หลังจากที่กรวิวัฒน์กลับมาจากที่ทำงานเขาก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อนตามกิจวัตรประจำวันของเขาที่แสนเบื่อหน่าย ก่อนจะหลับไปก็นึกถึงหญิงสาวที่เรียกใช้เขาในฐานะโฮสต์ในเกือบทุกค่ำคืน และล่าสุดก็ต้องการเขาให้มาดูแลเธอในตอนกลางวันด้วย
เรียกได้ว่าเธอคนนี้ช่างใสซื่อแต่ก็ดูมีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจพอสมควร คนที่เรียกได้ว่าเป็นหญิงสาวที่เก่งและเพอร์เฟกต์แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะขี้เหงาขนาดนี้ จะคล้ายกับเขาหรือเปล่านะที่รู้สึกเปล่าเปลี่ยวแม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนที่รายล้อมอยู่ทุกคืนวัน
เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งความร่ำรวย สำหรับคนที่พ่อแม่ตามใจทุกอย่างอย่างกรวิวัฒน์นั้นไม่ได้ต้องการแม้แต่น้อย สิ่งที่ตัวเขานั้นปรารถนามากที่สุดคือการที่พ่อแม่ร้องขอให้เขากลับบ้านเสียที
นี่ก็ผ่านมาร่วมปีแล้วที่ไม่ได้เจอกับพ่อและแม่ แต่ไหนแต่ไรพวกท่านคอยแต่ผลักให้เขาออกไปเผชิญโลกกว้าง ท่านมักจะบอกเสมอว่าเขาต้องดูแลตัวเองให้ได้ เพราะท่านไม่สามารถดูแลเขาไปตลอดชีวิตได้
เขารู้ดีว่าชีวิตมันก็แบบนี้แหละ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเสมอ แต่ทำไมในตอนที่เขาทำผิดจึงไม่เคยคิดจะต่อว่าหรือตำหนิเขาบ้าง เอาแต่ให้ท้ายและปล่อยให้เขาไปไหนมาไหนตามใจตัวเองแบบนี้
กรวิวัฒน์ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนดื้อขนาดนั้น เพียงแค่พ่อแม่บอกว่ากลับบ้านเราเถอะลูก เขาก็พร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อกลับไปเป็นเด็กโง่อยู่บ้านให้พ่อกับแม่เลี้ยงดู ไม่ต้องดิ้นรนทำให้ตัวเองเป็นคนเก่งแบบนี้ ชายหนุ่มนึกขำตัวเอง คนส่วนมากต้องการให้พ่อแม่ปล่อยให้เป็นอิสระ แต่เขากลับอยากให้พ่อแม่กำกับชีวิตเลิกเลี้ยงดูแบบตามใจเสียที
ร่างสูงตื่นขึ้นมาในช่วงบ่ายของวัน เพราะว่ามีสายโทรศัพท์ดังเข้ามาจากรสิตา ยังดีที่อีกไม่กี่นาทีก็เป็นเวลาที่เขาจะต้องตื่นมาทำงานแล้วจึงไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใด
“สวัสดีครับ”
“คุณกร?” รสิตารู้สึกงงงวยเล็กน้อยเมื่อเสียงที่ตอบรับจากเบอร์ของกรวิวัฒน์นั้นมันดูแปลกพิกล
“ใช่ครับผมเอง คุณริต้าติดต่อมามีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ” เขายังคงถามด้วยน้ำเสียงที่งัวเงีย
“อะ...เอ่อคือ ทำไมเสียงของคุณกรเป็นแบบนี้ล่ะคะ” รสิตารู้สึกว่าเสียงแบบนี้มันทำให้เธอใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก
“อ๋อ ผมพึ่งตื่นน่ะครับ” เขายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อให้ปรับให้เข้ากับแสงสลัวภายในห้อง
“ริต้ารบกวนคุณใช่ไหมคะ งั้นริต้าวางดีกว่าค่ะ”
“ไม่ได้รบกวนเลยครับ อีกไม่กี่นาทีผมก็ต้องตื่นแล้ว พอดีว่าคุณโทร.มา ผมว่าผมลุกดีกว่า” ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งก่อนจะบิดขี้เกียจไปมาเพื่อคลายความปวดเมื่อยจากการนอน
“ปกติคุณกรทำงานกี่โมงคะ นี่เพิ่งจะบ่ายสามเอง ปกติโฮสต์ต้องเข้างานเร็วขนาดนี้เลยเหรอคะ”
เขาอยากจะขำให้กับความใสซื่อของเธอเสียจริง นี่เธอยังคงคิดว่าเขาเป็นพนักงานโฮสต์อยู่สินะ เห็นทีว่าเขาจะต้องตามน้ำไปอีกสักพักแล้วล่ะ
“ก็เข้าเร็วอยู่นะครับ ผมต้องไปเตรียมตัว”
“ถ้าเกิดว่าเหมาตั้งแต่บ่ายไปจนถึงคุณเลิกงาน คุณจะคิดเท่าไรเหรอคะ” รสิตาไม่รอช้าบอกความต้องการของตัวเองในทันที
“คุณริต้ามีงบเท่าไรล่ะครับ ยังไงเราก็เป็นคนกันเองแล้ว เผื่อผมจะมีราคาพิเศษให้” แม้จะตกใจอยู่เล็กน้อยแต่เขาก็อยากจะเล่นกับเธออีกสักหน่อย ออดอ้อนคนปลายสายอย่างที่เคยสอนให้เด็กในร้านใช้เวลาอ้อนลูกค้า
“ริต้ามีงบไม่อั้นค่ะ ขอแค่มาอยู่เป็นเพื่อนริต้าก็พอ”
“ข้อเสนอน่าสนใจนะครับ ถ้างั้นผมขอเวลาอาบน้ำแต่งตัวสักชั่วโมงนะครับ แล้วจะรีบไปหาคุณที่บริษัทเลยครับ” เขาตกลงในทันที ราวกับว่าเป็นคนร้อนเงินก็ไม่ปาน แท้จริงแล้วเขาแค่อยากจะรู้ว่าเวลาทำงานเธอจะเป็นคนอย่างไรต่างหากล่ะ
“ไม่ต้องให้ริต้าส่งคนไปรับเหรอคะ”
“หากคุณริต้าต้องการจะทำแบบนั้นผมก็ไม่ขัดครับ”
“ถ้างั้นส่งโลเคชันมานะคะ”
“ได้เลยครับ”
เขาอาบน้ำด้วยความรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ปกติแล้วเขาไม่ได้รับดูแลใครเป็นการส่วนตัวเลยสักครั้ง อาจจะมีบ้างที่ดูแลตอนที่อยู่ในบาร์ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ติดแหง็กอยู่โต๊ะเดียวทั้งคืนอย่างที่ทำกับรสิตา การเข้าใจผิดในวันนั้นมันนำมาสู่การว่าจ้างที่ต่อเนื่องมาได้ขนาดนี้เชียวหรือ เมื่อคิดแล้วก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ตนเองยอมตอบรับคำเชิญของผู้หญิงคนนี้
และเธอก็ให้คนมารับเขาด้วยรถคันหรูที่เธอใช้เป็นประจำ สาเหตุที่รู้เพราะเมื่อตอนที่เขามาติดต่องานที่บริษัทของเธอทีไร มักจะเจอรถคันนี้จอดที่ช่องจอดรถผู้บริหารเสมอ เมื่อมาถึงก็เป็นเลขาฯส่วนตัวของเธอที่มารับเขาถึงที่
“อ้าว คุณกร มาติดต่องานเหรอคะ ทำไมกชไม่เห็นคุณติดต่อมาก่อน” กชกรตกใจอยู่บ้างที่เจอเขาที่ล็อบบี เธอจำได้ดีว่าชายหนุ่มไม่ได้ติดต่อว่าจะเข้ามาในวันนี้
“เปล่าครับ คุณริต้าเรียกผมมาน่ะครับ”
“เรียกมาเหรอคะ หรือว่าคุณกรจะเป็นโฮสต์ให้ท่านประธานเหรอคะ” หญิงสาวมีสีหน้าตื่นตกใจในขณะที่คาดเดา
“ใช่ครับ ผมมาในฐานะโฮสต์”
“มันเกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย ทำไมคุณกรถึงได้เป็นโฮสต์ให้เธอได้คะ”
“เรื่องมันยาวครับ ผมว่าเดินไปคุยไปดีกว่า” เขาผายมือไปทางลิฟต์แทนที่ผู้มารับ
กชกรพากรวิวัฒน์ไปยังห้องทำงานผู้บริหารและฟังเรื่องราวไปด้วย เธอตกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับสิ่งที่ได้รู้ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ารสิตาจะไม่รู้จักกรวิวัฒน์ และสุดท้ายบทสนทนาของทั้งคู่ก็จบลงที่ชายหนุ่มขอร้องให้กชกรไม่ต้องบอกว่าเขาเป็นใครให้แก่รสิตาได้รู้ เพราะเขาต้องการให้เธอรู้ด้วยตัวเอง
“ผมมาแล้วครับคุณริต้า” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสตามปกติ รอยยิ้มพิมพ์ใจถูกส่งไปให้ในตอนที่ไม่มีแสงไฟของผับบาร์หรือความมืดเข้ามาบดบัง ทำให้รสิตารู้สึกว่าตาเริ่มพร่าเบลอจากดาเมจของเขาอีกแล้ว
“เชิญนั่งค่ะ เดี๋ยวอีกสักพักก็เป็นมื้อเย็นของริต้าแล้ว คุณกรอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ”
“ผมไม่มีอะไรที่ชอบกินเป็นพิเศษหรอกครับ แต่ถ้าหากจะสั่งมาจริง ๆ ก็คงเป็นไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์”
“ถ้างั้นคุณกรลิสต์เมนูมาได้เลยนะคะ เดี๋ยวริต้าให้คุณเลขาฯ สั่งให้ค่ะ” เธอก้มหน้างุดเมื่อเขาเอ่ยถึงอาหารที่เธอชอบ
เขามองหน้าเธอที่เริ่มแดงระเรื่อก็รู้สึกพอใจ พอได้มาเห็นในตอนกลางวันแล้วดูเหมือนว่ารสิตาจะดูมีมาดนักธุรกิจกว่าตอนที่อยู่ในผับเสียอีก ชุดที่ใส่เป็นทางการและทะมัดทะแมงดูแปลกตาพอสมควร ผมที่มัดรวบจนตึงทำให้เห็นใบหน้าของเธอได้ชัดเจน
แปลกตา มันแปลกตาไปเสียหมดสำหรับเขา จนรู้สึกอยากจะมองอยู่อย่างนั้นเพื่อสำรวจว่ามีอะไรแปลกไปจากเดิมอีกหรือไม่ รติตารู้สึกได้ถึงสายตาที่กำลังมองมา แต่เธอก็พยายามตั้งสติเพื่อที่จะทำงานต่อให้มันเสร็จ ถึงแม้ว่าในค่ำคืนที่เธอไปใช้บริการเขาก็ถูกมองแบบนี้แต่ก็ไม่เคยรู้สึกชินสักนิด
“คุณริต้ายังไม่บอกผมเลยนะครับว่าเรียกผมมาในวันนี้จะให้ผมทำอะไร” ผ่านไปร่วมชั่วโมงเขาพึ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองจะต้องทำหน้าที่โฮสต์
“ก็นั่งเป็นเพื่อนริต้าไงคะ เดี๋ยวอีกสักพักพอของกินมาส่งคุณกรก็นั่งกินเป็นเพื่อน”
“แบบนี้มันก็ไม่ต่างจากตอนที่อยู่บาร์เลยนี่ครับ”
“ใช่ค่ะ แล้วปกติคนที่ดูแลบนอกเวลาเขาทำอะไรกันเหรอคะ” เธอเอียงคอมองเขาพร้อมกับตั้งคำถามขึ้นมา