอมตอบรับคำเชิญของผู้หญิงคนนี้ และเธอก็ให้คนมารับเขาด้วยรถคันหรูที่เธอใช้เป็นประจำ สาเหตุที่รู้เพราะเมื่อตอนที่เขามาติดต่องานที่บริษัทของเธอทีไร มักจะเจอรถคันนี้จอดที่ช่องจอดรถผู้บริหารเสมอ เมื่อมาถึงก็เป็นเลขาฯส่วนตัวของเธอที่มารับเขาถึงที่ “อ้าว คุณกร มาติดต่องานเหรอคะ ทำไมกชไม่เห็นคุณติดต่อมาก่อน” กชกรตกใจอยู่บ้างที่เจอเขาที่ล็อบบี เธอจำได้ดีว่าชายหนุ่มไม่ได้ติดต่อว่าจะเข้ามาในวันนี้ “เปล่าครับ คุณริต้าเรียกผมมาน่ะครับ” “เรียกมาเหรอคะ หรือว่าคุณกรจะเป็นโฮสต์ให้ท่านประธานเหรอคะ” หญิงสาวมีสีหน้าตื่นตกใจในขณะที่คาดเดา “ใช่ครับ ผมมาในฐานะโฮสต์” “มันเกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย ทำไมคุณกรถึงได้เป็นโฮสต์ให้เธอได้คะ” “เรื่องมันยาวครับ ผมว่าเดินไปคุยไปดีกว่า” เขาผายมือไปทางลิฟต์แทนที่ผู้มารับ กชกรพากรวิวัฒน์ไปยังห้องทำงานผู้บริหารและฟังเรื่องราวไปด้วย เธอตกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับสิ่งที่ได้รู้ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ารสิตาจะไม่รู้จักกรวิวัฒน์ และสุดท้ายบทสนทนาของทั้งคู่ก็จบลงที่ชายหนุ่มขอร้องให้กชกรไม่ต้องบอกว่าเขาเป็นใครให้แก่รสิตาได้รู้ เพราะเขาต้องการให้เธอรู้ด้วยตัวเอง “ผมมาแล้วครับคุณริต้า” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสตามปกติ รอยยิ้มพิมพ์ใจถูกส่งไปให้ในตอนที่ไม่มีแสงไฟของผับบาร์หรือความมืดเข้ามาบดบัง ทำให้รสิตารู้สึกว่าตาเริ่มพร่าเบลอจากดาเมจของเขาอีกแล้ว “เชิญนั่งค่ะ เดี๋ยวอีกสักพักก็เป็นมื้อเย็นของริต้าแล้ว คุณกรอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” “ผมไม่มีอะไรที่ชอบกินเป็นพิเศษหรอกครับ แต่ถ้าหากจะสั่งมาจริง ๆ ก็คงเป็นไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์” “ถ้างั้นคุณกรลิสต์เมนูมาได้เลยนะคะ เดี๋ยวริต้าให้คุณเลขาฯ สั่งให้ค่ะ” เธอก้มหน้างุดเมื่อเขาเอ่ยถึงอาหารที่เธอชอบ เขามองหน้าเธอที่เริ่มแดงระเรื่อก็รู้สึกพอใจ พอได้มาเห็นในตอนกลางวันแล้วดูเหมือนว่ารสิตาจะดูมีมาดนักธุรกิจกว่าตอนที่อยู่ในผับเสียอีก ชุดที่ใส่เป็นทางการและทะมัดทะแมงดูแปลกตาพอสมควร ผมที่มัดรวบจนตึงทำให้เห็นใบหน้าของเธอได้ชัดเจน แปลกตา มันแปลกตาไปเสียหมดสำหรับเขา จนรู้สึกอยากจะมองอยู่อย่างนั้นเพื่อสำรวจว่ามีอะไรแปลกไปจากเดิมอีกหรือไม่ รติตารู้สึกได้ถึงสายตาที่กำลังมองมา แต่เธอก็พยายามตั้งสติเพื่อที่จะทำงานต่อให้มันเสร็จ ถึงแม้ว่าในค่ำคืนที่เธอไปใช้บริการเขาก็ถูกมองแบบนี้แต่ก็ไม่เคยรู้สึกชินสักนิด “คุณริต้ายังไม่บอกผมเลยนะครับว่าเรียกผมมาในวันนี้จะให้ผมทำอะไร” ผ่านไปร่วมชั่วโมงเขาพึ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองจะต้องทำหน้าที่โฮสต์ “ก็นั่งเป็นเพื่อนริต้าไงคะ เดี๋ยวอีกสักพักพอของกินมาส่งคุณกรก็นั่งกินเป็นเพื่อน” “แบบนี้มันก็ไม่ต่างจากตอนที่อยู่บาร์เลยนี่ครับ” “ใช่ค่ะ แล้วปกติคนที่ดูแลบนอกเวลาเขาทำอะไรกันเหรอคะ” เธอเอียงคอมองเขาพร้อมกับตั้งคำถามขึ้นมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD