บ้านของเรา

2110 Words
“รอผมนานมั้ยครับ” “ไม่ค่ะ” อลิซเอ่ยพร้อมกับจิบค็อกเทลสีสวยในมือช้าๆ “สีหน้าคุณดูไม่ดีเลยนะเป็นอะไรรึเปล่า” อลิซมองหน้าเขาด้วยแววตาเรียบนิ่ง จะให้เธอบอกได้ไงว่าไม่อยากเห็นหน้าเขาทั้งเบื่อครอบครัวตัวเองที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ “ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” สีหน้าของวินเซนต์บ่งบอกว่าไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด “บอกผมได้นะ” เขานั่งลงข้างๆพร้อมกับโอบเอวเธอ ตอนแรกอลิซก็คิดว่าจะเขยิบหนีแต่พอเห็นสายตาดุๆของเขาแล้วเธอก็ไม่กล้าดื้ออีก อลิซไม่ได้พูดอะไรเธอแค่เบื่อแล้วก็เซ็งมาก อยากจะไปแดนซ์แก้เบื่อก็เท่านั้นแหละ “วันมะรืนนี้ฉันขอไปงานวันเกิดเพื่อนสนิทได้มั้ยคะ” “ได้สิ คุณจะไปไหนก็ได้ไม่ต้องขออนุญาตผมหรอกแค่บอกผมก็พอว่าจะไปไหนแค่นั้นเอง” อลิซรู้สึกดีกับคำพูดของเขาเล็กน้อย เธอก็หลงคิดว่าเขาจะกักขังเธอไว้ไม่ให้เธออกไปไหนมาไหนซะอีก หลังจากที่เธอดื่มค็อกเทลหมดแล้ว เขาก็พาเธอกลับขึ้นห้องแน่นอนอยู่แล้วว่าค่ำคืนแบบนี้หนุ่มสาวที่เพิ่งแต่งงานกันจะทำอะไรกัน คืนนี้เธอยอมเป็นของเขาโดยไม่ดื้อไม่พยศเหมือนคืนก่อนเขาจึงไม่รุนแรงกับเธอทั้งยังทะนุถนอมอ่อนโยนกับเธอด้วยซ้ำ จนบางครั้งเธอก็เผลอหวั่นไหวไปกับสัมผัสของเขา วันรุ่งขึ้น อลิซยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงนุ่มเธอสะลึมสะลือเล็กน้อยเพราะมีคนมาขโมยจูบเธอในตอนเช้า “อื้อ พอแล้ว” เธอยกมือปัดคนน่ารำคาญออกไปส่วนใบหน้าสวยก็ขยับหันหน้าหนีไปอีกฝั่ง “ผมไปทำงานก่อนนะ เย็นนี้เจอกัน” วินเซนต์โน้มตัวลงไปหอมแก้มคนขี้เซาอีกครั้งก่อนจะจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้องนอนไปทันที เมื่อทุกอย่างเงียบสงบลงภายในห้องเหลือแต่เธอเพียงคนเดียวหญิงสาวก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ทรงผมของเธอนั้นยุ่งเหยิงร่างบอบบางตามตัวมีรอยจูบสีกุหลาบตามตัวเป็นจุดๆ เมื่อคืนนี้เขาก็ยังคงจัดหนักเหมือนเดิมอาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้เขากำลังเห่อล่ะมั้ง ก็เธอทั้งสดทั้งใหม่สำหรับเขา คำถามก็คือ...มันจะเป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหนกัน? ถ้าเขาเบื่อแล้วจะเขี่ยเธอทิ้งมั้ย? เพราะยังไงเขาก็ไม่ได้รักเธอและเราก็แต่งงานกันเพื่อธุรกิจ เธอก็ไม่ได้หวังจะให้เขามารักแต่ว่าเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่อยากจะมีชีวิตแต่งงานอย่างมีความสุข มีครอบครัวที่น่ารักและที่สำคัญคือมีลูก เมื่อพูดถึงลูกอลิซก็ลูบหน้าท้องของตัวเองเบาๆด้วยความเหม่อลอย ตั้งแต่มีเซ็กส์กันมาเขาไม่เคยใช้ถุงยางสักครั้งทั้งยังหลั่งในอีกด้วยโอกาสที่เด็กจะมาเกิดนั้นมีสูงมาก แล้วถ้าหากเธอท้องเขาจะทิ้งเธอมั้ย? ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้เธอน่าจะซื้อยาคุมมากินเสียให้รู้แล้วรู้รอด ตอนนี้เรือนหอของเธอยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีดังนั้นช่วงนี้จึงต้องอยู่ที่โรงแรมไปก่อนหรือจะพูดให้ถูกก็คือห้องๆนี้เป็นเพนท์เฮ้าส์ของเขานั่นเอง ก็ไม่รู้ว่าจะสร้างเรือนหอให้เปลืองเงินไปทำไม เธอยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองจะได้มีโอกาสย้ายไปอยู่ที่นั่นมั้ยเพราะความสัมพันธ์ของเรามันช่างยุ่งเหยิงเหลือเกิน หากวันดีคืนดีเขาพบคนที่รักและอยากจะแต่งงานด้วยจริงๆเธอก็คงต้องหลีกทางให้เขาเพราะเธอเองก็ไม่คิดจะอยู่กับคนที่ไม่ได้รักเธอไปตลอดชีวิตหรอกนะ อลิซลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะสั่งรูมเซอร์วิสให้ขึ้นมาส่งอาหารเช้าและนั่งกินคนเดียวเงียบๆ บอกตามตรงนะเธอเหงามาก เธออยากจะทำงานอะไรสักอย่างเพื่อลดความฟุ้งซ่านในจิตใจของเธอแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร หญิงสาวนอนเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยๆจากนั้นก็ผล็อยหลับไป เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็บ่ายกว่าๆแล้วจึงลุกขึ้นมาดูว่าพรุ่งนี้จะใส่ชุดอะไรไปงานวันเกิดเพื่อนดี เธอลองชุดอยู่นานก็ไม่เจอชุดที่ถูกใจจึงคิดว่าจะออกไปช้อปปิ้งสักหน่อย อลิซเปลี่ยนชุดเพื่อออกไปข้างนอกจังหวะนั้นเองเสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น เธอจึงเดินออกไปดูที่จอมอนิเตอร์หน้าบ้านก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่เธอจำได้ว่าเขาคนนี้ชื่อ ‘กองทัพ’ เป็นเลขาของวินเซนต์ แล้วเขามาทำอะไรที่นี่? หญิงสาวไม่กล้าให้เขาเข้ามาในห้องจึงกดปุ่มคุยกับเขาผ่านจอมอนิเตอร์ “สวัสดีค่ะมีอะไรเหรอคะ” “สวัสดีครับคุณนาย ผมเอาเอกสารมาส่งให้คุณครับ” กองทัพเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง คำเรียกของเขาทำเอาเธอรู้สึกเขินและเกร็งในเวลาเดียวกัน คุณนงคุณนายอะไรกัน! “เอกสารอะไรคะ” เธอกระแอมคอแล้วเอ่ยเสียงเรียบอย่างไม่เข้าใจ “อ๋อ เป็นบัตรเครดิตครับ บอสสั่งให้ผมเอามาให้คุณครับ ถ้าคุณนายไม่สะดวกเปิดประตูเดี๋ยวผมสอดไว้ในตู้ตรงนี้นะครับ” กองทัพเอ่ยรวดเดียวจบพร้อมกับเดินจากไปทันที เมื่อเห็นไม่มีใครแล้วหญิงสาวก็เดินออกไปหยิบซองเอกสาร เมื่อแกะซองดูก็เห็นว่าเป็นบัตรเครดิตจริงๆ แบล็คการ์ดซะด้วย รวยซะไม่มี เธอส่ายหน้าเบาๆแล้วเอาบัตรนั้นใส่กลับไปที่ซองเอกสารตามเดิมแล้วเอามันมาวางไว้ที่เคาน์เตอร์ในครัวโดยที่ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่ามันจะมีมูลค่ามากแค่ไหน อลิซออกไปช้อปปิ้งแค่สองสามชั่วโมงเธอก็กลับเพนท์เฮ้าส์ สภาพเธอตอนนี้ออกไปเดินนานๆก็ไม่ไหวเท่าไหร่นักเพราะคนหื่นบ้านั่นคนเดียวที่จับกินเธอไม่ยั้งมือ เวลาเดินแต่ละครั้งเธอก็ยังคงเจ็บส่วนนั้นทุกครั้งเพราะมันคงจะระบมอยู่ไม่น้อย เนื่องจากอยู่บ้านเฉยๆเธอก็ไม่รู้จะทำอะไร ตอนที่ออกไปช้อปปิ้งเมื่อกี้นี้เธอจึงซื้อวัตถุดิบทำขนมมาด้วย ถ้าว่างจะได้อบขนม เธอชอบทำขนมอยู่แล้วเวลาที่ทำอะไรแบบนี้เธอรู้สึกว่าใจสงบและทำให้ไม่ฟุ้งซ่าน นอกจากนี้อลิซยังซื้อดอกไม้มาตกแต่งบ้านอีกด้วย เพนท์เฮ้าส์ของวินเซนต์เรียบหรูเกินไปซึ่งมันขาดชีวิตชีวามากๆ ถ้ามีเวลาเธอก็จะไปซื้อต้นไม้มาประดับห้องสักหน่อย เธอเปิดเพลงคลาสสิกคลอเบาๆ ร่างเล็กจัดดอกไม้ใส่แจกันอย่างอารมณ์ดี เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าท่าทางตอนเธอจัดดอกไม้และฮัมเพลงไปด้วยนั้นมันน่ารักและสดใสมากแค่ไหน วินเซนต์กลับมาถึงบ้านได้สักพักแล้ว เมื่อกลับมาถึงเขาก็ได้ยินเสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงเบาๆเหมือนกับว่าตัวเขากำลังเดินเข้าคาเฟ่อะไรทำนองนั้น เมื่อเดินเข้ามาถึงบริเวณห้องนั่งเล่นเขาก็พบว่าภรรยาของเขากำลังจัดดอกไม้ใส่แจกัน เขายืนกอดอกพิงผนังห้องมองท่าทางของเธอที่แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติแบบนี้แล้วก็รู้สึกผ่อนคลายมาก เธอคงจะไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เธอทำอะไรแบบนี้แล้วมันน่ารักมาก ลุคภายนอกของเธอดูเป็นสาวมั่นทันสมัยไม่นึกเลยว่าเธอจะมีมุมแบบนี้อยู่ด้วย เมื่อคิดถึงเธอรายงานที่เขาได้รับจากคนสนิทเมื่อตอนบ่ายก็ผุดขึ้นมาในสมอง “คุณอลิซกับครอบครัวนั้นความสัมพันธ์ไม่ได้ดีอย่างที่พวกเขาแสดงให้ใครเห็นครับ” “ไหนอธิบายมาสิ” “พูดง่ายๆเลยนะครับ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรืออะไรก็ตาม คุณอลิซจะไม่ค่อยมีสิทธิ์มีเสียงมากเท่าไหร่ครับ ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากไปทำงานนะครับแต่เป็นเพราะคนที่บ้านเธอเองต่างหากที่คอยกีดกันเธอ ความจริงแล้วเธอเป็นคนเก่งมีความสามารถนะครับแต่เพราะเธอเกิดมาเป็นผู้หญิงในบ้านที่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่า ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นครับ ตำแหน่งที่คุณอลิซได้ในบริษัทก็ถูกแต่งตั้งขึ้นมาลอย ๆครับ ที่สำคัญหุ้นบริษัทที่เธอควรจะได้รับนั้นยังน้อยกว่าพี่ชายของเธออีกครับ” วินเซนต์ได้ยินแบบนั้นแล้วก็ไม่ต่างจากที่เขาคิดไว้สักเท่าไหร่นัก “ที่บริษัทมันขาดทุนแบบนี้ก็เพราะพี่ชายของเธอไม่ใช่รึไง” “ใช่ครับ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ทำเพียงว่ากล่าวตักเตือนเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีบทลงโทษอะไรดังนั้นผู้ถือหุ้นคนอื่นจึงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ครับ” “อ้อ” ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นแล้วเขาก็นั่งเอนหลังใช้ความคิด “ติดต่อพวกผู้ถือหุ้นให้ฉันที ทำแบบเงียบๆล่ะ” “ผมจะจัดการให้ครับ” กองทัพเอ่ยจบก็โค้งกายคำนับก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทุกอย่างที่ควรจะเป็นของเธอ เขาจะเอามันมาให้เธอเอง! วินเซนต์เดินเข้าไปหาอลิซเงียบๆ เมื่อร่างเล็กเห็นเขาก็แสดงสีหน้าตกใจเล็กน้อย “ปกติแล้วคุณกลับมาเวลานี้เหรอคะ” หญิงสาวมองดูนาฬิกาที่ข้อมือก็พบว่าตอนนี้มันเกือบจะหกโมงแล้ว “อืม ถ้าไม่มีอะไรก็กลับเร็วแบบนี้แหละ” เขาเดินมาหยิบดอกลิลลี่ที่วางอยู่บนโต๊ะมาดู อลิซลืมไปเลยว่านี่ไม่ใช่บ้านของเธอ การที่เธอมายุ่งวุ่นวายกับ ข้าวของในบ้านของเขาแบบนี้เขาจะว่าอะไรเธอมั้ย? “เอ่อ ฉันขอโทษค่ะที่ทำอะไรไปพลการ” “คุณทำอะไรผิด?” ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองเธอ “ก็ฉันถือวิสาสะเอาดอกไม้มาแต่งห้องของคุณ” อลิซเอ่ยจบก็ก้มลงมองพื้นไม่กล้ามองสบตาทรงเสน่ห์ของเขา วินเซนต์อมยิ้มเล็กน้อยแล้วรั้งเอวบางเข้ามากอดพร้อมกับเชยคางเธอขึ้นเพื่อสบตาเธอ อลิซตกใจกับการกระทำอันบุ่มบ่ามของเขา มือเล็กยันหน้าอกของเขาไว้แล้วเอ่ย “นี่คุณจะทำอะไร” “แค่จะบอกคุณว่าคุณจะทำอะไรกับห้องผมก็ได้ ห้องของผมก็คือห้องของคุณ คุณเป็นเมียผมแล้วอยากแต่งบ้านแบบไหนก็ตามใจคุณ แค่อย่าทำให้บ้านของ ‘เรา’ กลายเป็นบ้านสีชมพูหวานแหววของบาร์บี้ก็พอ” ท้ายประโยคเขาเอ่ยติดตลก อลิซเผลอใจเต้นแรงอีกครั้ง เมื่อเขาใช้คำว่า ‘บ้านของเรา’ มันรู้สึกอุ่นใจมากอย่างบอกไม่ถูก “มองผมด้วยสายตาแบบนี้ เดี๋ยวก็อดใจไม่ไหวหรอก” วินเซนต์เอ่ยพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาแล้วจูบเธออย่างรวดเร็ว “อื้อ อย่าค่ะ” เมื่อเขาจะจูบเธออีก อลิซก็หยิบดอกลิลลี่ที่หยิบมาได้ปิดปากเขาแทน วินเซนต์หัวเราะในลำคอพลางเปลี่ยนมาจุ๊บหน้าผากเธอแทนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “คุณทำอาหารเป็นรึเปล่า” “ได้นิดหน่อยค่ะ” อลิซเอ่ยเสียงเบาเหมือนคนไม่มั่นใจ ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกจากอก เวลาที่เขาอ่อนโยนแบบนี้แล้วผู้หญิงที่ไหนจะไม่หวั่นไหวกันบ้างล่ะ “ถ้างั้นต่อไปนี้คุณทำอาหารให้ผมนะ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนจนอลิซใจละลายลืมความใจร้ายเมื่อวานนี้จนหมดสิ้น “ถ้างั้นพรุ่งนี้ฉันจะทำให้ค่ะ คืนนี้คงต้องสั่งมากินก่อน” ใบหน้าเธอแดงก่ำอย่างช่วยไม่ได้ เวลาที่เขาเป็นแบบนี้เธอรู้สึกว่ารับมือยากเหมือนกันนะ “ก็ได้ครับ” เย็นวันนั้นเธอรู้สึกเหมือนเขาเป็นคนละคนกับเมื่อวานชัดๆ นี่เขากินยาไม่ได้เขย่าขวดมารึไงกัน เขาเป็นแบบนี้เธอรับมือเขาไม่ถูกหรอกนะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD