คำก็เด็กบ้านๆ สองคำก็เด็กบ้านๆ
ไม่ชอบก็ผ่าน ไม่ต้องการก็ไป
มาว่าผมไม่ดี ผมไม่ว่าไหร
แต่อย่ามาเที่ยวดูถูกหัวใจ..ของเด็กเลี้ยงวัว
แว่วเสียงเพลงดังลอยมาไกล ๆ ขณะที่ร่างบอบบางในชุดนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายปั่นจักรยานกลับบ้านผ่านทางขรุขระเข้ามาในสวนยางขนาดใหญ่ที่เธอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่
อากาศของที่นี่มักร้อนชื้นจนเหนอหนะตัว แม้ว่าเธอพยายามปรับตัวเท่าไหร่แต่ยังคงไม่ชินเสียที
ดวงตากลมโตมองแสงแดดลอดผ่านแมกไม้ พลางนึกถึงเมืองที่เธอจากมา ซึ่งแต่เดิมครอบครัวของเธออาศัยอยู่ในเมืองหลวงหรือกรุงเทพมหานคร พ่อทำงานรับราชการและเพิ่งปลดเกษียณได้ไม่นาน ความฝันอันสูงสุดของพ่อคือการทำไร่ทำสวน พ่อจึงได้ตัดสินใจทำตามความฝัน ลงหลักปักฐานในที่แห่งใหม่หลังเกษียณอายุด้วยอาชีพการทำสวนยาง
เบอา ฤทธิ์ไกร หรือ เบย์ ชื่อที่คนสนิทใช้เรียก สาวน้อยผมสั้นเลยติ่งหูมาเล็กน้อยอย่างเด็กมัธยมปลาย หน้าตารูปร่างลูกครึ่งไทยโปรตุเกส สูงโปร่งบอบบางผิวขาวราวน้ำนมกำลังลดขาตั้งจักรยานลงบนพื้นลานที่โรงเก็บรถของบ้านสองชั้น
ด้วยพ่อของเธอ นายเดชา ฤทธิ์ไกร เกรงว่าพวกเธอจะไม่อาจทนรับสภาพความลำบากเหล่านี้ได้จึงเลือกสร้างบ้านหลังขนาดย่อมไม่ใหญ่มากนัก หากแต่ทันสมัยและเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไว้ค่อนข้างมาก ผิดไปจากบ้านของชาวบ้านในแถบนี้ซึ่งยังปลูกแบบครึ่งปูนครึ่งไม้
“กลับมาแล้วค่า”
เบอาส่งเสียงตะโกนหวานใสอันเป็นเอกลักษณะดังเข้าไปในบ้านก่อนที่เจ้าตัวจะเข้าไป พร้อมก้มลงถอดรองเท้านักเรียนหน้าบันไดบ้าน เหวี่ยงถุงเท้าลงตะกร้าหน้าบ้านแกว่งกระเป๋านักเรียนสีดำเดินตัวปลิวไปยังห้องนั่งเล่น
วี้ดดดดวิ้ววววว
“หยุดผิวปากเดี๋ยวนี้เบอา!”
สาวน้อยวัยอ่อนเยาว์สะดุ้งเฮือกตกใจเมื่อได้ยินเสียงพี่สาวตะโกนออกมาจากในครัว เธอเหวี่ยงกระเป๋าไปบนโซฟาห้องนั่งเล่นแล้ววิ่งแกมกระโดดเข้าไปในห้องครัวทันที
“ทำอะไรกินน่ะ หอมจังเลยค่ะ”
เบอาปรี่เข้าหาพี่สาวที่กำลังยืนทอดอาหารบางอย่างอยู่ข้างเตาทันสมัย สาวน้อยรูปร่างสูงโปร่งกว่าพี่สาวเข้าสวมกอดทางด้านหลังพร้อมหอมแก้มเอาใจ
ฟอดดดดดดด!!
เพียะ!
“หยุดเลยนะ สกปรก ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย”
เบอายิ้มกว้างลูบข้อมือของตัวเองปรอย ๆ เมื่อถูกพี่สาวตีเข้าที่ข้อมือ
“งั้นเบย์ไปอาบน้ำก่อนแล้วจะลงมาหาอะไรทานนะคะ”
อัญาพร ส่ายหน้าระอาใจเมื่อเห็นน้องสาวเดินไปเต้นไปออกจากห้องครัว ปีนี้น้องสาวของเธอเรียนมัธยมศึกษาปีที่หกแล้ว ปีหน้าต้องไปเรียนต่อซึ่งยังไม่รู้ว่าเบอาตัดสินใจเข้าเรียนต่อที่ไหน
เธอค่อยตักปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมขึ้นพักสะเด็ดน้ำมันแล้วจึงหันมาเห็นมารดายืนรออยู่
“เจ้าตัวแสบกลับมาแล้วเหรอ”
“ค่ะแม่ พรไล่ขึ้นอาบน้ำแล้วค่ะ”
“ดีแล้ว พ่อกลับมาจะได้ทานข้าวเย็นกันเลย”
“แล้วนี่พร คิดจะเริ่มทำงานเลยหรือเปล่า”
ทิพย์ประภาเดินเข้ามาในห้องครัว หยิบจานเปลใหญ่ออกมจากตู้แล้วจึงเทปลาที่ลูกสาวคนโตพักสะเด็ดน้ำมันไว้ใส่จานนำวางบนโต๊ะพักกลางห้องครัว
“กำลังคิดค่ะแม่ ที่อำเภอนี้ค่อนข้างเล็ก พรเลยยังไม่แน่ใจว่าจะหางานที่เหมาะกับพรได้หรือเปล่า”
ทิพย์ประภานั่งลงที่เก้าอี้ลูบแขนลูกสาวคนโตปลอบใจเมื่อเห็นใบหน้าคมคล้ายกับเธอซึมลง
“ไม่เป็นไรหรอกลูก ค่อย ๆ หาไป แม่ว่าที่จริงลูกไม่ต้องทำงานก็ได้ มาช่วยงานพ่อทำพวกบัญชี ดูแลคนงาน งานก็ล้นมือแล้ว นอกเสียจากว่าลูกอยากทำงานที่ตัวเองเรียนจบมาเสียก่อน”
อัญาพรนั่งลงข้างแม่พร้อมจับมือของทิพย์ประภาขึ้นมา
“พรเองอยากช่วยพ่อนะคะแม่ แต่พรจบคหกรรมมา พรทำพวกบัญชีอะไรไม่เป็นหรอกค่ะ ถนัดแต่เรื่องกับข้าวสะมากกว่า”
“ถ้าอย่างงั้นก็ลองหาไปนะลูก ไม่ต้องรีบ”
อัญาพรไม่ตอบอะไรเพียงพยักหน้าถอนหายใจ พยายามคิดในแง่บวกว่าอาจเป็นเรื่องดีที่พวกเราได้ย้ายมาอยู่ที่ใหม่ การเปลี่ยนแปลงย่อมนำมาซึ่งสิ่งดีดีแน่นอน
ปัง!
เบอาปิดประตูห้องนอนแล้วเหวี่ยงกระเป๋าที่หยิบมาด้วยหลังจากโยนมันไปบนโซฟาในห้องนั่งเล่น กระเป๋านักเรียนหล่นแปะลงบนโต๊ะเขียนหนังสือตัวเล็กข้างเตียงนอนอย่างแม่นยำ
ตุบ!
สาวน้อยทิ้งตัวลงนอนบนเตียงขนาดเล็กผ้าปูสีชมพู เธอเอี้ยวหน้ามองข้างฝาที่ติดรูปนักร้องคนโปรดไว้
นี่ถ้าฉันยังอยู่ที่กรุงเทพ ป่านนี้คงได้ไปหาพี่ฮยอนแล้ว
เบอาพลิกร่างนอนคว่ำหน้าคางมนเล็กเกยบนท่อนแขน ถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้งอย่างเบื่อหน่าย
เธอพยายามปรับตัวอย่างมากกับสถานที่ใหม่แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน ทุกคนในโรงเรียนพูดภาษากลางไม่ชัด และพอพวกเขาพูดภาษาถิ่นเธอยิ่งฟังไม่รู้เรื่อง ทั้งเธอยังโดนล้อเรื่องหน้าฝรั่งจ๋าของเธออีก
ดวงตาสีน้ำตาลทองปิดสนิทลง ในทุกวันนี้ที่เธอตื่นขึ้นมาเธอไม่อยากไปโรงเรียน เธอรู้สึกแตกต่างแปลกแยกด้วยรูปร่างสูงโปร่งกว่าเด็กคนอื่น ผมสีน้ำตาลอ่อน และโดยเฉพาะสีของนัยน์ตา เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเพื่อนคนไหน
“เบย์ อาบน้ำเสร็จหรือยัง พ่อกลับมาแล้วนะ”
เบอากระเด้งจากที่นอนเมื่อได้ยินเสียงอัญาพรพี่สาวต่างมารดาตะโกนเรียก
“ลืมเสียสนิท”
หญิงสาวรีบจัดแจงอาบน้ำอย่างรวดเร็วสวมเพียงกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดธรรมดาอยู่บ้านเดินลงไปชั้นล่าง
“มา ๆ มากินข้าว”
เสียงทิพย์ประภาเอ่ยบอกลูกสาวคนเล็กแล้วตักข้าวในจานของเดชาที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ
“วันนี้เป็นไงบ้าง ได้เพื่อนหรือยัง”
เดชา ฤทธิ์ไกร พ่อของเบอาเอ่ยถามขณะรอให้ทิพย์ประภาตักข้าวจนครบทุกคน
“ค่ะ”
เบอาตอบเสียงแผ่วเบาแล้วจึงตักปลามาใส่จานของตัวเอง ลอบมองรอบโต๊ะเห็นพ่อละความสนใจจากเธอไปแล้ว
เธอมองพี่สาวอัญาพรรูปร่างอวบอิ่มผิวสีน้ำผึ้งใบหน้าหวานคมที่ละม้ายคล้ายกับมารดาผิดไปจากเธอ นั่นเป็นเพราะเธอไม่ใช่ลูกสาวของแม่ทิพย์ประภา เบอาไม่ได้คิดอิจฉาพี่สาว กลับกันเธอรักและเทิดทูนพี่อัญาพรมากเพราะพี่สาวเป็นคนเลี้ยงเธอมาอีกคน
“แล้วนี่พรุ่งนี้วันเสาร์ พรจะเข้าตัวอำเภอหรือเปล่า”